
“บิ๊กต๊อก” เผย เร่งออกกฎหมายเอาผิดระดับนโยบาย
รมว.ยุติธรรม ยัน ผู้ปฏิบัติ อยากให้ทันใช้รัฐบาลนี้หวังแสดงความบริสุทธิ์ใจ วอนข้าราชการร่วมมือขจัดคอร์รัปชั่น ขออย่าให้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ
รมว.ยุติธรรม ยัน ผู้ปฏิบัติ อยากให้ทันใช้รัฐบาลนี้หวังแสดงความบริสุทธิ์ใจ วอนข้าราชการร่วมมือขจัดคอร์รัปชั่น ขออย่าให้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ
เวลา 09.20 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเกียบัตรและเข็มสัญลักษณ์เครือข่ายภาครัฐต่อต้านการทุจริต ภายใต้โครงการ “ข้าราชการไทยไร้ทุจริต” โดยมีองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันการศึกษา รวมถึงองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมโครงการกว่า 252 หน่วยงาน โดยพล.อ.ไพบูลย์ ได้กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลต่างยก “การปราบปรามทุจริต คอร์รัปชั่น” เป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเคยเขียนแบบแผนในลักษณะที่รัฐบาลนี้ทำ ข้อสำคัญคือ เมื่อเขียนไปแล้วจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่ วันนี้ทุกท่านที่ได้รับเกียรติบัตรไป ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์เลยหากไม่ปฏิบัติ วันนี้เรามีปัญหาเรื่องการปฏิบัติมาก ปีนี้เรามีงบประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท อยากทราบว่าได้นำไปดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า หากฝ่ายการเมืองทำแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ไม่อาจสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายข้าราชการ เนื่องจากข้าราชการเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ จากดัชนีตัวชี้วัดต่างๆเราอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนัก รัฐบาลนี้จึงพยายามจะแก้ไขกฎหมายในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนกฤษฎีกา ท่านนายกฯได้มอบหมายให้ตนซึ่งอยู่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของคสช.รับผิดชอบดูแล เราต้องการให้กฎหมายเขียนบทลงโทษของฝ่ายบริหาร คือ รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องเขียนตรงนี้ให้ได้ เนื่องจากการทุจริตที่เกิดขึ้น เกิดตั้งแต่ระดับบนสุดคือผู้บริหารจนถึงระดับล่างคือผู้ปฏิบัติ ซึ่งเป็นลักษณะของระบบอุปถัมภ์
“นักการเมืองที่เข้ามาบริหารเป็นผู้กำหนดนโยบายให้ข้าราชการไปปฏิบัติ แต่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการการใช้จ่ายงบประมาณ แต่นักการเมืองมีอิทธิพลต่อการเร่งรัดดูแลงบประมาณ นักการเมืองบางคนแปลงบประมาณ จากงบประมาณที่ไม่ได้ถูกใช้โดยตรง และจงใจที่จะทำ แต่กระบวนการตรวจสอบไปไม่ถึงตัวนักการเมืองเนื่องจากเอกสารทั้งหมดอยู่ที่ข้าราชการ กฎหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเขียน ซึ่งควรจะออกให้รัฐบาลชุดนี้ได้ใช้ด้วยเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ อยากให้เป็นคณะรัฐมนตรีชุดแรกที่ได้ใช้ ในฐานะที่มีส่วนรับผิดชอบ” รมว.ยุติธรรม กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เราพยายามเชิญภาคเอกชน สื่อมวลชนต่างๆเข้ามาร่วมกันคิดว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เราต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ต่อจากนี้ตนจะเสนอรายชื่อคณะกรรมการผู้มีความผิดให้ทำการโยกย้าย สู่ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอ.ตช.) โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบได้แก่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง(ปปช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) เป็นผู้รวบรวมรายชื่อ เนื่องจากหากเรารอการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต้องใช้ระยะเวลานาน แต่นโยบายของคสช.คือการนำเอาคนที่มีปัญหาออกจากปัญหา ให้ไปอยู่ตรงจุดอื่น คือใช้มาตรการในการปกครองแก้ไขปัญหา เหมือนกับหลายๆประเทศ ซึ่งนี่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้กระบวนการดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว
“ผมไม่เคยเชื่อว่าการทุจริต คอร์รัปชั่นจะหมดไปจากโลกนี้ แม้แต่ในหลายๆประเทศที่มีความอันดับการประเมินสูงกว่าเรา แต่มันต้องไม่ใช่วาระแห่งชาติอีกต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวทิ้งท้าย







