
บุคลากรท่องเที่ยว ไม่พร้อมรับเออีซี (2)
ฉบับก่อนหน้า ผมได้นำเสนอภาพเกี่ยวกับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทั้งในแง่องค์ความรู้
โดย...รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์
ฉบับก่อนหน้า ผมได้นำเสนอภาพเกี่ยวกับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทั้งในแง่องค์ความรู้ และการเข้าสู่อาชีพด้านการท่องเที่ยวของผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาด้านการโรงแรม ท่องเที่ยว และภัตตาคาร โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวโดยตรง แต่ที่จริงตลาดแรงงานไทยมีผู้สนใจทำงานด้านโรงแรมถึง 2.7 แสนคน ตัวแทนท่องเที่ยว 0.62 แสนคน และทำงานด้านที่เกี่ยวข้องกับอาหารและภัตตาคารสูงถึง 1.9 ล้านคน โดยในปี 2556 พบว่า มีนักเรียนระดับ ปวช.ปีสุดท้ายประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 1.3 หมื่นคน ระดับ ปวส.มากกว่า 1.6 หมื่นคน และจบสาขาเกี่ยวกับโรงแรมและการท่องเที่ยวอีกมากกว่า 6,500 คน ซึ่งผู้จะจบการศึกษาเหล่านี้ จะถูกดูดซับเข้าไปในตลาดแรงงานไม่หมด เนื่องจากผู้เรียนบางคนเห็นว่า การเรียนสาขานี้เรียนง่าย-จบง่าย แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงที่จะทำงานอย่างจริงจังในสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม ภัตตาคาร และการท่องเที่ยว หรือบางคนหันไปเรียนต่อระดับปริญญาโทในสาขาอื่นๆ แทน ทำให้กิจการด้านนี้ขาดแคลนแรงงาน
และคงไม่แปลกใจที่เห็นแรงงานจากประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มทยอยเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นต้น ขณะที่การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพของไทยไปยังอาเซียนยังคงมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่ไปทำงานในสาขาโรงแรมที่สิงคโปร์และร้านอาหารในมาเลเซีย
การที่จะให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะสามารถเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดประชาคมอาเซียน รวมถึงการที่จะดูแลด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวจะต้องเตรียมพร้อมอย่างมียุทธศาสตร์
นั่นก็คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งกรมการท่องเที่ยวจะต้องร่วมมือกันเป็นหน่วยงานหลักในการเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงกรอบข้อตกลงยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว (Mutual Recognition Arrangement) 32 ตำแหน่งงาน
อีกทั้งต้องประสานกำกับดูแลอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว 32 ตำแหน่งงาน ทั้งเข้าและออกจากไทย และเพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรฐานสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) มาแล้ว จำเป็นจะต้องเร่งเพิ่มบุคลากรวิชาชีพให้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและสมรรถนะวิชาชีพที่เป็นมาตรฐานสากล
วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวคือ เป็นหน่วยงานหลักในการเผยแพร่ ประสาน กำกับ และอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว 32 ตำแหน่งงาน
ถ้าจะเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวจะต้องมีพันธกิจหลัก 3 ด้าน
ด้านที่ 1.เป็นพันธกิจเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว
ด้านที่ 2.เป็นพันธกิจด้านการเป็นศูนย์กลางข้อมูลในด้านการขับเคลื่อนบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว
ด้านที่ 3.เป็นพันธกิจดำเนินแนวทางให้ความรู้สู่การเป็นประชาคมอาเซียนในด้านที่เกี่ยวข้องกับบุุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว
พันธกิจทั้ง 3 ด้านจะบรรลุได้ต้องมียุทธศาสตร์ในการทำงานที่รองรับ 5 ด้าน 1.ยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพตามสมรรถนะวิชาชีพ
2.ยุทธศาสตร์สนับสนุนกำลังคนในวิชาชีพให้มีมาตรฐานและสมรรถนะพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน โดยใช้มาตรฐานสมรรถนะเป็นเครื่องมือ
3.ยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางในการประสานข้อมูลด้านวิชาชีพท่องเที่ยวและกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพในภูมิภาคอาเซียน
4.ยุทธศาสตร์ในการสร้างความรู้และความตระหนักแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว
5.ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
ขณะเดียวกัน ก็ต้องเร่งสนับสนุนให้กำลังคนที่ทำงานอยู่แล้วในวิชาชีพ 32 ตำแหน่งงานให้เพียงพอ พร้อมกับเร่งยกระดับและรองรับมาตรฐานสมรรถนะให้พร้อมที่จะแข่งขันกับทุกประเทศในอาเซียน อันจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการยกระดับวิชาชีพ เส้นทางอาชีพ พร้อมๆ กับการป้องกันมิให้เพื่อนสมาชิกอาเซียนที่มิได้มีมาตรฐานสมรรถนะเข้ามาทำงานในประเทศไทย
การที่สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่อยู่ในวิชาชีพนับล้านคนได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการเพิ่มตำแหน่งงานในแวดวงราชการ เช่น ก.พ.ร.จะต้องสนับสนุนให้มีการพัฒนาโดยเร่งด่วน ให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการยกระดับมาตรฐานสมรรถนะของแรงงานไทยให้มีความพร้อมในการแข่งขัน
ขณะเดียวกัน ก็จำเป็นต้องเสริมสร้างให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายแรงงานด้านการโรงแรม ภัตตาคารและการท่องเที่ยว เมื่อถึงเวลาที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางผู้เขียนจะได้มีส่วนจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวใน 32 ตำแหน่งงาน ให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมิได้นำยุทธศาสตร์ที่จัดทำขึ้นไปปฏิบัติ แผนนี้คงเป็น “แผนนิ่ง” สูญเปล่าและสิ้นเปลือง ซึ่งยุทธศาสตร์จำเป็นต้องมีการขับเคลื่อน ซึ่งผู้เขียนจะได้กล่าวถึงในโอกาสต่อไป







