23 นาที สึนามิบิ๊กตู่
สื่ออึ้ง โดน "ซัด อัด แฉ"
โดย ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ฟ้าหลังฝนของเช้าวันพุธ ที่25 มี.ค. เวลา 10.00น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ไม่ได้สดใสอย่างที่คิด
พายุฤดูร้อนพัดเอาอารมณ์ขุ่นมัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มาเต็มๆในห้วงเวลา 23 นาที ของการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเยือนบรูไน
23 นาที เป็นห้วงเวลาของเสียงสะท้อนนายกฯที่มีต่อสื่อมวลชน ทั้งตักเตือน ซัดแบบเต็มๆ แม้กระทั่งแฉเบื้องหลังสื่่อบางแห่ง สร้างความงวยงงว่าไปโกรธใครมาจากที่ไหนหรือไม่
แต่ที่แน่ๆ วาทกรรมที่โหมใส่ราวสึนามิ ทำเอาสื่อมวลชนสั่นไหวกันไปทั่ว
ตลอดการตอบคำถามต่อสื่อมวลชนเกือบทุกประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จะมีการตำหนิ ต่อว่าสื่อไปด้วย อาทิ ประเด็นการทำงานระหว่างรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ที่เข้าพบและหารือเมื่อบ่ายวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา
"ไม่มีการพูดคุยในเรื่องปัญหาความขัดแย้งอะไร เป็นการปรึกษาเรื่องการงาน ทำไมจะทะเลาะอะไรกันหนักหนา ทำไมอยากให้ทะเลาะกันหรือไง เห็นสื่อเขียนกันเหลือเกินว่าไอ้โน่นทะเลาะกับไอ้นี่ ถ้าจะทะเลาะมีผมทะเลาะได้อยู่คนเดียว ถ้าใครบกพร่องผมก็ตำหนิเขา แต่ถ้าทำดีผมก็ต้องชมและก็เรียกมาหารือกัน มันก็แค่นั้น จะมีอะไรมากไปกว่านี้วะ อยากจะรู้นัก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการไปพูดโยงถึงเรื่องการทำงานและการปรับครม. โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบอย่างเสียงดัง
"มีแต่พวกคุณพูดกันทั้งนั้นว่าจะมีการปรับ ครม. ถ้าปรับแล้วมันดีขึ้น เออ มันก็ใช่ แต่ถามว่าสถานการณ์ขณะนี้การปรับคนจะทำให้แก้ปัญหาได้หรือไม่ อยากให้ตอบ สมมติว่าหนังสือพิมพ์ของพวกคุณ ถ้าจะให้ขายดีต้องให้ไอ้นักข่าวคนนี้ออกไป บรรณาธิการคนนี้ก็ต้องออก แล้วมันจะดีขึ้นไหม มันไม่ได้แก้ปัญหาง่ายขนาดนั้น ประเทศชาติมีคนเกือบ 70 ล้านคน มีปัญหาร้อยกว่าเรื่องจนถึงวันนี้ขึ้นเป็นพันกว่าเรื่อง แทนที่จะมาช่วยกันเพราะวันนี้เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแบบนี้ ไปรวมพลังคนมาให้ได้มาช่วยกันแก้ปัญหา รวมกันทุกพวกไม่ใช่ตีให้แตกไปทุกเรื่อง เหมือนรัฐบาลปกติ มันไม่เข้าใจกันหรืออย่างไร
เสรีภาพให้ก็ให้แล้ว ทุกอย่างไม่เคยห้ามอะไรเลย ไม่มีใครเขาให้แบบนี้หรอก เดี๋ยวผมจะดูอีกระยะหนึ่งนะสำหรับการทำงานของสื่อ ที่ผมและรัฐบาลทำมาทั้งหมดก็เพื่อคนไทยทุกคน แต่พอจะมีกลไกอะไรต่างๆ ออกมาก็ไม่ยอมกันจะกลับไปยืนที่เก่า สื่อก็คล้อยตามกันไปเรื่อย ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก แล้วผมจะได้อะไรขึ้นมากับสิ่งที่ผมทำ ผมไม่ใช่การเมือง ผมไม่ได้ผลประโยชน์ ผมไม่มีธุรกิจ ที่พูดไม่ได้มาทวงบุญคุณอะไร ทั้งหมดผมทำให้คนไทย ถ้าใครมันไม่เข้าใจ มันก็ไม่ใช่คนเท่านั้น สื่อต้องช่วยกัน ต่อจากนี้ผมจะดูทุกสื่อและถ้าจำเป็นผมก็จะใช้อำนาจของผมทุกคน ไม่ได้ไม่ให้มาวิจารณ์ วิจารณ์ได้แต่ต้องเข้าใจเสียหน่อย วันนี้คำสั่งคสช.มีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือลืมกันไปหมดแล้ว ลืมหรืออย่างไร สบายกันเกินไปแล้วมั้ง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่า ถ้าสื่อเสนอข่าวลักษณะที่ทำให้แตกแยกจะพิจารณาใช่หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า"สื่อใดที่เสนอข่าวสร้างความแตกแยกก็จะให้ทางสมาคมดำเนินการสอบมาแล้วถ้าสมาคมไม่ได้เรื่อง ผมก็จะให้คณะข้างบนเขาสอบต่อ เอามาตีดูสิว่าไอ้นี่มันสร้างความแตกแยกหรือไม่ ถ้าวิจารณ์ทั่วๆไป ผมไม่ว่า ติติงนิดหน่อยผมก็รับได้นะ แต่ถ้าพูดทุกวันว่าล้มเหลว มันจะล้มเหลวได้อย่างไรวะ ก็ของเก่ามันยิ่งกว่าล้มเหลวอีก เมื่อเราเข้ามาแก้ จากความล้มเหลวเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น คิดแบบนี้กันบ้างสิ"
เมื่อถามว่า จะถึงขั้นปิดสื่อเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่ามาหาเรื่องให้ตนต้องไปรบกับสื่อเลย
เมื่อถามย้ำว่า บทลงโทษคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทันทีว่า "ประหารชีวิตมั้ง ถามส่งเดชไปได้ ก็อย่าทำกันสิ ระมัดระวังกันหน่อย สื่อต้องมีวิจารณญาณ มีจรรยาบรรณกันหน่อย เห็นเรียกร้องอยากได้จรรยาบรรณกันหนักหนา ให้ไปแล้วก็ใช้ไม่เป็น ไม่รู้จักใช้ อะไรที่เป็นความร่วมมือเพื่อทำให้ประชาชนก็ต่องมาร่วมมือกัน อะไรที่เป็นความขัดแย้งก็ต้องพอๆ เพราะเห็นว่ารัฐบาลเขากำลังทำงานอยู่ แต่ทุกวันนี้ไม่เคยเห็นสักฉบับไม่มีเลย มีน้อยมากหรือมีแค่บางคนเท่านั้น ผมไม่ได้ขอให้เชียร์"
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นทุกขณะระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวจึงพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้เป็นไปด้วยดี โดยขอให้นายกรัฐมนตรีรีบเดินทางขึ้นเครื่องบินเพื่อให้ทันตามกำหนดการเยือนบรูไน แต่ทว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงติดพันและกล่าวกับผู้สื่อข่าวต่อ
จากนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวว่าไม่มีคำถามจะถามแล้ว เกรงจะถูกคำสั่งประหาร พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า "ใช้เครื่องประหารหัวสุนัขเลย เดี๋ยวจะจัดการกับสื่อสักหน่อย รักกันอยู่แล้ว ขอร้องให้ช่วยกันหน่อย ไม่ใช่ให้มาแก้ตัวให้ผม แต่ขอให้ช่วยกันสร้างความรัก ความสามัคคี ไหนๆเราก็มาถึงจุดนี้แล้ว เอาวิกฤตให้เป็นโอกาส ในการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทำวิกฤตให้เป็นวิกฤต"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมนายกฯไม่มองว่าคำวิจารณ์ต่างๆ เป็นความเห็นและการเสนอแนะ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ไปดูคำวิจารณ์ของพวกสื่อสิ เป็นทางบวกหรือ ถามว่าชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์จะทำได้หรือไม่ ก็เข้ามาวันนี้ก็เพื่อสิ่งเหล่านี้ จะถามทำไม สร้างสรรค์ตรงไหนวะ ปัดโธ่"
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปชี้นิ้วสั่งให้ ทส.คนสนิทไปหยิบหนังสือพิมพ์ในรถมา โดยกล่าวว่า "เอามากันสักที แล้วช่วยกันตัดสินดูสิว่า ไอ้นี่มันเขียนดีหรือไม่ เดี๋ยวฉันจะบอกว่าไม่ต้องไปซื้อ ตกงานกันให้หมด"
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามบอกกับนายกฯว่าไม่มีคำถามแล้ว และถ้าช้าไปกว่านี้อาจจะทำให้กำหนดการเยือนบรูไนคลาดเคลื่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ถ้าฉันไปถึงช้า ฉันจะบอกสมเด็จพระราชาธิบดีว่าเพราะพวกเธอ วันนี้ไม่ได้โกรธแต่อารมณ์ไม่ดี"
หลังการให้สัมภาษณ์จบ ทส.คนสนิทได้หยิบหนังสือพิมพ์ มติชน และ astvผู้จัดการ มาให้พล.อ.ประยุทธ์ ตามคำสั่ง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปชี้ พร้อมระบุว่า มีหลายฉบับมาก พร้อมหันมาถามกลุ่มผู้สื่อข่าวว่า "ไหนเครือมติชนอยู่ไหน ไปดู เขียนให้ดี อย่าเขียนให้มันเข้าข้างฝ่ายโน้นให้มากนักนะ
"ผมจะบอกให้ รัฐบาลที่แล้ว มติชนน่ะ ขายกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด คุณไปรื้อดู กระทรวงมหาดไทยสั่งให้ซื้อเฉพาะมติชน ทำให้ฉบับอื่นขายกันไม่ออก"
พลันพล.อ.ประยุทธ์กล่าวจบ ก็หันหลังขวับก้าวเท้าฉับๆ เข้าห้องรับรองเตรียมตัวเดินทางเยือนบรูไนให้ทันตามกำหนดการ.







