
คำตอบ...อยู่ที่หมู่บ้าน
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แม้แต่ขีดเดียวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผม...ผมถามทีมงานที่ไปลงพื้นที่ด้วยกัน
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แม้แต่ขีดเดียวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผม...ผมถามทีมงานที่ไปลงพื้นที่ด้วยกันพยายามเช็กว่ามือถือของใครมีสัญญาณบ้างเรามีมือถือกันครบถ้วนทุกเครือข่ายแต่ท้ายสุดแล้วทุกยี่ห้อเหมือนกันหมดตรงที่ไม่มีสัญญาณสิ่งนี้ทำให้ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมเรื่องราวของครอบครัวนี้จึงเดินทางมาถึงพวกเราช้าจังกินเวลาหลายเดือนนับตั้งแต่เกิดเหตุ...ปลายปี2556มีภาพถ่ายบัตรประชาชนของเด็กชายอายุ12ปีถูกแชร์ส่งต่อมาในFacebookจากจ.อุตรดิตถ์ในสเตตัสนั้นระบุเพียงแต่ว่าเกิดเหตุเด็กหายที่อ.บ้านโคกจ.อุตรดิตถ์ผมเริ่มหาข้อเท็จจริงจากการอ่านคอมเมนต์ใต้ภาพ(ภาพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เรื่องต่างๆคอมเมนต์ใต้ภาพจะช่วยหาข้อเท็จจริงได้เยอะครับเพราะบางกรณีมีการช่วยเหลือไปแล้วหรือจบไปแล้วแต่สำหรับเคสนี้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงต้องประสานไปยังโรงพักท้องที่ที่เกิดเหตุ)
แค่ทีมงานเอ่ยชื่อเด็กหายรายนี้ทางโทรศัพท์ปลายสายซึ่งเป็นตำรวจห้องวิทยุโรงพักอำเภอบ้านโคกสามารถเล่ารายละเอียดเคสนี้ได้พอสมควรและให้เบอร์ติดต่อพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้โดยตรงปัญหาตอนนั้นคือไม่สามารถติดต่อครอบครัวเด็กหายได้เลยเพราะในหมู่บ้านที่เกิดเหตุไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เส้นทางไป-กลับโรงพักกับหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีระยะทางกว่า80กิโลเมตรเป็นภูเขาสลับป่าไร่นาของชาวบ้าน
ประกาศเด็กหายคนนี้เดินทางมาถึงผมจากการที่เด็กนักเรียนในหมู่บ้านถ่ายภาพนี้ไว้พอพวกเขาเปิดเทอมมาเรียนในเมืองจึงนำภาพเด็กมาช่วยประกาศตามหาในอินเทอร์เน็ตและกว่าจะมีการแชร์ต่อไปเรื่อยก็ใช้เวลานานนับเดือนกว่าจะมาถึงพวกเรา
จากการพูดคุยกับตำรวจเจ้าของคดียังไม่สามารถสรุปได้ว่าเด็กหายไปจากสาเหตุใดรู้เพียงแต่ว่าวันที่เด็กหายตัวไปกลางเดือนต.ค.เป็นช่วงที่มีฝนตกชาวบ้านจึงไม่ออกมานอกบ้านมีเพียงเด็กๆวิ่งเล่นตากฝนกันและคืนต่อมาแม่น้ำท้ายหมู่บ้านก็มีน้ำป่าพัดมาซัดเอาโคลนและตอไม้ลงมาจากหมู่บ้านด้านบน
ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหายตัวไปไหนด้วยความที่พ่อแม่แยกทางกันแต่ยังมีบ้านพ่อและบ้านแม่อยู่ในหมู่บ้านเด็กจึงสลับมานอนบ้านพ่อวันหนึ่งนอนบ้านแม่สองวันเรื่อยไปอยู่อย่างนี้วันที่เด็กหายตัวไปพ่อและแม่คงยังไม่รู้ว่าเด็กหายเพราะต่างคิดว่าไปนอนบ้านของอีกฝ่ายหนึ่งกว่าจะทราบว่าเด็กไม่ได้อยู่บ้านใครเลยกินเวลาไปแล้วถึง2วันหรือเกือบ48ชั่วโมงเต็ม
ผมส่งข้อความทางFacebookไปหาต้นฉบับภาพที่ลงประกาศเพราะคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนในหมู่บ้านและทราบข้อมูลเชิงลึกผมได้รับภาพถ่ายในวันเกิดเหตุมาเพิ่มเติมหลายภาพเห็นลักษณะลำน้ำท้ายหมู่บ้านที่เชี่ยวกรากยิ่งทำให้คิดว่าอาจอุบัติเหตุกับเด็กคนนี้ก็เป็นได้
โชคดีที่หลังจากเด็กหายตัวไป2-3เดือนแม่เด็กเดินทางมารับจ้างตัดอ้อยซึ่งมาเป็นประจำทุกปีที่จ.อุทัยธานีผมจึงได้มีโอกาสเดินทางไปพบเธอและคุยรายละเอียดแห่งการหายตัวไป...ยิ่งคุยกับแม่ยิ่งทำให้รู้ว่ามันมีประเด็นอื่นนอกจากการเกิดอุบัติเหตุด้วย!!!
หลังจากคุยกับแม่เด็กผมตัดสินใจลงพื้นที่อ.บ้านโคกจ.อุตรดิตถ์เพื่อไปสืบข้อเท็จจริงคดีนี้ระยะทางก็ไกลแสนไกลตัวอ.บ้านโคกอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ประมาณ180กม.เป็นทางบนภูเขาคดเคี้ยวติดชายแดนประเทศลาวสมชื่อสโลแกนของอำเภอว่า“ไม่หนาวไม่ไกลไม่ใช่บ้านโคก”ผมไปถึงในพื้นที่พยายามสังเกตภาษากายและข้อมูลภายในชุมชนให้มากที่สุดมีประเด็นหลายเรื่องที่เข้ามาในหูทั้งเรื่องเด็กอาจตกน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วยตัวเองหรือเด็กอาจถูกฆาตกรรมอำพรางศพและนำรองเท้าของเด็กมาลอยในน้ำเนื่องจากหลังจากเด็กหายไปมีการงมในลำน้ำท้ายหมู่บ้านพบเพียงรองเท้าแตะคล้ายของเด็กหายลอยตกอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ3กิโลเมตรแม้กระทั่งคำซุบซิบนินทาว่าคนนั้นเป็นผู้ก่อเหตุคนนี้เป็นผู้ก่อเหตุก็ได้ยินเข้าหูทุกวันที่อยู่ในพื้นที่
เรื่องนี้ดังไปไกลถึงตัวอำเภอซึ่งอยู่ห่างกันเกือบ40กิโลเมตรก็มีข่าวเรื่องนี้อีกแบบหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องแก๊งยาเสพติดเพราะอยู่ติดชายแดนเคสนี้จึงเต็มไปด้วยสมมติฐานและข่าวลือจำนวนมากผมพยายามมองด้วยสายตาของนักสืบที่ผ่านคดีเด็กหายมาเป็นจำนวนมากพยายามปรับข้อเท็จจริงวิธีการและแผนประทุษกรรมเข้ากับเคสอื่นๆเผื่อจะมีคำตอบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุยิ่งตอนหลังไม่พบตัวเด็กและเบาะแสก็เป็นโอกาสของสำนักเจ้าทรงหมอผีทำนายทายทักให้ยิ่งไขว้เขวกันไปใหญ่การลงพื้นที่ครั้งแรกผมกลับมาด้วยคำถามและการสันนิษฐานหลายรูปแบบหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้ไม่น่าจะมีใครผ่านมาลักพาตัวเด็กเด็กอาจเกิดอุบัติเหตุเองแต่ทำไมไม่เจอร่างเด็กในน้ำหรือจะมีการฆาตกรรมเด็กในหมู่บ้านแต่หมู่บ้านนี้ก็เล็กมากมีประมาณไม่ถึง100หลังคาเรือนแล้วเด็กหายไปไหนผมนั่งทบทวนซ้ำไปซ้ำมาจนถึงกรุงเทพฯ
ผมไม่มั่นใจว่าตัวเองจะวินิจฉัยกรณีการหายตัวไปของเด็กคนนี้อย่างไรเพราะดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้ทั้งหมดมีน้ำหนักในทุกมุมผมตัดสินใจนำความเรื่องนี้ประสานตำรวจสอบสวนกลางขอกำลังตำรวจลงพื้นที่ร่วมด้วยผมอยากให้ตำรวจสืบสวนฝีมือดีจากกรุงเทพฯไปรับรู้เรื่องนี้และช่วยกันแลกเปลี่ยนมุมมองเอาตำรวจสอบสวนกลางลงไปสองครั้งก็ยังไม่มั่นใจว่าเด็กหายไปยังไงข้อมูลมันตันเพราะเป็นเรื่องสันนิษฐานไม่มีประจักษ์พยานอย่างอื่นนอกจากรองเท้าของเด็กข้างเดียวที่ตกอยู่กระทั่งตัดสินใจประสานหน่วยกู้ภัยฮุก31นำนักประดาน้ำไปลงในพื้นที่อีกครั้งเพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆในลำน้ำสายนี้สุดท้ายไม่พบเบาะแสใดๆนอกจากข้อคิดเห็นว่าเด็กอาจไม่ได้อยู่ในลำน้ำนี้
มันยิ่งทำให้ผมติดใจและท้าทายในการคลี่คลายปัญหานี้ผมตัดสินใจประสานตำรวจฝ่ายสืบสวนจากนครบาลที่มีประสบการณ์คดีเด็กและเยาวชนร่วมลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อหาข้อเท็จจริงและมุมมองของคดีรอบหลังสุดนี้ผมจัดประชุมประชาคมหมู่บ้านด้วยเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของชาวบ้าน
ผมลงพื้นที่ตามหาเด็กคนนี้4ครั้งแล้วใช้บุคลากรจากทุกหน่วยเกิน100คนงบประมาณของทุกหน่วยรวมกันมากกว่า1แสนบาทถือเป็นต้นทุนในการตามหาเด็กหายคนหนึ่งที่ยังไม่หยุดนิ่งจนกว่าจะเจอเด็กหายไม่ว่าต้นทุนจะมากขนาดไหนก็ตามก็เทียบไม่ได้กับชีวิตของเด็กหายคนหนึ่ง
ผมจะลงไปในพื้นที่อีกครั้งเร็วๆนี้เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคำตอบ...อยู่ที่หมู่บ้าน







