
"บวรศักดิ์" ติง"ประสงค์"วิพากษ์รธน.ไม่รอบด้าน
ประธานกมธ.ยกร่างฯ ติง"ประสงค์ สุ่นศิริ"วิพากษ์รธน.ไม่รอบด้าน ชี้ สถานการณ์รธน.50กับปัจุบันแตกต่างกัน รับรธน.ไม่ใช่ยาวิเศษ แก้ปัญหารากเหง้าการเมืองได้ไม่หมด
ประธานกมธ.ยกร่างฯ ติง"ประสงค์ สุ่นศิริ"วิพากษ์รธน.ไม่รอบด้าน ชี้ สถานการณ์รธน.50กับปัจุบันแตกต่างกัน รับรธน.ไม่ใช่ยาวิเศษ แก้ปัญหารากเหง้าการเมืองได้ไม่หมด
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การยกร่างรัฐธรรมนูญของน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกมธ.ยกร่างฯ ในทางลบว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวทางคณะกมธ.ยกร่างฯก็พร้อมยินดีรับฟัง แต่ต้องชี้แจงว่าเมื่อครั้งการร่างรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ตนเองก็ได้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนและชื่นชมน.ต.ประสงค์ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทางคณะกมธ.ยกร่างฯก็ต้องทำสิ่งที่เหมาะสมให้เข้ากับสถานการณ์ จะไปยึดติดกับรัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 และ 2550 ไม่ได้
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดเขียนบัญญัติเรื่องการปฏิรูปประเทศและการปรองดองเอาไว้เหมือนกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเขียนเรื่องการปฏิรูปและการปรองดองเอาไว้ เนื่องจากปัญหาของประเทศในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับปัจจุบัน
"ยืนยันว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องฟังเสียงจากทุกภาคส่วน แต่ปรากฏว่าเสียงที่ดังมากที่สุดขณะนี้กลับเป็นเสียงของนักการเมืองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนผู้ได้ประโยชน์ คือ พรรคการเมืองขนาดกลางกลับไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร ผิดกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ออกมาวิจารณ์ แต่ถึงอย่างไรเราก็รับฟังความคิดเห็น" นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญมายังไม่เห็นมีใครสนใจและพูดถึงการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่และการปฏิรูปที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนสนใจแต่วิธีการเข้าสู่อำนาจของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร มีบางฝ่ายแสดงความคิดเห็นว่าการให้ประชาชนจัดลำดับผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้นเป็นการตัดสิทธิประชาชน ก็คงต้องถามกลับไปว่าคิดอย่างนั้นได้อย่างไร
เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแก้ไขปัญหาการส่งนอมีนีลงเลือกตั้งของพรรคการเมืองบางพรรคได้อย่างไร นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ คือ วัฒนธรรมทางการเมือง การเขียนรัฐธรรมนูญจะไปแก้ไม่ให้คนยอมขายเสียงคงไม่ได้ เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้ระบบอุปถัมภ์หมดไปก็คงไม่ได้ หรือเขียนให้คนชอบเลี่ยงกฎหมายไม่เลี่ยงกฎหมายก็คงไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและพฤติกรรมของนักการเมือง ซึ่งนักวิชาการบางคนเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น ต้องสร้างกระบวนการการเปลี่ยนแปลง
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อแบบเปิด หรือ โอเพนลิสต์ ยืนยันว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองฟังเสียงของประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาพรรคการเมืองขาดความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมือง ยอมรับหรือไม่ว่าพรรคการเมืองเป็นพรรคของหัวหน้าพรรค ที่มีอำนาจในการสั่งการให้ไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้มีความผูกพันกับทุกองค์กรจะถือว่าเป็นการซ่อนอำนาจรัฎฐาธิปัตย์ไว้หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดก็ย่อมต้องผูกพันทุกองค์กรอยู่แล้ว เช่นเดียวกับการปฏิรูปประเทศก็ต้องให้มีการผูกพัน เพราะถ้าไม่มีการผูกพันแล้วก็เกรงว่ารัฐบาลในอนาคตอาจจะไม่ดำเนินการต่อ







