
ผู้ตรวจฯไม่ขัดยุบรวมกก.สิทธิฯชี้หากมีปัญหาต้องแยก
"ศรีราชา" ไม่ขัดหากควบรวม ผู้ตรวจฯ - กรรมสิทธิฯ แต่ถ้ามีปัญหาในอนาคตต้องแยก
"ศรีราชา" ไม่ขัดหากควบรวม ผู้ตรวจฯ - กรรมสิทธิฯ แต่ถ้ามีปัญหาในอนาคตต้องแยก
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ศ.ศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีการควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ากับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า เคารพความคิดเห็นของ กมธ.ยกร่างฯ แต่การควบรวม 2 องค์กร จะเกิดปัญหาพอสมควร เช่น การจัดระบบบริหารงาน การคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจที่มีความเหมาะสม รวมถึงเป้าหมายของแต่ละองค์กรที่มีอยู่เดิม
อย่างไรก็ตามยอมรับในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ยังคงอยู่ แต่ในอนาคตจะเกิดอุปสรรคปัญหาอย่างไร และจะเป็นไปตามความคาดหวังของ กมธ.ยกร่างฯ หรือไม่ก็ต้องพิจารณาต่อไป ถ้าควบรวมองค์กรแล้วปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จก็คงต้องแยกองค์กรตามเดิม
"รอให้ร่างรัฐธรรมนูญนิ่งก่อน ค่อยวิจารณ์ว่าจุดไหนบ้างมีปัญหา คงไม่ได้โต้แย้งแบบ สส. แต่จะชี้ให้เห็นปัญหา ว่าทำแล้วเกิดผล ไม่เกิดผล คนที่ยกร่างฯ แล้วไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ แต่ผู้ปฏิบัติจะเห็นผลดีกว่า ดีกว่านั่งคิดเอาเองฝันเอาเอง ก็ต้องดูว่าอะไรน่าจะเหมาะสม เราไม่มีปัญหา แต่ฝ่ายอื่นอาจมีปัญหาก็เป็นอีกเรื่อง เห็นใจเขา เขามีกติการะหว่างประเทศต้องทำ รวมแล้วจะมีปัญหาหรือเปล่า " ศ. ศรีราชา ระบุ
เมื่อถามว่า ผู้ตรวจการฯ จะร่างข้อเสนอไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อนำข้อเสนอดังกล่าวไปอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในเดือน เม.ย. นี้ หรือไม่ ศ. ศรีราชา กล่าวว่า สปช. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เชิญให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไปให้ข้อคิดเห็นแล้ว ทั้งนี้ผู้ตรวจการฯ เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจในการบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น กมธ.ยกร่างฯ จะต้องรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม การใช้ความคิดเห็นของตนเองเป็นใหญ่ จะกลายเป็นปัญหาในที่สุด เพราะท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญจะดีหรือไม่เป็นความรับผิดชอบของ กมธ.ยกร่างฯ
"การพิจารณาในเบื้องต้นเห็นว่ามันไล่ๆ กับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ไม่เห็นยาวสั้นกว่ากันเท่าไหร่ ไม่รู้สิถ้าเป็นผมร่างฯ ไม่ควรจะเกินร้อยมาตรา เพราะมันมีแต่รายละเอียดทั้งนั้น มันควรไปอยู่ในกฎหมายลูก อัดๆ เข้าไป อย่างนี้มันจะทำให้แก้ยาก นี่จะเป็นปัญหาในอนาคต ยาก ไม่ยาก เป็นข้อดีข้อเสีย"ศ. ศรีราชาระบุ
นอกจากนั้น ศ. ศรีราชา ยังกล่าวอีกว่า สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติที่บัญญัติใหม่ในร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่เห็นว่าจะต้องมีสมัชชาฯ ดังกล่าว ทำหน้าที่ผลักดันเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเพียงองค์กรเดียว เพราะในทางปฏิบัติแต่ละองค์กรควรร่วมมือกันตรวจสอบการทุจริตของนักการเมือง ไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ควรร่วมกันขับเคลื่อนหลายองค์กร เพื่อเปิดช่องทางให้มีการตรวจสอบนักการเมืองเพิ่มมากขึ้น แต่การที่กำหนดให้สมัชชาฯ รับผิดชอบเพียงองค์กรเดียวจะไม่เกิดประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้องอาศัยระยะเวลาอีก 4-5 ปี ไม่มั่นใจว่าจะสร้างประโยชน์ได้จริงหรือไม่







