posttoday
ลงทุนภาครัฐ ความหวังเดียวเศรษฐกิจ

ลงทุนภาครัฐ ความหวังเดียวเศรษฐกิจ

26 มีนาคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในช่วงที่ผ่านมาต่างมีความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ถึง 4% ต่อปี โดยกระทรวงการคลังประมาณการว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากสุดที่ 3.9% ต่อปี ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการขยายตัวไว้ต่ำสุดในขณะนี้ที่ 2.8% ต่อปี

นอกจากนี้ ทุกสำนักพยากรณ์มองตรงกันด้วยว่า การส่งออกของไทยปีนี้อาการหนักสาหัส จากที่กระทรวงพาณิชย์ประมาณการไว้ว่าจะขยายตัวได้ 4% ต่อปี ทุกสำนักต่างประเมินว่ามีโอกาสที่จะไม่ขยายตัวเลย หรือขยายตัวได้อย่างเก่งก็เพียง 1-2% ต่อปี เท่านั้น เป็นที่รู้กันว่าการส่งออกมีมูลค่าถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เมื่ออยู่ในอาการโคม่าเศรษฐกิจก็อยู่ในภาวะย่ำแย่ตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากการส่งออกจะไม่สามารถเป็นที่พึ่งของเศรษฐกิจปีนี้ได้แล้ว การลงทุนภาคเอกชนและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนก็ยังเป็นความหวังของเศรษฐกิจไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะนักลงทุนเองยังชะลอการลงทุน ประชาชนก็ยังไม่กล้าใช้จ่าย ผลจากการที่ต่างฝ่ายยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงไร

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยปีนี้ จึงเหลือแต่การใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาลที่เป็นตัวช่วยสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย ประเด็นนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ของกระทรวงการคลัง ได้ระบุมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้วว่า การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณจะเป็นพระเอกของเศรษฐกิจในนี้ เศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือแย่ลงมากกว่าเดิมจะขึ้นอยู่กับการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของประเทศเป็นสำคัญ

สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% ต่อปี ก็ให้น้ำหนักกับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย การเร่งรัดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม 6.58 แสนล้านบาท การเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐปีนี้ขยายตัวได้ในระดับสูง

โดย สศช. คาดว่าการลงทุนภาครัฐปีนี้จะขยายตัวถึง 9.8% จากปีก่อนหน้าที่ติดลบ 5% และจะทำให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวตามมาถึง 4.8%  จากที่ติดลบในปีที่ผ่านมา 1%

แม้แต่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ก็ยังมองว่าการลงทุนภาครัฐจะกลับมาขยายตัว หลังจากที่หดตัวจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 8 ปี มูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยการลงทุนในรถไฟ ถนน ท่าเรือ สนามบิน และเขตเศรษฐกิจ

อย่างไรตาม เอดีบีก็มองว่าการเร่งตัวของการเบิกจ่ายงบลงทุนจะเป็นในส่วนของโครงการขนาดเล็ก ในขณะที่โครงการขนาดใหญ่คาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนในปีหน้า ซึ่งตามแผนของรัฐบาลการประมูลโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย และรถไฟทางคู่คาดว่าจะแล้วเสร็จปีนี้ แต่กว่าจะเบิกจ่ายจริงต้องรอถึงปีหน้า

การประเมินของหน่วยงานทางเศรษฐกิจทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะดีกว่าที่เป็นอยู่ หรือแย่มากไปกว่านี้ ขึ้นกับการเบิกจ่ายเงินลงทุนของรัฐบาลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีความล่าช้า ในขณะที่หากสามารถผลักดันให้มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้ นอกจากจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วยว่ารัฐบาลมีการลงทุนจริง ไม่ได้มีแต่แผน หรือแค่ศึกษาโครงการ เรียกความเชื่อมั่นผ่านสื่อไปวันๆ เท่านั้น

ดังนั้น นอกจากการเร่งลงทุนในงบประมาณปี 2558 วงเงิน 4.44 แสนล้านบาทแล้ว รัฐบาลควรต้องเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าในเมือง โครงการรถไฟทางคู่ หรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่อื่นๆ ให้สามารถลงทุนสำเร็จได้จริงภายในปีนี้โดยเร็วที่สุด

ในทางตรงกันข้าม หากรัฐบาลไม่สามารถเข็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ภายในปีนี้ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังก็อาจจะมีอาการแย่กว่าครึ่งปีแรกที่ยังฟื้นตัวได้ช้า

ในรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุถึงการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้เหลือ 3.8% ต่อปี  จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 4% ต่อปี ว่ามาจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2557 เติบโตต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากการใช้จ่ายภายในประเทศลดลงทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้แรงส่งเศรษฐกิจมาถึงปีนี้มีน้อย และยังมีปัญหาความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนที่ชะลอตัวลงในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ เพราะการใช้จ่ายการลงทุนของภาครัฐล่าช้า ส่งผลให้เอกชนชะลอการลงทุนจากความไม่มั่นใจไปด้วย

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็มองว่า การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ในส่วนของรายจ่ายประจำไม่น่าเป็นห่วง แต่การเบิกจ่ายงบลงทุนไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558  ทำได้ล่าช้า เนื่องจากติดขัดเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใส แต่คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 จะเบิกจ่ายงบลงทุนได้เร็วขึ้น

ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ออกมายอมรับว่า การเบิกจ่ายไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 (เดือน ต.ค.-ธ.ค. 2557) มีความล่าช้า แต่เริ่มดีขึ้นในไตรมาส 2 และจะเร็วในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ เพราะที่ผ่านมาได้มีการเร่งดำเนินการทำสัญญาผูกพันโครงการต่างๆ ไปจำนวนมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ระบุว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่หวังแต่นโยบายการคลังอย่างเดียว ที่ผ่านมารัฐบาลก็ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ เห็นได้จากเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณสูงมากกว่าช่วงเดียวกันของหลายๆ ปีก่อนหน้า แต่เศรษฐกิจยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออก ซึ่งพึ่งพิงภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศ

สมหมาย ยังย้ำด้วยว่า การเบิกจ่ายทำเต็มที่แล้ว ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ ซึ่งก็ทำให้ความหวังที่การเบิกจ่ายจะเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจไทยปีนี้ริบหรี่ลงไปอีก การที่ รมว.คลัง ออกมาย้ำครั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องการลดความคาดหวังทางเศรษฐกิจของประชาชนและนักลงทุนลง เพราะเวลานี้ทุกฝ่ายต่างฝากเศรษฐกิจไทยไว้กับการเบิกจ่ายการลงทุนภาครัฐเพียงอย่างเดียว

รมว.คลัง มองว่า การที่สถาบันต่างๆ ออกมาปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ความหวังที่จะให้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต้องรอในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งแม้คลังมีความหวังว่าจะดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว เศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ซึ่งตัวเลขการค้าการลงทุน รวมถึงการขยายตัวเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญล้วนลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพื้นฐานเศรษฐกิจไทยทั้งภาครัฐและเอกชนก็หยุดขับเคลื่อนมานานกว่า 7-8 เดือน จึงต้องใช้ระยะเวลาที่เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้สูง

แม้ว่าความเห็นของ รมว.คลัง จะทำให้ความหวังว่าการเบิกจ่ายลงทุนจะเป็นตัวช่วยหลักของเศรษฐกิจไทยปีนี้อ่อนแรงลง แต่เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอื่นๆ แล้ว การลงทุนภาครัฐก็เป็นสิ่งที่หวังได้มากที่สุดในขณะนี้ หากการลงทุนภาครัฐยังเร่งไม่ขึ้น เศรษฐกิจไทยปีนี้ก็จะคงอ่อนแรงอย่างที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ