posttoday
“ยธ.”เร่งกม.จัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นปีนี้

“ยธ.”เร่งกม.จัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นปีนี้

26 มีนาคม 2558

หวังเป็นรัฐบาลแรกที่ใช้ เพิ่มบทลงโทษ เอาผิด ตั้งแต่ “นายกฯ” ลงไป ดึง 4 องค์กรอิสระ “ปปช.-ปปท.-สตง-คตร.”เป็นศูนย์ “ศอ.ตช.”ปราบทุจริต รับ มีทุจริตทุกกระทรวง ทุกจังหวัด

หวังเป็นรัฐบาลแรกที่ใช้  เพิ่มบทลงโทษ เอาผิด ตั้งแต่ “นายกฯ” ลงไป  ดึง 4 องค์กรอิสระ “ปปช.-ปปท.-สตง-คตร.”เป็นศูนย์ “ศอ.ตช.”ปราบทุจริต  รับ มีทุจริตทุกกระทรวง ทุกจังหวัด 

เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกฎหมายจัดซื้อ จัดจ้างว่า มีการเพิ่มบทลงโทษไปถึงนักการเมืองหรือผู้บริหารระดับนโยบายด้วย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาเลย ซึ่งขณะนี้กำลังดูอยู่และได้คุยกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่าจะพยายามเสนอต่อสภานิติบัญญัติให้ทันในสมัยนี้ เพราะได้คุยกับนายกฯแล้วว่าอยากให้ออกเร็ว ซึ่งอาจจะเสร็จทันสิ้นปี

“เราต้องใช้เลย  เราต้องเป็นรัฐบาลชุดแรกที่ต้องใช้ มันควรจะเป็นเช่นนั้น ถ้าเสร็จแล้วต้องเร่งสนช.ให้ออกโดยเร็ว ปัจจุบันบางเรื่องเรารู้กันอยู่ แต่เอาผิดไม่ได้ เพราะหลักฐานไปไม่ถึง เช่นกรณีสนามฟุตซอล ที่ในที่สุดเอาก็เอาผิดแค่บรรดาคุณครูเท่านั้น จึงต้องพยายามแก้กฎหมายให้ถึงระดับใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังให้ได้”
   
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ได้คุยกับนายกฯว่ากฎหมายนี้จะเน้นเรื่องการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีระบบป้องกันด้วย โดยเฉพาะการไปสร้างการรับรู้ให้กับเยาวชน ซึ่งใช้วิธีเดียวกันกับการปราบปรามยาเสพติด ส่วนการบังคับใช้กฎหมายที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เยอะว่าไม่ค่อยได้ผล โดยเฉพาะคนมีเงินมักไม่ได้รับโทษนั้น ก็เพราะแบบนี้ตนจึงได้พยายามเร่งกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้เข้มงวดและรัดกุมมากขึ้น ตนจึงบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่จะทำให้เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ได้เลย  ทุกประเทศก็ทำไม่ได้ แต่เราจะทำได้ไหมที่จะไม่ให้เป็นวาระแห่งชาติอีกแล้ว เหมือนกับยาเสพติด

เมื่อถามว่า ปัจจุบันตัวเลขของข้าราชการที่ทุจริตมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้บูรณาการหน่วยงานที่ดูแลเรื่องทุจริตใหม่ เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างทำ โดยตอนนี้พยายามดึงองค์กรอิสระมาตั้งเป็นศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอ.ตช.) ในการบูรณาการทั้งหมด ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ,สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.),สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(ส.ต.ง.)และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) โดยมีระเบียบที่ออกโดยคำสั่งนายกฯ ดังนั้นมีกฎหมาย มีอำนาจรองรับหมด โดยหน่วยงานเหล่านี้จะไปดูว่ามีเรื่องทุจริตที่ไหนบ้าง แล้วนำมาตีแผ่ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยจะดึงเลขาธิการของแต่ละหน่วยงานมาอยู่ในศูนย์นี้ ซึ่งได้เดินหน้าไปบ้างแล้ว โดยเมื่อไปตรวจสอบที่ใด ก็จะมี 4 หน่วยงานนี้ออกไปทำงานร่วมกันในนาม ศอ.ตช. และสามารถนำข้อมูลที่ได้รายงานตรงต่อนายกฯได้เลย และระเบียบออกโดยคำสั่งโดยนายกรัฐมนตรี มีกฎหมาย มีอำนาจรองรับ

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าจะเสนอรายชื่อคนที่ทุจริตในสิ้นเดือนนี้ หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวยอมรับว่า ใช่ เพราะได้แจ้งนายกฯไปแล้ว่าถ้าเราไม่ทำแบบนี้ ก็จะกลับสู่ระบบเดิมคือ รายชื่อพวกนี้จะไปอยู่ตามอัยการ หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งจะช้าและรัฐบาลจะไม่สามารถเข้าไปล้วงได้

“ถ้าเรามีหลักฐานชัดเจน และเชื่อมั่นในเรื่องนี้แล้วก็ส่งรายชื่อปรับย้าย ก็จะเห็นเร็วขึ้นเหมือนอย่างที่ประเทศจีนทำ ที่เขาจะให้ออกจากงานเลย ซึ่งจีนมีกฎหมายที่เข้มแข็งเพราะเขามีระบบพรรคเดียว  แต่ของเรายังอิงหลายๆอย่างอยู่  ซึ่งศอ.ตช. จะพิจารณาทุกเรื่อง ทุกคดีที่มีหลักฐานชัดเจน เพราะเวลาปรับย้ายข้าราชการต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย ไม่ใช่แค่มีคนร้องเรียนมาก็เอาเลย อย่างนั้นคงไม่ได้ ส่วนตัวการใหญ่ บางครั้งหลักฐาน เอกสารราชการไม่ได้ครอบคลุมไปถึงข้างบนขนาดนั้น เพราะฉะนั้นจึงต้องมาทำเรื่องการเพิ่มโทษในกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ให้สามารถเอาผิดถึงระดับนโยบายได้” รมว.ยุติธรรม กล่าว

เมื่อถามว่า ในยุคที่ดำรงตำแหน่งเป็นรมว.ยุติธรรม จะสามารถลดการทุจริตคอรัปชั่นได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า คงไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่เชื่อว่าจากการที่ดูหน่วยงานที่เข้าไปตรวจสอบคิดว่าศอ.ตช. มีความแข็งแรง และทุกฝ่ายในระดับล่างได้รับรู้แล้ว และได้เห็นการทำงานที่จริงจังของศอ.ตช.  ตอนนี้จึงอยู่ที่ระดับบนว่าจะเอาจริงเอาจังมากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่า สามารถบอกได้หรือไม่ว่ากระทรวงไหนทุจริตมากที่สุด รมว.ยติธรรม กล่าวว่า ไม่ขอพูดถึงหน่วยงานที่ทุจริต แต่ขอเป็นภาพรวมทั้งหมด ทั้งนี้มาตรการหลังจากพบว่ามีผู้ทุจริต คือ นายกฯจะเป็นผู้หยิบออกหรือจัดการด้วยตนเอง และให้หน่วยงานนั้นๆหยิบออกเอง เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถหยิบออกหรือดำเนินการลงโทษได้ทันที ซึ่งอยากจะให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะให้ผู้บังคับชาในแต่ละหน่วยงานเป็นผู้จัดการเอง  และหลักการนี้จะถูกกำหนดใช้กับทุกคน

เมื่อถามว่า มีจังหวัดใดบ้างที่ไม่ทุจริตเลย รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ไม่มี เรื่องนี้ต้องยอมรับความจริงกัน ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง มีทุกจังหวัดทุกกระทรวงเพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น ตนไม่ปฏิเสธ เรื่องเหล่านี้หรอก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท