
เทฟลอนไทยแลนด์หมดขลัง?
ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะความวุ่นวายทางการเมืองและภัยธรรมชาตินับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไป เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้ทุกครั้งจนแทบไม่หลงเหลือร่องรอยของความเสียหายที่เคยเกิดขึ้น จนทั่วโลกต่างขนานนามว่าเศรษฐกิจไทยเหมือนกระทะเทฟลอนที่สามารถเช็ดล้างได้อย่างไม่เหลือคราบ
ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะความวุ่นวายทางการเมืองและภัยธรรมชาตินับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไป เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้ทุกครั้งจนแทบไม่หลงเหลือร่องรอยของความเสียหายที่เคยเกิดขึ้น จนทั่วโลกต่างขนานนามว่าเศรษฐกิจไทยเหมือนกระทะเทฟลอนที่สามารถเช็ดล้างได้อย่างไม่เหลือคราบ
นักสังเกตการณ์หลายรายเชื่อว่าหลังจากการเข้าควบคุมอำนาจรัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ดีตามเอกลักษณ์ความเป็นเทฟลอนอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าการเข้ามาของ คสช. จะช่วยนำความมีเสถียรภาพมาสู่เศรษฐกิจไทย เช่นเดียวกับโครงสร้างการเมืองในช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่บุคลากรจากกองทัพและเทคโนแครตเป็นผู้ควบคุมการเมืองไทย
อย่างไรก็ตาม โจชัว คูร์แลนซิค ผู้สื่อข่าวชาวสหรัฐ ผู้เป็นสมาชิกของสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐ แสดงความเห็นว่า ความเป็นเทฟลอนของเศรษฐกิจไทยกำลังจะหมดมนต์ขลังลง เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองไทยที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 15 ปี ทำให้โครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการปูพื้นฐานระบบการศึกษาต้องหยุดชะงัก
คูร์แลนซิค ระบุว่า การสอนภาษาอังกฤษของไทยนั้นล้มเหลว ดัชนีวัดความชำนาญในภาษาอังกฤษซึ่งจัดทำโดยสิงคโปร์ พบว่าไทยอยู่อันดับที่ 55 จาก 60 ประเทศ ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดในอาเซียน ถึงแม้ว่า หลายประเทศในอาเซียนจะมีทรัพยากรในการสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษน้อยกว่าในกรุงเทพฯ ก็ตาม
กรณีดังกล่าวทำให้คนไทยไม่มีความพร้อมที่จะก้าวสู่เศรษฐกิจแบบรายได้ปานกลาง และขณะที่ไทยกำลังจะรวมเป็นตลาดเดียวกับชาติสมาชิกอาเซียนที่เหลือ ภาษาอังกฤษจึงเป็นทักษะที่สำคัญมาก
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าความวุ่นวายทางการเมืองไทยที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้นักลงทุนตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนออกจากไทยเช่นกัน โดยนักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในไทยเริ่มหันไปหาฟิลิปปินส์ พม่า เวียดนาม หรือ อินโดนีเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าดึงดูดใจ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน
แม้ในระดับทางการญี่ปุ่นจะพยายามให้ความมั่นใจว่าภาคเอกชนญี่ปุ่นจะลงทุนในไทยต่อไป และยังเสนอตัวที่จะเข้ามาลงทุนสร้างรางรถไฟอีกด้วย แต่ความพยายามของรัฐบาลโตเกียวก็เป็นไปเพื่อการคานอิทธิพลกับจีนในอาเซียน
คูร์แลนซิค ยืนยันว่ามนต์ขลังของ“เทฟลอนไทยแลนด์” กำลังจะเลือนหายไปท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเพื่อนบ้าน







