posttoday
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (5)

การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (5)

31 มีนาคม 2558

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

สตรีอีกคนหนึ่งผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษช่วงนั้น คือ ไดลิส คอสซีย์ (Dilys Cossey) เลขานุการสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการมูลนิธิคุมกำเนิด (Trustee of Birth Control Trust) และประธานสมาคมวางแผนครอบครัวของอังกฤษ (Chair of the Family Planning Association)

สังคมยุคนั้น สิทธิทางเพศของชายและหญิงยังแตกต่างกันมาก อุปกรณ์คุมกำเนิดยังหายาก โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เมื่อเธอไปทำงานที่กรุงไคโร เธอเคยถามเพื่อนว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องทำแท้งจะทำอย่างไร คำตอบคือต้องไปทำที่สวิตเซอร์แลนด์

โดยส่วนตัว เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรักและความอบอุ่น เธอจึงมีสัญชาตญาณของแม่ที่รับผิดชอบว่าจะมีลูกต่อเมื่อพร้อมและได้แต่งงานแล้ว นอกจากนี้ในยุคนั้นยังมีปัญหาเรื่องเด็กที่เกิดมาพิการแขนขากุด เพราะแม่ได้รับยาทาลิโดไมด์ที่แพทย์สั่งให้ขณะตั้งครรภ์ด้วย แต่เมื่อหญิงที่ตั้งครรภ์ประสงค์จะทำแท้งเพราะเกรงลูกจะเกิดมาพิการแขนขากุด แพทย์จะปฏิเสธ จนเกิดภาพการ์ตูนล้อเลียนเมื่อหญิงนั้นไปปรึกษาแพทย์แล้ว ได้รับคำตอบเป็นคำบรรยายใต้ภาพการ์ตูนนั้นว่า “หมอเสียใจ ที่ทำให้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องผิดจริยธรรมอย่างชัดแจ้ง ทาลิโดไมค์เป็นยาที่แพทย์สั่งให้โดยถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่คุณร้องขอมันผิดกฎหมาย”   ( “I’m sorry but the ethical position is clear. Thalidomide was a legal prescription. What you are asking for is an illegal operation.”)

สภาพสังคมสมัยนั้น ทำให้ผู้หญิงหลายคนที่ “จำต้องแต่งงาน” หรือไม่เช่นนั้นก็จะต้องหายตัวไปหลายเดือนเพื่อแอบไปคลอดลูก แล้วยกลูกให้คนอื่นไป

ตอนปลายปี 2506 เธออ่านพบโฆษณาชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์นิวสเตตส์แมน ของสมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้งรับเลขานุการเข้าทำงานบางเวลา โดยให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ให้ค่าจ้างสัปดาห์ละ 2 ปอนด์ เธอจึงสมัครและได้งานนั้น

สี่ปีนับจากนั้น เป็นช่วงการรณรงค์อย่างแข็งขันของสมาคมเพื่อปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง โดยรณรงค์ร่วมกับอีกหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรสตรี เช่น สมาคมวิชาชีพสตรีในสหกรณ์ (Co-operative Women’s Guild)  สมาคมวิชาชีพของสหภาพสตรีในเมืองแห่งชาติ (National Union of Townswomen’s Guilds) และสภาสตรีแห่งชาติ (National Council of Women) เป็นต้น โดยทำงานกันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบริหารจัดการและเงินทุนสนับสนุน ไดลิสมีบทบาทสำคัญในฐานะเลขานุการ โดยทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่กรรมการเตรียมการประชุม จดรายงานการประชุม ตอบจดหมาย จัดเรื่องเข้าแฟ้ม ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้การเคลื่อนไหวรณรงค์มีประสิทธิภาพ มีพลัง โดยยุคนั้นแทบไม่มีอุปกรณ์ช่วยทำงานอย่างสมัยนี้เลย เช่น อีเมล แฟกซ์ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ที่ตอบรับอัตโนมัติ มีเพียงเครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์ จดหมาย และโทรเลข เมื่อต้องทำเอกสารจำนวนมากก็ต้องใช้กระดาษก๊อบปี้ หรือเครื่องโรเนียว เมื่อมีคำผิดก็ต้องใช้วิธีลบด้วยยางลบหรือน้ำยาลบสีแดงกลิ่นฉุน

แรกๆ ที่มีเครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วยี่ห้อโอลีเวตติ ต่อมาเธอได้ขึ้นค่าจ้างเป็นสัปดาห์ละ 3 ปอนด์ เธอขอแลกโดยไม่ขอรับค่าจ้างเพิ่ม แต่ขอพิมพ์ดีดเครื่องใหม่แทน เธอได้เครื่องพิมพ์ดีดตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ยี่ห้อเรมิงตัน ซึ่งใช้งานตลอดการรณรงค์จนสำเร็จ

บางครั้งมีหญิงตั้งครรภ์มาปรึกษาขอความช่วยเหลือ ซึ่งสมาคมมีภารกิจหลักคือมุ่งการปฏิรูปมิใช่ให้บริการ แต่สมาคมก็ช่วยแก้ปัญหาโดยให้จดหมายแนะนำไปพบสูตินรีแพทย์ โดยใช้หัวกระดาษของสมาคม มีคนไปติดต่อขอข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงผู้สื่อข่าวและผู้ทำรายการทางโทรทัศน์ทั้งในอังกฤษและจากต่างประเทศ

สมาคมมีสมาชิกเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ เริ่มจากราว 200 คน เป็นกว่า 1,000 คน ทำหน้าที่หลักคือเขียนจดหมายถึง สส.ในเขตเลือกตั้งของตน พร้อมกับรณรงค์กับประชาชนในท้องที่ มีการจัดทำเอกสารเผยแพร่จำนวนมาก เช่น แผ่นพับสะท้อนปัญหาของผู้หญิง ทัศนะของพระ ทัศนะของนักกฎหมาย เป็นการรณรงค์อย่างมืออาชีพโดยแท้

โชคดีที่ยุคนั้นเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ผู้หญิงถูกคาดหมายให้แต่งงานและเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเป็นหลัก ผู้หญิงเริ่มมีงานทำนอกบ้าน หลักๆ ก็คือ เป็นเลขานุการ ครู และพยาบาล โดยมักได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย ความคิดและความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพสตรีเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนมามีผลในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 กฎหมาย “ก้าวหน้า” หลายฉบับเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการหย่าร้าง กฎหมายรับรองสิทธิของสตรีที่สมรส ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับชายรักร่วมเพศ เป็นต้น

สภาพสังคมที่คาดหวังให้หญิงทำหน้าที่แม่บ้านเป็นหลัก กลับเป็น “จุดแข็ง” ของการรณรงค์ เพราะทำให้ครอบครัวสมัยนั้นดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการที่สามีทำงานเพียงคนเดียว ส่งผลให้สตรีหลายคนสามารถแบ่งเวลาไปทำงานอาสาสมัครได้อย่างแข็งขัน กลายเป็นกำลังสำคัญของการรณรงค์ ข้อสำคัญสามีของสตรีที่เป็นผู้นำรณรงค์เหล่านี้ ได้เป็นพลังหนุนช่วยที่สำคัญในการรณรงค์ด้วย ทั้งโดยบทบาทในตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ ของแต่ละท่าน และการสนับสนุนทางการเงินแก่สมาคมด้วย เช่น ดีเรค มันเดย์ สามีของไดแอน มันเดย์ เดนนิส ซิมส์ สามีของ แมเดลีน ซิมส์ คริส คอสซีย์ สามีของ ไดลิส คอสซีย์ ดักลาส ฮูตัน สามีของ เลดี้ วีรา ฮูตัน  เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท