
ธกส.รุดช่วยลูกค้าก่อนเป็นหนี้เน่า
ธ.ก.ส.เร่งสกัดเอ็นพีแอล ส่งเจ้าหน้าที่ประกบลูกหนี้ที่มีปัญหา หลังราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
ธ.ก.ส.เร่งสกัดเอ็นพีแอล ส่งเจ้าหน้าที่ประกบลูกหนี้ที่มีปัญหา หลังราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน มี.ค.ของทุกปีก่อนสิ้นปีบัญชีของธนาคาร จะเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.ส่วนใหญ่ถึงกำหนดชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งตามวิธีปฏิบัติปกติของธนาคาร พนักงานพัฒนาธุรกิจจะส่งใบแจ้งหนี้ที่ต้องชำระให้กับลูกค้าด้วยตัวเองหรือในที่ประชุมกลุ่มลูกค้า พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พูดคุยเพื่อรับทราบปัญหาของลูกค้าเป็นรายคน
ทั้งนี้ หากลูกค้ารายใดไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดด้วยเหตุสุจริตและจำเป็น ธนาคารจะมีแนวทางในการช่วยเหลือลูกค้า ได้แก่ การผัดผ่อนระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอีกหนึ่งคราว คราวละไม่เกิน 12 เดือน หรือในกรณีที่พบว่าลูกค้าประสบปัญหารุนแรง ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจัดทำตารางการชำระหนี้ใหม่ให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกค้า
สำหรับปีการผลิตปัจจุบัน คือ 2557/2558 เกษตรกรลูกค้าของธนาคารจำนวนหนึ่งประสบกับปัญหา เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจราคาผลผลิตตกต่ำ รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง ทำให้มีรายได้ลดลง ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ ดังนั้นเกษตรกรลูกค้าที่ประสบปัญหาดังกล่าวข้างต้น ขอให้ติดต่อพูดคุยกับพนักงาน ซึ่งธนาคารพร้อมจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามมาตรการที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ธนาคารได้เน้นย้ำแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้ากลุ่มดังกล่าวให้พนักงานของธนาคารทราบและออกไปเยี่ยมเยียนลูกค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลการประกอบอาชีพที่แท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งกำชับให้ผู้จัดการสาขาควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
ก่อนหน้านี้ นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวถึงแนวโน้มปัญหาหนี้สินเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมาว่า ในช่วงเดือน ธ.ค. 2557 ธนาคารมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับกว่า 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 6% ของยอดสินเชื่อคงค้าง ถือว่าสูงจากต้นปี 2557 ที่มียอดเอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 4% โดยเอ็นพีแอลที่สูงขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากราคาผลผลิตตกต่ำ การประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแบบฉุกเฉิน
ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงเร่งสาขาลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรลูกค้าแบบรายตัว และทำการปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยการขยายเวลาชำระหนี้ ปลอดเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าเมื่อสิ้นปีบัญชี 2557 (ในเดือน มี.ค. 2558) นี้ ธนาคารจะสามารถปรับลดยอดหนี้เอ็นพีแอลให้ลดลงเหลือที่ระดับ 4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 4.25% ได้ ส่วนในปีบัญชี 2558 (เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 มี.ค. 2559) ตั้งเป้าให้เอ็นพีแอลอยู่ไม่เกิน 4%
สำหรับดัชนีราคาสินค้าเกษตร เดือน ก.พ. 2558 เท่ากับ142.37 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.51% โดยลดลงเกือบทุกกลุ่มสินค้า







