posttoday
ลุ้นผู้ค้ารายย่อย แก้ปมหวยแพง

ลุ้นผู้ค้ารายย่อย แก้ปมหวยแพง

30 มีนาคม 2558

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็เคาะแนวทางจัดสรรโควตาสลากที่กำลังจะหมดอายุในปี 2558 จำนวนถึง 66 ล้านฉบับ จากที่จำหน่ายอยู่ 74 ล้านฉบับ

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2558  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะล้มโควตาที่ให้ 5 เสือกองสลาก ไม่ต่ออายุสัญญาให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงเตรียมประกาศหลักเกณฑ์ และลงทะเบียนรับสมัครผู้ค้ารายใหม่ในเดือน เม.ย.นี้ โดยให้สิทธิผู้ค้ารายย่อย คนพิการ องค์กร มูลนิธิ รายเดิม มายื่นเอกสารก่อน แต่ผู้ค้ารายย่อยต้องแสดงเอกสารเรื่องทำเล สถานที่ขาย ขณะที่องค์กร มูลนิธิ จะต้องนำรายชื่อลูกข่ายที่จะรับสลากไปขายมาแสดงด้วย จากนั้นภายในเดือน พ.ค.จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้โควตา ด้วยอายุสัญญาเพียง 1 ปี จากเดิมสัญญา 2 ปี

สำหรับผู้ค้ารายย่อยรายเดิมที่จะหมดสัญญารอบนี้มี 3 หมื่นราย คิดเป็นสลากกว่า 30 ล้านฉบับ ที่เหลือเป็นโควตาขององค์กร มูลนิธิ หากตรวจคุณสมบัติแล้วยังมีสลากเหลือ สำนักงานสลากฯ จะสุ่มเลือกผู้ที่ได้โควตาสำรองก่อนหน้านี้ 4 แสนราย มาจัดสรรสลากให้

รูปแบบการจัดสรรสลากที่เปลี่ยนไปอีกข้อหนึ่ง คือ การลดสัดส่วนสลากที่จัดสรรในกรุงเทพฯ ลง จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ถึง 80% ทำให้ง่ายต่อการวมชุด คณะกรรมการสลากจึงปรับใหม่ โดยจะกระจายสลากให้รายย่อยทั่วประเทศ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวนกว่า 55 ล้านฉบับ หรือคิดเป็น 75% ของยอดสลากทั้งหมด โดยมีคำสั่งจากรัฐบาลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลการจัดสรรโควตาให้รายย่อย ควบคู่ไปกับการดูแลไม่ให้มีการขายสลากเกินราคา ส่วนสลากที่เหลืออีกราว 18.5 ล้านฉบับ หรืออีก 25% จะจัดสรรในกรุงเทพฯ โดยมีสำนักงานสลากฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา

สรุปคือการจัดสรรสลากรอบนี้จะยังไม่เปิดให้คนทั่วไปได้ไป แต่จะให้รายเดิมลงทะเบียนก่อน และพยายามกระจายสลากไปต่างจังหวัดมากขึ้น ป้องกันการรวมชุด

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังเดินหน้าแก้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ โดยเฉพาะวิธีการจำหน่าย ที่จะมีการตั้งกองทุนรับซื้อเลขไม่สวย หรือกองทุนบริหารจัดการสลาก มีการเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ออกสลากกินแบ่งเพื่อสาธารณประโยชน์ได้ และการบริหารสลากและช่องทางการจำหน่าย อาจหมายถึงการเตรียมจำหน่ายสลากแบบอัตโนมัติ หรือออนไลน์ ที่มีคู่สัญญาเดิมคือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี รออยู่

ขณะเดียวกันมีการแก้ไขเพิ่มเติมสัดส่วนการจัดสรรเงินใหม่ จากเดิมที่จัดสรรเงิน 60% เป็นเงินรางวัล, 28% เป็นเงินนำส่งรายได้เข้ารัฐ ที่เหลือ 12% จะให้เป็นส่วนลดผู้ค้ารายย่อย 7% และผู้ค้ารายใหญ่ นิติบุคคล องค์กร มูลนิธิ จะได้ส่วนลด 9%

แต่กฎหมายที่แก้ไขจะให้คงเงินรางวัลที่ 60% ตามเดิม แต่ลดเงินนำส่งรายได้เข้ารัฐเหลือ 20% และนำอีก 5% มาใช้ตั้งกองทุนบริหารจัดการสลาก โดยให้เพิ่มส่วนลดแก่ผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ รวมค่าบริหารจัดการของสำนักงานสลากฯ เป็น 15% โดยคาดว่ารายย่อยได้ส่วนลดเป็น 9-10% และรายใหญ่ได้เพิ่มเป็น 12%

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์แนวทางดังกล่าวจะเห็นว่า ในระยะสั้นที่สำนักงานสลากฯ เตรียมจัดสรรสลากให้รายย่อยรายละ 5 เล่มใหญ่ หรือ 1,000 ใบ เริ่มจำหน่ายงวดเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนที่กฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งผู้ค้ารายย่อยจะยังคงได้ส่วนลด 7% (ต้นทุนอยู่ที่ฉบับละ 74.40 บาท ) ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ นิติบุคคล องค์กร มูลนิธิ จะได้ส่วนลด 9% (ต้นทุนอยู่ที่ฉบับละ 72.80 บาท ) 

หากยกกรณีผู้ค้ารายย่อยได้สลากคนละ 5 เล่มใหญ่ หรือ 500 คู่ ที่ต้นทุนคู่ละ 74.40 บาท ผู้ค้าจะต้องใช้เงินซื้อสลากรวม 37,200 ล้านบาท หากรายย่อยขายสลากตามราคาที่กำหนด คือคู่ละ 80 บาท เท่ากับมีกำไรคู่ละ 5.60 บาท หรือ 2,800 บาท/งวด รวม 1 เดือน หรือ 2 งวด ผู้ค้าสลากรายย่อยจะมีรายได้ 5,600 บาท 

ฟันธงเลยว่า รายได้แค่นี้ไม่พอกินแน่นอน!

แม้ในอนาคตจะมีการเพิ่มส่วนลดให้รายย่อยเป็น 10% หรือมีกำไรคู่ละ 8 บาท คิดเป็นรายได้ต่องวด 4,000 บาท หรือเดือนละ 8,000 บาท ก็ไม่แน่ใจว่าจะลดแรงจูงใจในการหอบสลากไปขายให้เจ้ามือรายใหญ่ที่ตั้งโต๊ะรับซื้อฉบับละ 90 บาท ซึ่งรายย่อยจะได้กำไรจากส่วนต่างถึงงวดละ 7,800 บาท หรือเดือนละ  15,600 บาท มากกว่าขายเองเกือบ 50% โดยที่ไม่ต้องแบกรับเรื่องเลขไม่สวย ขายสลากไม่หมด

ดังนั้น การตั้งกองทุนรับซื้อเลขไม่สวย อาจไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้รายย่อยขายสลากเพิ่มขึ้น เพราะสลากที่ขายคืนก็จะได้ในราคาทุนที่ซื้อมา แต่หากขายยกชุดให้รายใหญ่จะได้กำไรเท่ากันทุกใบ ในมุมกลับกัน การตั้งกองทุนจะกลายเป็นการตั้งโต๊ะรับซื้อเลขไม่สวยจากรายใหญ่ ช่วยให้รายใหญ่มีกำไรมากขึ้น

ยกเว้นแต่ว่าในการรับซื้อคืนจะต้องมีการนำทะเบียนผู้ค้าสลากมายืนยันแบบรายต่อราย ควบคู่ไปกับการจับกุมผู้ที่ค้าสลากเกินราคาทั่วประเทศอย่างเข้มข้น

ขณะเดียวกัน การล้มโควตา 5 เสือ ตามนโยบายนายกฯ อาจแก้ปัญหาแบบถอนรากถอนโคนไม่ได้ เพราะความเป็นจริง 5 เสือกองสลาก ได้กลายร่างและยังแตกลูกหลานกลายเป็นเสือตัวใหม่มาสร้างอิทธิพลตามแผงต่างๆ ซึ่งสำนักงานสลากฯ เตรียมจะสั่งให้นิติบุคคลที่ได้โควตามาขึ้นทะเบียนใหม่ทุกราย ส่วนจะมีแบล็กลิสต์ไว้หรือไม่ อยู่ที่หลักเกณฑ์ที่จะออกมาในเดือน เม.ย.นี้

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าแนวทางการกระจายสลากให้รายย่อยรอบนี้ น่าจะเป็นการทดสอบตลาดของสำนักงานสลากฯ โดยไม่สามารถแก้เรื่องสลากแพง หรือแก้การรวมชุดแบบสะเด็ดน้ำได้ เพราะต้องทำควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมราคาทั้งส่วนกลางโดยสำนักงานสลากฯ และในต่างจังหวัด ที่วัดฝีมือ
ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดด้วย

ขณะที่วิธีการที่เชื่อแน่ว่าจะจัดการกับปัญหาสลากแพงได้ คือ การสร้างผลิตภัณฑ์คู่แข่งขึ้นมาสู้ คือ หวยออนไลน์นั้น ยังต้องจับตาข้อตกลงระหว่างสำนักงานสลากฯ กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ฯ ว่า ออกมาอย่างไร จะเริ่มจากเอาสลากใบไปใส่เครื่องขายก่อน แล้วค่อยพัฒนาเป็นสลากที่เลือกเลขได้ 6 หลัก ถ้าทำได้ ก็เชื่อว่าจะแก้ปัญหาทั้งสลากใบและหวยใต้ดินอย่างได้ผลมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์