
แพทย์อาวุโสจี้รัฐบาลเร่งคลอดกม.ควบคุมบุหรี่
แพทย์อาวุโส แสดงจุดยืน ประกาศปฏิญญาหนุน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ วอนรัฐเร่งผ่านกฎหมาย
แพทย์อาวุโส แสดงจุดยืน ประกาศปฏิญญาหนุน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ วอนรัฐเร่งผ่านกฎหมาย
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ พร้อมด้วยเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ จัดพิธีประกาศปฏิญญา “แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขอาวุโสหนุนกฎหมายบุหรี่ใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย” นำโดย ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ พร้อมด้วยคณะแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขอาวุโสประมาณ 100 คน ร่วมแสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นชอบสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ความคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ... ถือเป็น 1 ในกฎหมายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข 20 ฉบับ ที่ได้นำเสนอต่อรัฐบาล จำเป็นต้องปรับปรุงให้ทันสมัย และประเทศไทยมีข้อผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก ในการปกป้องคนไทยจากพิษภัยของยาสูบ แต่ผ่านมา 4 เดือนแล้ว ร่างกฎหมายก็ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าที่ประชุมครม. เพื่อพิจารณา
ทั้งนี้ เหล่าแพทย์อาวุโส มีความเป็นห่วง ถึงความพยายามของบริษัทบุหรี่ ที่ใช้กลยุทธ์เตะถ่วง ทำให้การพิจารณากฎหมายล่าช้า เพื่อให้การพิจารณาไม่ทันในสมัยของรัฐบาลนี้ และด้วยสำนึกในหน้าที่ ที่จะต้องปกป้องประชาชนโดยเฉพาะเด็กไทย จากการเสพติดบุหรี่ เนื่องจาก พบว่า 7 ใน 10 คนของเด็กไทยที่เคยสูบบุหรี่ จะติดบุหรี่จะติดไปตลอดชีวิต ดังนั้น พวกเราและบุคลากรสาธารณสุขอาวุโส จึงมีมติที่จะร่วม กันผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับนี้ จนกว่าจะได้รับการพิจารณาจากครม. เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่
ด้าน นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ หัวหน้าแพทย์ประจำพระองค์ ผู้เสนอกฎหมายให้พิมพ์ข้อความคำเตือนข้างซองบุหรี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2517 กล่าวว่า การทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดอันตรายจากบุหรี่ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ในอดีตการทำงานเรื่องบุหรี่ ถูกต่อต้านอย่างมาก ต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรทางการแพทย์เพื่อช่วยกันอธิบายเหตุผล และขอความร่วมมือจากรัฐบาลให้เห็นความสำคัญ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เหมือนในอดีต ที่มีแรงต่อต้านจากธุรกิจบุหรี่
นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบ เป็นเรื่องระหว่างการปกป้องสุขภาพของประชาชน กับผลกำไรของธุรกิจยาสูบ ที่ไม่สามารถต่อรองกันได้ แต่ละปีบริษัทบุหรี่ข้ามชาติมีกำไร 3,000 ล้านบาทในประเทศไทย และก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของคนไทยจำนวนมาก เป็นภาระต่อโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งผู้ป่วยก็ล้นโรงพยาบาลและงบประมาณรักษาพยาบาลก็ไม่เพียงพอจนเป็นปัญหาในทุกวันนี้
ขณะที่ นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานภาคีกฎหมายบุหรี่โลก (2550-2551) กล่าวว่า การคัดค้านร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่เกิดขึ้น เป็นกลุ่มองค์กรที่จัดตั้งบังหน้า โดยทุนของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ มีวิธีการคือ นำเงินมาจัดตั้งองค์กร เพื่อชี้นำ ชี้แนะ การจัดกิจกรรมที่มีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อสาธารณะ รวมถึงออกข่าวผ่านสื่ออาทิ การต่อต้านอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ต่อต้านรัฐบาลไทยไม่ให้ขึ้นภาษีบุหรี่ และคัดค้านร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับนี้ด้วย
ด้าน นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิก สปช. กล่าวว่า การที่สมาคมการค้ายาสูบไทย TTTA และ ธุรกิจบุหรี่ อ้างว่ากฎหมายนี้ทำร้ายโชห่วย ชาวไร่ยาสูบ เป็นการให้ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างไม่รับผิดชอบ คาดการณ์ว่ากำไรของค้าปลีกจากการขายยาสูบโดยเฉลี่ยจะลดลงไม่ถึงร้อยบาทต่อเดือน ในขณะที่บริษัทบุหรี่ข้ามชาติจะมีรายได้ลดลงปีละร้อยห้าสิบล้านบาท จึงใช้ร้านค้าปลีก โชห่วยเป็นข้ออ้าง
อย่างไรก็ตาม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาล ในการรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ ในขณะที่บริษัทบุหรี่ยังกำไรอย่างต่อเนื่อง และยังพบว่าคนไทยที่จนที่สุด 1,400,000 คน ที่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2,000 บาทที่ติดบุหรี่ ต้องเสียเงินค่าบุหรี่ถึง 540 บาทต่อเดือน แทนที่จะนำไปใช้ในเรื่องที่มีประโยชน์อย่างอื่น ซึ่งถือเป็นการทำร้ายคนจนอย่างร้ายแรง







