posttoday
มังกรผงาดฟ้า

มังกรผงาดฟ้า

26 มีนาคม 2558

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบจีนซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่นำออกฉายเมื่อหลายปีก่อน แต่เป็นการเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง

จีนได้พยายามเพิ่มบทบาทของตัวเองบนเวทีโลกมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากขนาดเศรษฐกิจ หรือจีดีพี แซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นที่ 1 ของเอเชีย

ก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่าหลายเรื่องที่จีนทำดูไม่ดีนัก บางเรื่องก็สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น เช่นทะเลาะกับทั้งญี่ปุ่น เวียดนามและฟิลิปปินส์เรื่องหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และประกาศเขตเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้ ซึ่งเบียดชายฝั่งของหลายประเทศในอาเซียน

ทางด้านการเงิน จีนพยายามผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาททาบรัศมีเงินเหรียญสหรัฐ เช่นค้าขายเป็นเงินหยวนมากขึ้น ร่วมกับรัสเซียค้าพลังงานระหว่างกันเป็นหยวนกับรูเบิ้ลแทนเงินเหรียญสหรัฐ จัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างหยวนกับสกุลอื่นโดยตรงโดยไม่ผ่านเงินเหรียญสหรัฐ รวมทั้งประกาศแต่งตั้งธนาคารตัวแทนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการชำระเงินของเงินหยวนในต่างประเทศ

การสร้างตลาดเป็นเรื่องที่พยายามทำกันได้ แต่จะเป็นที่นิยมของคนจ่ายตลาดหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าจีนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

แต่จีนก็ไม่ลดละ จีนแสดงความเป็นเศรษฐีมีเงินตุงกระเป๋าด้วยการเที่ยวไปเซ็นสัญญาทำหยวนสวอปกับประเทศต่างๆ ซึ่งทุกประเทศที่จีนติดต่อก็ยอมเซ็นด้วย เพราะไม่เสียอะไร แต่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ ยกเว้นอาร์เจนตินากับเวเนซุเอลา ซึ่งอยากได้เงินตราต่างประเทศไปใช้หนี้ ซึ่งเมื่อครบอายุสัญญา 3 ปี โอกาสที่จะหาเงินมาชำระคืนได้มีน้อยมาก ถ้าไม่ต่อสัญญาไปเรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด ก็อาจต้องมีการเจรจาลดหนี้ ซึ่งจะทำให้จีนเสียหาย

เพิ่งมีเรื่องธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย หรือเอไอไอบี ซึ่งผมเห็นว่าเข้าท่า และทำให้จีนเด่นขึ้นมามากในสายตาของชาวโลก เพราะเป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้สูง จีนสามารถใช้พลังเงินดึงดูดประเทศอื่นมาร่วมหัวจมท้ายด้วย รวมทั้งช่วยยกฐานะของธนาคารนี้ให้ขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ และธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี

แนวคิดในการจัดตั้งเอไอไอบีเพิ่งเกิดขึ้นมาปีกว่า โดยมีข้ออ้างที่สำคัญ 2 ประการ คือ

หนึ่ง จีดีพีของจีนเติบโตเร็ว แต่บทบาทของจีนในสถาบันเพื่อการพัฒนาต่างๆ กลับถูกจำกัด การปรับสัดส่วนการถือหุ้นให้สอดคล้องกับขนาดของจีดีพีเป็นไปด้วยความล่าช้า แต่ลึกลงไปที่ทำให้จีนไม่พอใจที่สุด คือ การจัดสรรตำแหน่งในคณะกรรมการและผู้บริหารจีนได้น้อยกว่าที่ควร ทำให้มีบทบาทน้อยตามไปด้วย

สอง ก่อนหน้านั้นไม่นาน คือ ในปี 2010 มีรายงานของเอดีบีเองที่บอกว่า ความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียในทศวรรษ 2010-2020 มีมากถึง 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เกินกำลังที่ธนาคารโลกกับเอดีบีจะแบกรับไหว

ความหมายที่แท้จริงของเอดีบี คือ ประเทศสมาชิกน่าจะควักกระเป๋าเพิ่มทุนให้ แต่จีนกลับนำมาเป็นข้ออ้างว่า ควรจะต้องมีสถาบันใหม่ขึ้นมาช่วยอีกแรงหนึ่ง

ในระยะแรก แนวคิดของจีนไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร เพราะยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐกับญี่ปุ่นไม่เห็นด้วย สหรัฐใช้ข้ออ้างว่า สถาบันที่มีอยู่แล้วมีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมสูงมาก เกรงว่าสถาบันใหม่ที่จีนเป็นแกนนำจะด้อยกว่า

จีนล็อบบี้ประเทศอื่นอย่างหนัก แต่ก็ได้เฉพาะประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและตะวันออกกลางบางประเทศ ต่อมาจีนก็ประกาศว่ายินดีควักกระเป๋าเพิ่ม เพื่อให้เอไอไอบีมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นหนึ่งแสนล้านเหรียญสหรัฐ และได้ประเทศที่มีความสำคัญมากขึ้นมาร่วม คือ อินเดียกับนิวซีแลนด์

ในการประชุมรัฐมนตรีคลังของเอเปกที่ปักกิ่งในเดือน ต.ค. 2014 มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจในการจัดตั้งเอไอไอบีของ 21 ประเทศ รวมทั้งไทย ที่น่าสนใจคือ เวียดนามและฟิลิปปินส์ร่วมลงนามด้วย ทั้งๆ ที่ยังทะเลาะกับจีนเรื่องหมู่เกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟิลิปปินส์ซึ่งถือเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐ

มีการขีดเส้นตายด้วยว่า สมาชิกก่อตั้งจะต้องยื่นใบสมัครก่อนสิ้นเดือนนี้ (มี.ค. 2015) ซึ่งหากถึงเส้นตายยังไม่มีประเทศตะวันตกเข้าร่วม จีนก็คงเสียหน้าไม่น้อย

หลายคนเชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐประเมินสถานการณ์ผิดพลาด แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าไม่ว่าใครที่ไหนก็หยุดไม่อยู่ เพราะผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องสูงมาก หากไม่ใช่ประเทศสมาชิก บริษัทในประเทศนั้นจะมาร่วมประมูลงานไม่ได้

จีนคงให้ข้อเสนออังกฤษที่เป็นแรงจูงใจสูงมาก อังกฤษจึงยอมแตกแถวก่อน เล่นเอาสหรัฐตั้งตัวไม่ติด และออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เพราะมาเปิดตัวก่อนถึงเส้นตายเพียงสิบกว่าวัน

โปรดอย่าหลงคิดว่าจีนเกือบทำไม่สำเร็จ ผมเชื่อว่าจีนมีประเทศอื่นสำรองไว้แล้ว แต่อังกฤษเปรียบเสมือนเพชรประดับยอดมงกุฎ และทำให้สหรัฐเจ็บลึก

หลังจากนั้นทำนบก็แตก ทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์กต่างมาเข้าแถวยื่นใบสมัคร ส่วนออสเตรเลีย เกาหลี รวมทั้งญี่ปุ่นเองก็กลับลำแทบไม่ทัน รีบออกข่าวว่ากำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา แม้แต่ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ และเอดีบีก็ยังออกมากล่าวต้อนรับและประกาศจะให้ความร่วมมือกับเอไอไอบีอย่างเต็มที่

สหรัฐเองก็ถูกบีบให้เริ่มแทงกั๊ก โดยปูทางว่าจะต้องช่วยกันดูแลให้สถาบันนี้มีมาตรฐานทัดเทียมกับสถาบันเดิม แต่ไม่ว่ารัฐบาลโอบามาจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อเรื่องไปถึงสภา ก็คงหนีไม่พ้นถูกโจมตีอย่างหนัก

ที่จริงประเทศที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น เพราะเป็นแกนนำของเอดีบี ต่อไปจีนอาจมีบทบาทในเอไอไอบีมากกว่าที่ญี่ปุ่นมีในเอดีบีเสียอีก เพราะเอดีบีตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น ส่วนเอไอไอบีน่าจะอยู่ในปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้

สำหรับจีน แน่นอนว่าประโยชน์ที่ได้มีมากมาย แม้แต่รถไฟความเร็วสูงที่ทุกวันนี้ต้องควักกระเป๋าสร้างให้พม่ากับลาวเพื่อหาทางออกทะเลให้กับตัวเอง ต่อไปก็ทำเป็นโครงการมาขอกู้เอไอไอบีได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท