
สังคมปัญญาชน
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
คนแบบลีกวนยิว “บิดาแห่งสิงคโปร์” เมื่อตายไปแล้วคนสิงคโปร์อาลัย จริงอยู่เขามีทั้งคนรักและเกลียด แต่คนสิงคโปร์ก็ยอมรับว่าเขาทำเพื่อสิงคโปร์จริงๆ
ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน เมื่อผู้นำมาเลเซียตัดสินใจ “สั่งสอน” สิงคโปร์โดยขับออกจากมาเลเซีย โดยหวังจะให้สิงคโปร์แห้งตายเพราะบนเกาะสิงคโปร์ไม่มีอะไรเลย ลีกวนยิวเสียใจไม่น้อยแต่ไม่ยอมแพ้ แทนที่มาเลเซียจะได้เห็นสิงคโปร์ล่มจมไปต่อหน้าต่อตา สิงคโปร์กลับเจริญรุ่งเรืองแซงหน้ามาเลเซียและทุกประเทศในภูมิภาค
สิ่งที่เราควรศึกษาเป็นบทเรียนคือลีกวนยิวทำอย่างไรจึงทำให้สิงคโปร์พัฒนาอยู่ในแนวหน้า เริ่มต้นเขากำหนด “ยุทธศาสตร์ของชาติ” ในการพัฒนาประเทศ โดยศึกษา “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ของสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด “ทิศทางเดินของประเทศ” สรุปว่า สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเลย แต่จุดแข็งของประเทศคือ “คน”สิงคโปร์ต้องเป็น “โบรกเกอร์” หรือตัวกลางซื้อมาขายไป เป็นตลาดกลางในการค้าขายสินค้าจนสามารถกำหนดราคาสินค้าในตลาดโลกได้ ใช้ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่อยู่บนเส้นทางเดินเรือเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดียเป็นจุดพักเรือ ซ่อมแซมเรือ ค้าขาย จุดเติมน้ำมัน สิงคโปร์ซึ่งไม่มีน้ำมันดิบแต่มีโรงกลั่นน้ำมันที่ขายให้ประเทศอื่นและสามารถกำหนดราคาน้ำมันในภูมิภาคนี้ได้
ลีกวนยิวให้ความสำคัญกับ “คน” อย่างมาก สิงคโปร์มีประชากรน้อย ดังนั้นคนสิงคโปร์ต้องมีคุณภาพเหนือคนอื่นที่สามารถไปทำงานได้ทั่วโลก เขาให้ความสำคัญกับ “ความเป็นผู้นำ” โดยมองว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำของสิงคโปร์ คนที่จะเป็นผู้นำได้ต้องเป็นตั้งแต่เกิด หนามจะแหลมมันต้องแหลมมาตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพิ่งมาแหลมทีหลัง ดังนั้นระบอบการปกครองของสิงคโปร์จึงเป็น “การปกครองโดยกลุ่มอีลิต” หรือ “กลุ่มปัญญาชน” ไม่ใช่ว่าใครก็ได้จะมาปกครองหรือบริหารสิงคโปร์ เพื่อนชาวสิงคโปร์เล่าให้ฟังว่า อีลิตของสิงคโปร์แบ่งเป็น 5 กลุ่มตามความสำคัญดังนี้
กลุ่มที่หนึ่ง คือ พวกที่ได้รับ “ทุนประธานาธิบดี” ไปเรียนต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไปเรียนที่อังกฤษ กลุ่มที่สอง คือ พวกที่ได้รับ “ทุนกองทัพ” ไปเรียนต่างประเทศกลุ่มที่สาม คือ พวกที่ได้รับทุนไปเรียนต่างประเทศจากองค์กรรัฐหรือภาคเอกชน ธนาคาร กลุ่มที่สี่ คือ พวกที่ไปเรียนต่างประเทศโดยทุนส่วนตัว กลุ่มที่ห้า คือ พวกที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในประเทศพวกนี้ถูกเรียกเล่นๆ ว่า “ชาวนา”
สองพวกแรกถือว่าเป็นพวกที่หัวดีที่สุด ถูกวางตัวให้เป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น เป็นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวง ผบ.เหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน พวกนี้ถูกวางตัวไว้เรียบร้อยแล้ว พวกที่เหลือไม่ว่าจะเก่งอย่างไรก็แล้วแต่ พอจะขึ้นถึงหัวก็จะมี พวก “ทุนประธานาธิบดี” และ “ทุนกองทัพ” มาสวมหัว ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป สิงคโปร์ผลิตสินค้าเทคโนโลยีสูง ส่วนประเภทใช้แรงงานนั้นนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านแทน
ลีกวนยิวไม่เชื่อในแนวคิดที่ว่าคนทุกคนเท่าเทียมกัน ดังนั้นต้องมีคนที่ดีกว่า เก่งกว่าดูแลปกครองคนที่อ่อนแอกว่า อย่าไปพูดเรื่องสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคกับเขา อะไรที่จะทำให้สิงคโปร์ดีขึ้น มั่นคงขึ้น คนสิงคโปร์มีการกินดีอยู่ดี บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยนั่นแหละคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุดสำหรับสิงคโปร์ ผู้อยู่ใต้ปกครองต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามผู้ปกครอง
ใครจะเรียกว่าสิงคโปร์เป็น “เผด็จการประชาธิปไตย” ก็ตาม แต่สิงคโปร์ก็มีการเลือกตั้งและกำหนดให้ฝ่ายค้านมีเพียง 2-3 ที่นั่งในสภาเพื่อให้ครบสูตรว่ามีเสียงข้างน้อยในสภาตามระบอบประชาธิปไตย อย่าถามเรื่องเสรีภาพแสดงความคิดเห็น คนสิงคโปร์และสื่อมวลชนพูดได้ เขียนได้แต่อย่านอกกรอบที่รัฐบาลกำหนด รัฐบาลมีเครื่องมือสำคัญคือ “พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน” ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ดี สหรัฐไม่เคยกล่าวหาว่าสิงคโปร์ไม่เป็นประเทศประชาธิปไตยเลย เพราะสิงคโปร์เป็น “พันธมิตรใกล้ชิด” ของสหรัฐที่มีจุดยืนทางยุทธศาสตร์และเป็นกลุ่มทุนสามานย์เหมือนกัน
ลีกวนยิวได้ทำให้คนจีนสิงคโปร์ที่ไม่มีระเบียบ ขากถุยกลางถนน เป็นคนสิงคโปร์ที่มีระเบียบวินัยแม้เกิดจากการใช้กฎหมายบังคับ คนสิงคโปร์มักดูถูกประเทศเพื่อนบ้านอาจเป็นเพราะความภูมิใจในชาติสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาล้ำหน้าประเทศอื่นๆ ส่วนลีกวนยิวก็ชอบแนะนำให้ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านควรบริหารประเทศแบบนั้นแบบนี้ ทำนองรู้ดีกว่า
เจ้าของประเทศเสียอีก ผู้นำไทยบางท่านเคยโดนมาแล้ว
เพื่อเป็นหลักประกันว่า ผู้นำคนต่อไปจะเดินตามแนวทางที่เขาวางไว้ เขาได้วางแผนให้ลีเซียนลูง บุตรชายคนโตเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อไป โดยให้โก๊ะจ๊กตงเป็นนายกรัฐมนตรีคั่นเวลา อย่างไรก็ดีแม้คลายตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เขาก็ยังมีตำแหน่ง “รัฐมนตรีอาวุโส” ที่สามารถสั่ง ครม. ซ้ายหันขวาหันได้ นับแต่นี้ไปลีเซียนลูงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการบริหารสิงคโปร์ยุคใหม่ เพราะคนสิงคโปร์ท้องอิ่มแล้วก็อยากพูดมากขึ้น
แม้คนสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่ผู้นำของเขามี “สมอง” พวกไม่มีสมองในไทยชอบฉวยโอกาสเอาอดีตผู้นำคนหนึ่งไปเปรียบกับลีกวนยิว แต่ลีกวนยิวไม่เคยโกงชาติ แม้ครองอำนาจเด็ดขาดในสิงคโปร์แต่เขาก็ปกครองด้วย “หลักศีลธรรมกับมือที่สะอาด” เขาจึงเป็นที่รักของคนสิงคโปร์







