posttoday
เอาไง เอากันแบบจีน

เอาไง เอากันแบบจีน

31 มีนาคม 2558

วันนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาหุ้นของจีนและดัชนีราคาซื้อขายหุ้นล่วงหน้าในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ โจวเซียวชวน

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

วันนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาหุ้นของจีนและดัชนีราคาซื้อขายหุ้นล่วงหน้าในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ โจวเซียวชวน ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนให้สัมภาษณ์ว่า อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนลดลงมากไป “นิดหน่อย” แต่ “ทางการมีช่องทางที่จะแก้ไขได้”

ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนออกมาพูดเรื่องเศรษฐกิจจีน ลดลงมากไปนิดหน่อยหลังจากที่ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แถลงต่อสภาประชาชนของจีน เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลได้ปรับลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ในปี 2015 ลงเหลือเพียงร้อยละ 7 ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการเจริญเติบโตที่ต่ำมากและต่ำกว่าอัตราการเจริญเติบโตของปี 2014 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่ำสุดของเศรษฐกิจจีนในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา และปรากฏว่าตัวเลขอัตราการเพิ่มขึ้นของการลงทุน การค้าปลีก และการผลิตจากโรงงานในจีนต่ำกว่าประมาณการทุกตัวทั้งเดือน ม.ค.และ ก.พ.

กล่าวคือการลงทุนเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 13.9 การค้าปลีกเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 และอัตราการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 15, 11.7 และ 7.8 ตามลำดับ (สำนักข่าวรอยเตอร์ส)

ข่าวร้ายจากจีนส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นทั้งในเมืองจีนและฮ่องกง รวมทั้งต่างประเทศทั่วโลก และทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจจีนที่หลายประเทศหวังพึ่งว่าจะเป็นทั้งการผลักดันเศรษฐกิจโลกต่อจากสหรัฐอเมริกานั้น กำลังจะเข้าสู่ภาวะชะงักงันเหมือนประเทศอื่นหรือไม่

แต่พอผู้ว่าการธนาคารกลาง โจวเซียวชวน ของจีนออกมาพูดไม่กี่ครั้ง ก็สามารถทำให้ตลาดหุ้นทั้งในจีน ฮ่องกง และยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นทันตาเห็นและกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก

สมัยก่อนคนที่พูดไม่กี่คำแล้วทำให้ราคาหุ้น ราคาทองคำ อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดโลกผันผวนเปลี่ยนแปลงได้ทันที ได้แก่ ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐหลายคนที่ผ่านมาโดยเฉพาะ อลัน
กรีนสแปน ซึ่งหลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้ว มีคนกล่าวหาว่าพูดและดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจนทำให้เกิดวิกฤต เศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ เพราะการปั่นฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ เท็จจริงอย่างไร แล้วแต่ใครจะคิด แต่ที่แน่ๆ คำพูดของคนเหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์ พูดอะไรแล้วคนทั้งโลกต้องฟัง ต้องคิด ต้องเอาไปตีความไม่ใช่ฟังแล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หรือปิดหูไม่ฟังเพราะขาดศรัทธาในผู้พูดหรือเป็นคำพูดที่ไม่มีสาธารณประโยชน์ตื้นเขินไม่น่าเชื่อถือ

เอาว่าเดี๋ยวนี้ บุคคลที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ทำให้คนรวยได้ เจ๊งได้ในพริบตานั้นเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งแล้วนอกจาก เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ คือ โจว เซียวชวน ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนนั่นเอง

เพราะฉะนั้น จึงพอเชื่อได้ว่าเศรษฐกิจจีนจะมีปัญหาสาหัสสากรรจ์อย่างไร ผู้บริหารของเขาสามารถที่จะดูแลประคับประคองไปได้ ไม่ต้องไปวิตกกังวลแทน แต่ที่น่าวิตกกังวลจริงๆ คือ ใครก็ตามที่คิดจะพึ่งจีนเพื่อยึดเหนี่ยวให้ช่วยเหลือคุ้มครองอุปถัมภ์ให้พ้นจากปัญหาเศรษฐกิจของตัวเอง เพราะเวลานี้ผู้บริหารของจีนคงต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างหนักที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนโตขึ้นให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 7 อย่างที่นายกฯ หลี่เค่อเฉียง ได้แถลงไว้ต่อสภาประชาชนของจีนและประเทศนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการขายฝันหรือการปรับลดตัวเลขที่ตั้งไว้ เมื่อเศรษฐกิจโตขึ้นต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้บ่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงตัวเลขแต่ละตัวของเขาแต่ละครั้งนั้นส่งผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจทั้งโลก

เพราะฉะนั้นเขาคงไม่มีเวลาคิดช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของคนอื่นและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีมากมายมหาศาลแต่ที่จริง ถ้าเทียบกันขนาดของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่ต้องดูแลแล้วก็ต้องถือว่ามีอยู่จำกัด ไม่สามารถเอาไปใช้อุปถัมภ์ค้ำชูใครได้

ความจริงปัญหาเศรษฐกิจนั้นส่วนที่แก้ยากที่สุดคือ ความมั่นใจ ความเชื่อมั่นของคนในชาติว่าเศรษฐกิจนั้น มีขึ้นก็มีลง ผู้ดูแลเศรษฐกิจมีวิสัยทัศน์และมีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาในช่วงเศรษฐกิจขาลง เพื่อรอเวลาให้วงจรเศรษฐกิจปรับตัวขึ้น

เราจะสังเกตได้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของจีนไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจจีนมีปัญหา เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่วงจรขาลง การเร่งสร้างความเจริญเติบโตต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เสี่ยงต่อการทำให้เศรษฐกิจจีนเข้าสู่สภาวะฟองสบู่ มีความเสี่ยงด้านความอยู่รอดของสถาบันการเงินบางประเภทโดยเฉพาะพวกที่เรียกว่า Non-Bank ที่ปล่อยสินเชื่อง่ายเพื่อแลกกับผลตอบแทนสูงกว่าระบบธนาคารที่อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของรัฐ

แต่วิธีการบริหารเศรษฐกิจของจีนเป็นไปในเชิงรุก แม้แต่ในยามที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงคือ แทนที่จะพยายามขายฝันบอกชาวจีน 1,200 ล้านกว่าคน ว่า รัฐบาลสามารถที่จะกระตุ้นนั่น อัดฉีดนี่ ให้เศรษฐกิจจีนเติบโตเหมือนในอดีต เศรษฐกิจจีนยังแข็งแรงกว่าประเทศอื่น เขากลับบอกประชาชนว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศโตจนถึงจุดที่ถ้าไม่สร้างวินัยทางการเงิน การคลังให้โปร่งใสชัดเจนขึ้น ลดอัตราการเจริญเติบโตลง เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นพื้นฐานของการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอาจทำให้เศรษฐิจเสียหาย ผู้บริหารประเทศของเขาทุกคนต่างออกมาพูดในแนวเดียวกันทั้งหมด ทำให้ประเทศคู่ค้าสามารถกำหนดทิศทางการค้าขายกับจีนได้โดยไม่ต้องคาดเดาเอาเองว่า วันนี้เอาอย่างนี้พรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการวางแผนธุรกิจการบริหารเชิงรุกและการยอมรับความจริง

ทำให้ประชาชนคนจีนเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนไม่ต้องคาดเดาวิพากษ์วิจารณ์กันจนไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าใช้จ่าย เพราะวิตกกังวลถึงอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เขามีผู้บริหารที่พูดน้อยแต่พูดไม่กี่คำ ทำให้เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงได้อย่างนายกฯ หลี่เค่อเฉียง และผู้ว่าการธนาคารกลาง โจวเซียวชวน

แล้วจะต้องกลัวอะไรกับปัญหาเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท