posttoday
ผวาครึ่งปีหลังการเมืองป่วน

ผวาครึ่งปีหลังการเมืองป่วน

27 มีนาคม 2558

กูรูมองเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น ส่งออกยังฟุบ ลุ้นลงทุนภาครัฐ เตรียมปรับลดจีดีพี ครึ่งปีหลังการเมืองปัจจัยเสี่ยง

กูรูมองเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น ส่งออกยังฟุบ ลุ้นลงทุนภาครัฐ เตรียมปรับลดจีดีพี ครึ่งปีหลังการเมืองปัจจัยเสี่ยง

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ (หัวหน้าสายงานวิจัย) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยในงานเสวนา “ส่องเศรษฐกิจ...ทิศทางการลงทุนไทยและเทศ ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนผ่านมุมมองกูรูชั้นแนวหน้า” ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2558 ยังมองภาพไม่ชัดเจนในหลายปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยเฉพาะการส่งออกของไทยที่คิดเป็น 60% ของจีดีพี

ทั้งนี้ ตัวเลขเดือน ม.ค.-ก.พ. ส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขเฉลี่ยปี 2557 ที่เดือนละ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งที่ส่งออกปีก่อนเป็นตัวเลขติดลบ หากจะให้ตัวเลขส่งออกปีนี้ไม่ติดลบ แสดงว่าอีก 10 เดือนที่เหลือต้องส่งออกเดือนละเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่จะให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการบริโภคที่คิดเป็น 50% ก็ไม่ได้ เพราะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเกือบ 85% ของจีดีพี ส่วนการลงทุนของเอกชนที่คิดเป็น 20% กำลังการผลิตโดยรวมยังอยู่ที่ 60% ซึ่งยังไม่เห็นความจำเป็นที่เอกชนจะเพิ่มกำลังการผลิตตอนนี้ ส่วนการลงทุนภาครัฐที่มีสัดส่วนเพียง 6% ของ
จีดีพี ก็ยังขับเคลื่อนช้ากว่าคาด

จากปัจจัยดังกล่าวเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ไม่ดีกว่าครึ่งปีแรก สิ่งสำคัญคือในครึ่งปีหลังปัจจัยทางการเมืองจะกลับมามีบทบาทสำคัญใน 4-5 เดือนข้างหน้า เพราะเดือน ส.ค. จะเริ่มกระบวนการรับฟังความเห็น ซึ่งต้องดูว่าสภาปฏิรูปจะรับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งการเมืองดีหรือไม่ดีจะเป็นเรื่องบดบังเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้าทางภัทรจะกลับไปประเมินตัวเลขจีดีพีและการส่งออกใหม่ จากเดิมที่คาดเศรษฐไทยปีนี้จะขยายตัว 3.7% และส่งออกโต 1.5% ซึ่งที่ผ่านมาหลายฝ่ายมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและการลงทุนดีมาตลอด

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า ครึ่งปีหลังปัจจัยการเมืองจะกลับมามีบทบาทต่อการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากเกี่ยวกับความเชื่อมั่น และเห็นได้จากตอนนี้หุ้นในหลายประเทศมีการปรับทำนิวไฮกันบ้าง แต่ของไทยยังอยู่ระหว่างการหาแนวรับ เพราะจากปัจจัยภายในประเทศเป็นสำคัญ ข่าวดีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น การทำมาตรการคิวอีของยุโรปกับญี่ปุ่นก็ไม่สามารถชดเชยในตลาดหุ้นไทยได้ ซึ่งหากดัชนีปรับลด 5-10% ก็ถือเป็นจังหวะที่ทยอยสะสมได้ ซึ่งมองกรอบดัชนีปีนี้จะผันผวน 300-400 จุด โดยกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,350-1,750 จุด

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มองว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ช้า ปีนี้อาจเติบโตได้ 3% แต่ปีหน้าจีดีพีถึงจะกลับมาจากการเติบโตแบบปกติ ซึ่งการลงทุนแบบระยะยาวในมุมมองของนักลงทุนสถาบันหรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยก็เป็นสิ่งที่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์