
ผู้ตรวจฯเผยสตช.เจอร้องเรียนมากสุด15ปี5พันเรื่อง
ผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงผลงาน 15 ปี ชี้ สตช. โดนร้องมากสุดกว่า 5 พันเรื่อง ไม่ห่วงปมควบรวม
ผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงผลงาน 15 ปี ชี้ สตช. โดนร้องมากสุดกว่า 5 พันเรื่อง ไม่ห่วงปมควบรวม
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เวลา 10.30 น. พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกับนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกัน แถลงข่าวการจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติ หัวข้อ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อความเป็นธรรมของแผ่นดิน" วันที่ 30 มี.ค.- 3 เม.ย.
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ภายในงานจะมีผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงานต่างๆ อาทิ ตัวแทนจากเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน นักปกครอง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และยังมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมาเป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนาด้วย
"เชื่อว่ากสนสัมมนาดังกล่าวจะสามารถทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนานาชาติแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานต่อกันได้ โดยตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้เนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียนแล้วเสร็จทั้งสิ้น จำนวน 32,486 เรื่อง จากทั้งหมด 34,864 เรื่อง ส่วนภูมิภาคที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือภาคกลาง จำนวน 18,089 เรื่อง โดยหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5,818 เรื่อง"พล.อ.วิทวัสกล่าว
พล.อ.วิทวัสกล่าวถึงกรณีการควบรวมระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดินกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอความชัดเจนของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากจะควบรวมจริงคงจะมีการประกาศให้การกำหนดบทเฉพาะกาลขึ้นมา และต้องดำเนินการปรับปรุงให้ 2 หน่วยงาน เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อรองรับตามอำนาจหน้าที่ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ส่วนจะมีปัญหาในการทำงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ตนเชื่อว่าการรวม 2 หน่วยงานย่อมมีปัญหาแตกต่างกัน แต่ก็สามารถจะแก้ปัญหาได้ และ หากได้รับความร่วมมือจากข้าราชการเชื่อว่างานในอนาคตจะราบรื่นขึ้น
ทั้งนี้ งานในแต่ละหน่วยงานคงไม่ซ้ำซ้อนกันทั้งหมด งานของผู้ตรวจการฯตรวจสอบเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วน กสม.ทำงานในเรื่องอนุสัญญาทวิภาคีระหว่างประเทศ ที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสหประชาชาติ ดังนั้น เมื่อมีการควบรวมคงไม่เกิดความซ้ำซ้อนและความเสียหาย
“สิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมองในเวลานี้มี 2 ประเด็น คือ ประสิทธิภาพว่าจะทำงานอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด และการพัฒนากฎหมายขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้มากขึ้น ผู้ตรวจการจะต้องมีอำนาจรักษาผลประโยชน์อย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้เมื่อมีการควบรวมกันแล้ว ก็ควรจะมีอำนาจบางอย่างเพื่อให้การทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นไปด้วยความราบรื่น”พล.อ.วิทวัส กล่าว







