
ทางรถไฟนำไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน
อู่ชางซู่ นักวิจัยโครงการศึกษาวิชาทหารแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์ แสดงทัศนะผ่านนิตยสาร เดอะ ดิโพลแมท ซึ่งเป็นนิตยสารข่าวและบทวิเคราะห์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่า การที่ไทยลงนามในสัญญาทวิภาคีกับจีนและญี่ปุ่น ให้ดำเนินการสร้างทางรถไฟตัดผ่านประเทศถึง 2 สายด้วยกันนั้น เป็นโครงการใหญ่ที่หากทำได้สำเร็จ จะยกระดับไทยสู่ฐานะศูนย์กลางการคมนาคมแห่งอินโดจีน ผนวกตัวเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวทางเศรษฐกิจและทางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงได้รับผลประโยชน์อื่นๆ
อู่ชางซู่ นักวิจัยโครงการศึกษาวิชาทหารแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์ แสดงทัศนะผ่านนิตยสาร เดอะ ดิโพลแมท ซึ่งเป็นนิตยสารข่าวและบทวิเคราะห์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่า การที่ไทยลงนามในสัญญาทวิภาคีกับจีนและญี่ปุ่น ให้ดำเนินการสร้างทางรถไฟตัดผ่านประเทศถึง 2 สายด้วยกันนั้น เป็นโครงการใหญ่ที่หากทำได้สำเร็จ จะยกระดับไทยสู่ฐานะศูนย์กลางการคมนาคมแห่งอินโดจีน ผนวกตัวเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวทางเศรษฐกิจและทางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงได้รับผลประโยชน์อื่นๆ
อู่ชางซู่ อธิบายว่า ทางรถไฟ 2 สายดังกล่าวนั้น สายหนึ่งสร้างด้วยทุนและเทคโนโลยีจากแดนมังกร โดยทางตอนใต้จะเชื่อมกรุงเทพฯ กับเมืองมาบตาพุดใน จ.ระยอง และทางตอนเหนือจะเชื่อมต่อกับลาวและเมืองคุนหมิงในมณฑลยูนนานของจีน ในขณะที่อีกสายหนึ่งจะสร้างด้วยทุนและเทคโนโลยีจากแดนปลาดิบ มีเส้นทางตัดผ่านหลายประเทศ ตั้งแต่เมืองทวายทางตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า ผ่านกรุงเทพฯ ไปยังกรุงพนมเปญของกัมพูชา และอาจผ่านกรุงโฮจิมินห์และเมืองหวุงเต่าทางตอนใต้ของเวียดนามอีกด้วย
ทั้งหมดนี้รวมกัน จะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมไปโดยปริยาย พร้อมกันนั้นก็ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ญี่ปุ่น และบรรดาประเทศต่างๆ ในอาเซียนไปในตัว อีกทั้งทางรถไฟใหม่ยังดีกว่าของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย
อู่ชางซู่ ระบุว่า การที่ไทยเลือกรับความช่วยเหลือจากทั้งสองประเทศ อาจมองได้ว่าเป็นความพยายามที่จะคานอำนาจระหว่างจีนและญี่ปุ่นเท่าๆ กัน แม้เมื่อเทียบกันแล้วจะพบว่าทางรถไฟสายที่จีนช่วยสร้างนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากระยะทางที่ไกลกว่าและสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยประโยชน์ของทางรถไฟสายนี้คือสามารถต่อไปถึงช่องแคบมะละกา อีกทั้งยังตัดผ่านลาว ซึ่งทำให้ทั้งจีนและไทยมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในแดนล้านช้าง ในขณะที่ทางรถไฟที่ญี่ปุ่นช่วยสร้างนั้นค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงเพราะเชื่อมระหว่างหัวเมืองต่างๆ และจะทำให้กัมพูชา พม่า และไทยเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้การลงทุนจากญี่ปุ่นใน 3 ประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะไทยสูงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-คุนหมิง มีกำหนดจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2016 และแล้วเสร็จในปี 2020 มีระยะทางในไทย 734 กม. ในขณะที่ทางรถไฟสายทวาย-พนมเปญ ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่จะสร้างส่วนที่เชื่อมระหว่างไทยกับพม่าก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (เอสอีแซด)
อย่างไรก็ตาม อู่ชางซู่ เตือนว่า ความล่าช้าหรือแม้แต่การยกเลิกโครงการอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่นปัญหาทางการเมือง การตกลงกันเรื่องอัตราดอกเบี้ยกู้ยืม หรือมีผลประโยชน์ของชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง







