
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (5)
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
สตรีอีกคนหนึ่งผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษช่วงนั้น คือ ไดลิส คอสซีย์ (Dilys Cossey) เลขานุการสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการมูลนิธิคุมกำเนิด (Trustee of Birth Control Trust) และประธานสมาคมวางแผนครอบครัวของอังกฤษ (Chair of the Family Planning Association)
สังคมยุคนั้น สิทธิทางเพศของชายและหญิงยังแตกต่างกันมาก อุปกรณ์คุมกำเนิดยังหายาก โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เมื่อเธอไปทำงานที่กรุงไคโร เธอเคยถามเพื่อนว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องทำแท้งจะทำอย่างไร คำตอบคือต้องไปทำที่สวิตเซอร์แลนด์
โดยส่วนตัว เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรักและความอบอุ่น เธอจึงมีสัญชาตญาณของแม่ที่รับผิดชอบว่าจะมีลูกต่อเมื่อพร้อมและได้แต่งงานแล้ว นอกจากนี้ในยุคนั้นยังมีปัญหาเรื่องเด็กที่เกิดมาพิการแขนขากุด เพราะแม่ได้รับยาทาลิโดไมด์ที่แพทย์สั่งให้ขณะตั้งครรภ์ด้วย แต่เมื่อหญิงที่ตั้งครรภ์ประสงค์จะทำแท้งเพราะเกรงลูกจะเกิดมาพิการแขนขากุด แพทย์จะปฏิเสธ จนเกิดภาพการ์ตูนล้อเลียนเมื่อหญิงนั้นไปปรึกษาแพทย์แล้ว ได้รับคำตอบเป็นคำบรรยายใต้ภาพการ์ตูนนั้นว่า “หมอเสียใจ ที่ทำให้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องผิดจริยธรรมอย่างชัดแจ้ง ทาลิโดไมค์เป็นยาที่แพทย์สั่งให้โดยถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่คุณร้องขอมันผิดกฎหมาย” ( “I’m sorry but the ethical position is clear. Thalidomide was a legal prescription. What you are asking for is an illegal operation.”)
สภาพสังคมสมัยนั้น ทำให้ผู้หญิงหลายคนที่ “จำต้องแต่งงาน” หรือไม่เช่นนั้นก็จะต้องหายตัวไปหลายเดือนเพื่อแอบไปคลอดลูก แล้วยกลูกให้คนอื่นไป
ตอนปลายปี 2506 เธออ่านพบโฆษณาชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์นิวสเตตส์แมน ของสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้งรับเลขานุการเข้าทำงานบางเวลา โดยให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ให้ค่าจ้างสัปดาห์ละ 2 ปอนด์ เธอจึงสมัครและได้งานนั้น
สี่ปีนับจากนั้น เป็นช่วงการรณรงค์อย่างแข็งขันของสมาคมเพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง โดยรณรงค์ร่วมกับอีกหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรสตรี เช่น สมาคมวิชาชีพสตรีในสหกรณ์ (Co-operative Women’s Guild) สมาคมวิชาชีพของสหภาพสตรีในเมืองแห่งชาติ (National Union of Townswomen’s Guilds) และสภาสตรีแห่งชาติ (National Council of Women) เป็นต้น โดยทำงานกันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบริหารจัดการและเงินทุนสนับสนุน ไดลิสมีบทบาทสำคัญในฐานะเลขานุการ โดยทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่กรรมการเตรียมการประชุม จดรายงานการประชุม ตอบจดหมาย จัดเรื่องเข้าแฟ้ม ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้การเคลื่อนไหวรณรงค์มีประสิทธิภาพ มีพลัง โดยยุคนั้นแทบไม่มีอุปกรณ์ช่วยทำงานอย่างสมัยนี้เลย เช่น อีเมล แฟกซ์ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ที่ตอบรับอัตโนมัติ มีเพียงเครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์ จดหมาย และโทรเลข เมื่อต้องทำเอกสารจำนวนมากก็ต้องใช้กระดาษก๊อบปี้ หรือเครื่องโรเนียว เมื่อมีคำผิดก็ต้องใช้วิธีลบด้วยยางลบหรือน้ำยาลบสีแดงกลิ่นฉุน
แรกๆ ที่มีเครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วยี่ห้อโอลีเวตติ ต่อมาเธอได้ขึ้นค่าจ้างเป็นสัปดาห์ละ 3 ปอนด์ เธอขอแลกโดยไม่ขอรับค่าจ้างเพิ่ม แต่ขอพิมพ์ดีดเครื่องใหม่แทน เธอได้เครื่องพิมพ์ดีดตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ยี่ห้อเรมิงตัน ซึ่งใช้งานตลอดการรณรงค์จนสำเร็จ
บางครั้งมีหญิงตั้งครรภ์มาปรึกษาขอความช่วยเหลือ ซึ่งสมาคมมีภารกิจหลักคือมุ่งการปฏิรูปมิใช่ให้บริการ แต่สมาคมก็ช่วยแก้ปัญหาโดยให้จดหมายแนะนำไปพบสูตินรีแพทย์ โดยใช้หัวกระดาษของสมาคม มีคนไปติดต่อขอข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงผู้สื่อข่าวและผู้ทำรายการทางโทรทัศน์ทั้งในอังกฤษและจากต่างประเทศ
สมาคมมีสมาชิกเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ เริ่มจากราว 200 คน เป็นกว่า 1,000 คน ทำหน้าที่หลักคือเขียนจดหมายถึง สส.ในเขตเลือกตั้งของตน พร้อมกับรณรงค์กับประชาชนในท้องที่ มีการจัดทำเอกสารเผยแพร่จำนวนมาก เช่น แผ่นพับสะท้อนปัญหาของผู้หญิง ทัศนะของพระ ทัศนะของนักกฎหมาย เป็นการรณรงค์อย่างมืออาชีพโดยแท้
โชคดีที่ยุคนั้นเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ผู้หญิงถูกคาดหมายให้แต่งงานและเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเป็นหลัก ผู้หญิงเริ่มมีงานทำนอกบ้าน หลักๆ ก็คือ เป็นเลขานุการ ครู และพยาบาล โดยมักได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย ความคิดและความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพสตรีเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนมามีผลในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 กฎหมาย “ก้าวหน้า” หลายฉบับเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการหย่าร้าง กฎหมายรับรองสิทธิของสตรีที่สมรส ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับชายรักร่วมเพศ เป็นต้น
สภาพสังคมที่คาดหวังให้หญิงทำหน้าที่แม่บ้านเป็นหลัก กลับเป็น “จุดแข็ง” ของการรณรงค์ เพราะทำให้ครอบครัวสมัยนั้นดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการที่สามีทำงานเพียงคนเดียว ส่งผลให้สตรีหลายคนสามารถแบ่งเวลาไปทำงานอาสาสมัครได้อย่างแข็งขัน กลายเป็นกำลังสำคัญของการรณรงค์ ข้อสำคัญสามีของสตรีที่เป็นผู้นำรณรงค์เหล่านี้ ได้เป็นพลังหนุนช่วยที่สำคัญในการรณรงค์ด้วย ทั้งโดยบทบาทในตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ ของแต่ละท่าน และการสนับสนุนทางการเงินแก่สมาคมด้วย เช่น ดีเรค มันเดย์ สามีของไดแอน มันเดย์ เดนนิส ซิมส์ สามีของ แมเดลีน ซิมส์ คริส คอสซีย์ สามีของ ไดลิส คอสซีย์ ดักลาส ฮูตัน สามีของ เลดี้ วีรา ฮูตัน เป็นต้น







