
ศาลรับรอง‘สิทธิชุมชน’ยังมีผลบังคับใช้
คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด รับรอง “สิทธิชุมชน” ตามมาตรา 66-67 รัฐธรรมนูญปี 2550
คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด รับรอง “สิทธิชุมชน” ตามมาตรา 66-67 รัฐธรรมนูญปี 2550
นายสุรชัย ตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะถูกยกเลิกไปจากการทำรัฐประหาร แต่หลักการสิทธิชุมชนตามมาตรา 66 และ 67 ยังคงอยู่ เห็นได้จากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรับรองสิทธิชุมชน โดยยึดโยงเข้ากับมาตรา 5 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557
นายสุรชัย กล่าวว่า ศาลปกครองสูงสุดได้รับฟ้องคดีที่ชาวบ้าน ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเอกชน ซึ่งเข้ามาใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอย และป่านากลาง ทำเหมืองแร่หิน ซึ่งสาระสำคัญของคำวินิจฉัยได้รับรองการมีอยู่ของสิทธิชุมชน
สำหรับสาระสำคัญของคำวินิจฉัย ได้แก่ ผู้เสียหายมาร้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองสูงสุดฯ และมาตรา 5 รัฐธรรมนูญชั่วคราว บัญญัติไว้ว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทย และในรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งใช้บังคับในขณะเกิดเหตุแห่งการฟ้องร้องคดี มีมาตรา 66 และ 67 เรื่องสิทธิชุมชนอยู่ จึงย่อมได้รับความคุ้มครองดังกล่าวด้วย
นายสุรชัย กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการรับรองว่าชาวบ้านยังคงมีสิทธิชุมชน เมื่อกฎหมายยังคงคุ้มครองประชาชนจึงสามารถลุกขึ้นมาปกป้องชุมชนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และรับรู้ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในชุมชนของตนเองได้
“เมื่อเกิดข้อพิพาทหรือความขัดแย้งใดๆ ชาวบ้านมีสิทธิที่จะร้องเรียน โดยหน่วยงานรัฐเองก็ต้องรับฟัง นั่นเพราะสิทธิชุมชนตามมาตรา 66 และ 67 ยึดโยงกับกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเอง ดังนั้นโครงการใดๆ ที่เกิดขึ้นในภาวะกฎอัยการศึก ก็ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิชุมชนให้มากที่สุด” นายสุรชัย กล่าว







