posttoday
‘ประยุทธ์’ ยิ่งด่า ยิ่งเสีย

‘ประยุทธ์’ ยิ่งด่า ยิ่งเสีย

27 มีนาคม 2558

ยังเป็น “จุดอ่อน” ที่บั่นทอนการบริหารประเทศ สำหรับอาการปากพาจนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์​​

ยังเป็น “จุดอ่อน” ที่บั่นทอนการบริหารประเทศ​ สำหรับอาการปากพาจนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่มีแนวโน้มจะได้รับการปรับปรุงแก้ไข แถมยังดูหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จัดหนักอีกรอบเมื่อวันที่ 25 มี.ค. รอบนี้พุ่งเป้า ถล่ม​ “สื่อมวลชน”​ 23 นาทีเต็ม ​เริ่มตั้งแต่ “เสรีภาพให้ก็ให้แล้ว ทุกอย่างไม่เคยห้ามอะไรเลย ไม่มีใครเขาให้แบบนี้หรอก เดี๋ยวผมจะดูอีกระยะหนึ่ง”

“ที่พูดไม่ได้มาทวงบุญคุณอะไร ทั้งหมดผมทำให้คนไทย ถ้าใครมันไม่เข้าใจ มันก็ไม่ใช่คนเท่านั้น สื่อต้องช่วยกัน ต่อจากนี้ผมจะดูทุกสื่อและถ้าจำเป็นผมก็จะใช้อำนาจของผมทุกคน ไม่ได้ไม่ให้มาวิจารณ์ วิจารณ์ได้แต่ต้องเข้าใจเสียหน่อย วันนี้คำสั่ง คสช.มีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือลืมกันไปหมดแล้ว ลืมหรืออย่างไร สบายกันเกินไปแล้วมั้ง”

แม้เมื่อผู้สื่อข่าวถามเพื่อจะพยายามสะท้อนมุมมองว่า คำวิจารณ์ต่างๆ เป็นการเสนอแนะ แต่อารมณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ยังขึ้นต่อเนื่อง “ก็ไปดูคำวิจารณ์ของพวกสื่อสิ เป็นทางบวกหรือ ถามว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำได้หรือไม่ ก็เข้ามาวันนี้ก็เพื่อสิ่งเหล่านี้ จะถามทำไม สร้างสรรค์ตรงไหนวะ ปัดโธ่”

ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์​ ระเบิดอารมณ์ใส่สื่อมวลชนอยู่หลายรอบ ทั้งทีเล่นทีจริง  ถึงขั้นเคยโยนเปลือกกล้วยใส่หัวช่างภาพ เคยขู่ว่าจะทุ่มด้วยโพเดียม หรือเมื่อเร็วๆ นี้ที่สวนกลับว่าอยากจะต่อยนักข่าวเมื่อถามถึงผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาล

ปัญหาเรื่องการสื่อสารของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 7 เดือนหลังรัฐประหาร แม้จะพอจะเข้าใจได้ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสถานะจาก ผบ.ทบ. สู่หัวหน้า คสช.อาจยังติดรูปแบบการสื่อสารตามแบบฉบับของ “กองทัพ” ประเภทหัวหน้าสั่งลูกน้อง

แต่สุดท้ายหลังถ่างขามานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี การควบคุมอารมณ์ยังเป็นปัญหาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง และไม่ใช่ประเด็นการสื่อสารด้วยอารมณ์ แต่ยังรวมไปถึงลีลาการสื่อสารในเรื่องนโยบายสำคัญๆ

หากจำกันได้เมื่อครั้งราคายางตกต่ำจนเกษตรกรตั้งท่าจะออกมาเดินขบวนเคลื่อนไหว  ครั้งนั้นนอกจากจะไม่สามารถดึงราคาให้ขึ้นกระเตื้องขึ้นมาได้แล้ว ลีลาการตอบคำถามยังทำลายความเชื่อมั่นต่อตำแหน่งผู้บริหารประเทศ​ ​กับประโยคที่ว่า

“ยางพาราเรามีอยู่เยอะแยะในประเทศ...แล้วก็ปลูกกันเข้าไปเถอะ แล้ววันหน้าก็ไปขายโน่นไหม...บนดาวอังคารไหม ขายในนี้ไม่พอแล้ว โลกไม่พอซื้อแล้ววันนี้เราพัฒนาใหม่แล้ว เราต้องไปดาวอังคาร”

คล้อยหลังไม่กี่วัน พล.อ.ประยุทธ์ ถูกวิจารณ์ข้ามประเทศ เมื่อให้สัมภาษณ์ถึงคดีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ถูกฆาตรกรรมที่เกาะเต่าว่า  “ผมถามแต่งบิกินี่ประเทศไทยเนี่ยจะรอดไหม เว้นแต่ไม่สวยล่ะนะ” ​

นอกจากจะทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกโจมตีจากกลุ่มสตรีว่าคำพูดเช่่นนี้เข้าข่ายเหยียดเพศ จน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาขอโทษที่พูดจาแรงไปเพราะความกดดัน

จุดอ่อนตรงนี้ใช่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่รู้ว่าฉุดความเชื่อมั่นและจะเป็นผลเสียต่อการบริหารงาน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยระบุว่าจะ “ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห จะเป็นคนพูดจาเพราะๆ ไม่พูดจาเสียหาย กำลังคิดกำลังทำอยู่” แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

​ปัญหาอยู่ตรงที่ ลีลาท่าทางการสื่อสารตามแบบฉบับเช่นนี้ ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่น การพูดจารุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการ “ปรองดอง” ที่พยายามจะผลักดันไปสู่เป้าหมาย

ยิ่งกับบุคคลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ การพูดจาข่มขู่ว่าจะใช้อำนาจมากว่าการพูดจาด้วยเหตุด้วยผลเพื่อขอความร่วมมือ ย่อมมีแต่จะได้รับแรงต่อต้านไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

​สิ่งที่จำเป็นเวลานี้ คือการแสวงหาแนวร่วม สร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการปรองดอง และเดินหน้าสู่การปฏิรูป ไม่เคลื่อนไหวใดๆ ที่จะผลักมิตรไปเป็นศัตรู

ที่สำคัญการพูดจาสื่อสารของผู้นำควรจะเป็นไปที่แนวนโยบาย หลักการและเหตุผล หรือสิ่งที่จำเป็นต้องสื่อสาร ไม่ใช่วนอยู่กับการพูดจารุนแรงตอบโต้รายวัน ที่จะยิ่งกัดกร่อนต้นทุนของตัวเอง และสะเทือนไปถึงภารกิจที่ผลักดันนับจากนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท