posttoday
กฎอัยการศึก "กดทับ" อีสาน ชาวบ้านสุดระทม

กฎอัยการศึก "กดทับ" อีสาน ชาวบ้านสุดระทม

23 มีนาคม 2558

การใช้กฎอัยการศึกดูเหมือนจะเอื้อต่อการพัฒนามากกว่าที่จะใช้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ระยะเวลา 10 เดือน ภายใต้การบริหารราชการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดนั้น ได้รับเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญจาก “คนชั้นกลาง” โดยเฉพาะชาวกรุงอย่างมหาศาล

ทว่า สวนทางกันโดยสิ้นเชิงกับความรู้สึกของ “คนชั้นล่าง” โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อยในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ “กระทำ” ชนิดที่แทบไม่หลงเหลือความเป็นพลเมือง

เวทีวิชาการ “อีสานใหม่” ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉายภาพความทุกข์ระทมแสนสาหัสของชาวบ้าน ซึ่งถูกกดทับจากอำนาจปืนโดยไม่มีสิทธิบ่ายเบี่ยง-ต่อรอง หรือร้องขอใดๆ

ตลอดการเสวนา ชาวบ้านจาก 8 พื้นที่ปัญหา ซึ่งถูกรุกคืบด้วยนโยบายการพัฒนาของรัฐ และคำสั่ง คสช.สะท้อนความรู้สึกอัดอั้น-คับแค้น โดยตัวแทนจาก อ.วังสะพุง จ.เลย ผู้ยืนหยัดต่อสู้กับ “เหมืองทองคำ” และตัวแทนบ้านนามูล-ดูนสาด จ.ขอนแก่น ผู้ไม่สยบยอมต่อ “แท่นขุดเจาะปิโตรเลียม” ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอเดิมพันการต่อสู้ด้วย “ลมหายใจ”

ยังไม่นับชาวบ้านที่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ตะเพิดออกจากภูมิลำเนาเดิม อย่างคนในพื้นที่ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ หรือใน ต.ห้วยต้อน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งดำรงอยู่ด้วยความหวาดระแวงจากคำขู่-กรรโชก ตลอดเวลา

อลงกรณ์ อรรคแสง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับข้าราชการเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่วิธีคิดของทหารมักจะเชื่อถือและให้ความไว้วางใจข้าราชการมากกว่าชาวบ้าน นั่นยิ่งทำให้ความขัดแย้งขยายตัวขึ้น

“ทหารถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับรัฐ โดยที่ทหารไม่ได้มองเลยว่าความขัดแย้งนั้นมีความเป็นมาอย่างไร” นักรัฐศาสตร์ดีกรีดอกเตอร์รายนี้กล่าวและบอกอีกว่า รัฐประหารยังทำให้ทหารเข้ามาเคลียร์ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านให้กับกลุ่มทุนด้วย โดยการประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้นใช้กับชาวบ้านที่เป็นชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้ใช้กับประชาชน ซึ่งมีนัยที่แตกต่างกัน

“ชัดเจนว่าชาวบ้านต้องเดือดร้อนเพราะกฎอัยการศึก ส่วนคนที่ไม่เดือดร้อนก็เหมือนหมาที่ถูกล่ามแต่วิ่งไม่สุดโซ่ เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยได้ใช้สิทธิเต็มที่ในการต่อสู้เรียกร้อง ซึ่งแตกต่างกับชาวบ้านที่ต่อสู้โดยใช้สิทธิอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิทธิเหล่านั้นกลับถูกจำกัด แม้แต่เครื่องมือสุดท้ายคือการชุมนุมก็ใช้ไม่ได้” อาจารย์อลงกรณ์กล่าวชัด

“การที่พวกคุณสนับสนุนรัฐบาลทหาร ผลที่ตามมามันกดทับพวกเรา” นักรัฐศาสตร์รายนี้ระบุ

เช่นเดียวกับ สามชาย ศรีสันต์ สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บอกว่า การใช้กฎอัยการศึกดูเหมือนจะเอื้อต่อการพัฒนามากกว่าที่จะใช้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกวิจารณ์ได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้ ไม่ได้เพิ่มพื้นที่ความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านภาคอีสาน

“ที่ผ่านมาคนอีสานถูกมองว่าใสซื่อ มีวัฒนธรรมที่เย้ายวน ในละครก็เป็นได้แค่คนรับใช้ เมื่อคนอีสานเริ่มแสดงบทบาททางการเมืองขึ้นเรื่อยๆ คนชั้นกลางก็เริ่มกระอักกระอ่วน ยิ่งคนอีสานเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งของคนชั้นนำในกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ จึงไม่ต้องแปลกใจที่หลังเกิดรัฐประหาร พื้นที่อีสานจึงถูกจัดการเป็นลำดับแรก” สามชาย กล่าว

นักวิชาการรายนี้ กล่าวอีกว่า ในขณะที่คนอีสานต่อสู้ด้วยชีวิต คนชั้นกลางกลับสนใจเรื่องง่ายๆ ที่เป็นนามธรรมและไม่ต้องลงแรง เช่น ความดีความงาม คือทำอะไรก็หวังผลเร็ว เป็นคนดีได้เร็วๆ การเคลื่อนไหวก็ต้องเป็นอะไรที่ดูเหนือกว่า ดูฉลาดและมีความรู้ เช่น เรื่องเทรนด์ของโลก สิ่งแวดล้อม สิทธิสัตว์

“ดังนั้น สิ่งที่ชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับชนชั้นกลาง” สามชาย ระบุและอธิบายอีกว่า คนชั้นกลางเคลื่อนไหวโดยอิงแอบโครงสร้างหลักและยึดความดีจารีต คือคนดี ซึ่งดูสะอาด มีชาติตระกูล จะมีหน้าที่บอกว่าอะไรคือความดี อะไรคือความไม่ดี เมื่อคนดีบอกว่าอะไรดีคนชั้นกลางก็จะเฮโลไป

ด้าน เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความคิดเห็นว่า ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกโดยทันที เพราะทุกวันนี้เจ้าหน้าที่รัฐเลือกยืนอยู่ข้างนายทุนอย่างชัดเจน สิทธิของประชาชนจึงไม่ถูกปกป้อง

“ปัญหาความขัดแย้งทางทรัพยากรจะไม่ถูกแก้ไขได้เลย ถ้าไม่ใช้กระบวนการประชาธิปไตย” นักสันติวิธี กล่าว

อาจารย์เบญจรัตน์ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมักถูกเรียกร้องให้เสียสละ อดทน ล่าสุดยังเรียกร้องให้อย่าเคลื่อนไหวใดๆ เพื่อความสงบสุขของประเทศ คำถามคือสิ่งเหล่านี้เป็นความมั่นคงของใคร นอกจากนี้ ในประเด็นทรัพยากรซึ่งปรากฏชัดในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา จากคำสั่งต่างๆ ของ คสช.สะท้อนได้ว่าเราไม่สามารถเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นที่ได้

“คนกรุงมองเห็นแต่ความรุนแรงทางกายภาพที่เกิดขึ้นใน กทม. แต่เขาเลือกที่จะมองไม่เห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง”เบญจรัตน์ กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน