posttoday
ธนาคารข้าว ของพ่อหลวง

ธนาคารข้าว ของพ่อหลวง

29 มีนาคม 2558

45 ปีเต็มแล้วที่ชาวบ้านป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง

โดย...ดำเนิน ท้วมจอก

45 ปีเต็มแล้วที่ชาวบ้านป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง

บ้านป่าแป๋มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่เหมาะกับการทำเกษตรมากนัก พื้นที่ปลูกข้าวมีจำกัด บางปีก็ประสบภัยธรรมชาติ ส่งผลให้การผลิตข้าวได้ไม่เพียงพอกับการบริโภค ชาวบ้านต้องกู้ยืมข้าวจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาบริโภค

เมอะ ปองอมรกุล คณะกรรมการธนาคารข้าวบ้านป่าแป๋ เล่าว่า เคยไปกู้ข้าวตามบ้านแต่ดอกเบี้ยสูงมาก

“เขาคิดดอกเบี้ยร้อยละ 50 ถ้ากู้ 10 ถังก็ใช้ ดอกเบี้ย 5 ถัง” ลุงเมอะเล่าถึงชีวิตของชาวบ้านป่าแป๋ที่เป็นเช่นนี้มายาวนาน

กระทั่ง 1 มี.ค. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับทราบความเดือดร้อนของชาวบ้านผ่านทาง ม.จ.ภีศเดช รัชนี และได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชน พระราชทานแนวทางการจัดตั้งธนาคารข้าวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งพระราชทานเงิน 2 หมื่นบาท เป็นทุนเริ่มต้นการจัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของประเทศไทย

ธนาคารข้าว ของพ่อหลวง

 

และทรงให้ความห่วงใยพสกนิกรผู้ประสบภัยในปีพุทธศักราช 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ เยี่ยมหมู่บ้านป่าแป๋ และได้พระราชทานเงินงบประมาณให้คณะกรรมการหมู่บ้านได้จัดตั้งธนาคารข้าวจำนวน 2 หมื่นบาท บนพื้นที่สูงแห่งแรกของประเทศ

เงินพระราชทานดังกล่าว ชุมชนได้จัดซื้อข้าวและให้ลูกบ้านยืมข้าวไปบริโภคมีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการวางกฎระเบียบการกู้ยืมและหมุนเวียนในชุมชนโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20

“หลังจากปี 2513 ช่วงแรกกรมประชาสงเคราะห์ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือกลุ่ม หลังจากนั้นมากลุ่มได้เข้มแข็งขึ้น คณะกรรมการหมู่บ้านได้ดำเนินการเอง โครงการหลวงก็เข้าช่วยเหลือในเรื่องวิชาการการเพิ่มผลผลิตข้าว ราษฎรในพื้นที่ก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ขาดแคลนข้าวเหมือนแต่ก่อน แม้บางปีจะประสบภัยธรรมชาติบ้าง โครงการหลวงก็ส่งเสริมอาชีพด้านอื่นให้ เช่น การปลูกพืชผัก ไม้ผล ซึ่งเป็นรายได้อีกทางกับราษฎรก็ทำให้ราษฎรมีวิถีชีวิตดีขึ้น” บรรจง กาวีวน หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง เล่าถึงพัฒนาการของธนาคารข้าวแม่สะเรียง ซึ่งยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

ในรอบปีชุมชนบ้านป่าแป๋จะมีข้าวบริโภคเพียงพอ 6-8 เดือน หลังจากนั้นธนาคารข้าวจึงเริ่มเปิดให้มีการกู้ยืมกับครอบครัวที่ขาดแคลนข้าวตามความเหมาะสม มากบ้าง น้อยบ้าง ตามความจำเป็น และให้เพียงพอต่อการบริโภค จนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน พ.ย.ของทุกปี และเมื่อเกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วจึงได้นำข้าวที่กู้ยืมไปมาคืนให้ธนาคารข้าวพร้อมดอกเบี้ยตามที่ชุมชนได้กำหนดไว้

ธนาคารข้าว ของพ่อหลวง

 

แม้หลายครอบครัวประสบภัยธรรมชาติทำให้ผลผลิตได้น้อย ข้าวที่ได้ไม่เพียงพอจะคืนกลับให้กับธนาคาร คณะกรรมการและชุมชนจึงมีมติให้ครอบครัวที่ไม่สามารถคืนข้าวได้ครบ ทำงานให้กับมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อนำรายได้มาคืนแทนข้าวที่กู้ยืมไป

“คนที่ไม่ได้ใช้ เขาจะใช้ดอกเบี้ยก่อน ส่วนต้นทุนอยู่อย่างเดิม โครงการหลวงแก้ปัญหาคนที่ใช้หนี้ไม่ได้ ให้ทำงานทดแทน หักค่ารายได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ให้เขาดูแลครอบครัว ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านป่าแป๋ก็ได้มีการพออยู่ พอกิน ไม่ร่ำรวยแต่ก็พออยู่พอกิน การเป็นหนี้เป็นสินก็หายไป ก็ได้รับการสนับสนุนจากในหลวงท่านที่ได้พระราชทานข้าว” คำซาว ประสมสงค์ กรรมการธนาคารข้าวแม่สะเรียงเล่าถึงวิธีการจัดการของชุมชน

ถึงแม้ว่าชุมชนจะแก้ไขปัญหาข้าวให้พอบริโภค แต่พร้อมกันนี้ก็ต่อยอดการบริหารจัดการโดยการแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารหรือข้าวกล้องจำหน่ายไปยังตลาดภายนอก

ธนาคารข้าวพระราชทานแห่งแรกนี้ ใช่เพียงแต่แก้ปัญหาความขาดแคลนข้าวบริโภคให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนโรงเรียนให้ชุมชนได้ร่วมเรียนรู้วางแนวทางการจัดการปัญหา สร้างความสามัคคี สร้างกิจกรรมต่อเนื่องอื่นๆที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพสร้างการมีส่วนร่วม ภาวะผู้นำ และความร่วมมือในระดับชุมชนจากจุดเล็กๆ ที่พร้อมจะเติบโตต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ล้วนมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวงทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท