
จากมนุษย์เงินเดือน เป็นเจ้าของบูติก โฮเต็ล
ไม่มีใครคาดคิดว่ามนุษย์เงินเดือนธรรมดาจะพลิกผันตัวเองกลายเป็นเจ้าของโรงแรมบูติกหลักสิบล้านติด 1 ใน 100
โดย...เจียรนัย อุตะมะ ภาพ-ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ไม่มีใครคาดคิดว่ามนุษย์เงินเดือนธรรมดาจะพลิกผันตัวเองกลายเป็นเจ้าของโรงแรมบูติกหลักสิบล้านติด 1 ใน 100 โรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเชียงใหม่ท่ามกลางโรงแรมในจังหวัดนี้ที่มีนับพัน
พูม ชินโชติกร วัยย่าง 34 ปี อดีตผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อบริษัท โฟเรอเซีย อีมิสชัน คอนโทรล เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) ทำได้ด้วยลูกฮึดที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ในระยะเวลา 4 ปี โดยระหว่างที่ทำงานประจำนั้นก็ล้มลุกคลุกคลานกับการลองผิดลองถูกกับการทำธุรกิจควบคู่กันไปด้วย
จนกระทั่งปัจจุบันโรงแรมโมนา เชียงใหม่ บูติก โฮเต็ล ของเขากำลังจะขยายสาขาที่ 2 ไปยังย่านถนนคนเดินใน จ.เชียงใหม่ หลังจากโรงแรมแรกประสบความสำเร็จ โรงแรมนี้ช่วงไฮซีซั่นทำกำไรได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำทั้งปี หลังจากเปิดมาเมื่อเดือน มี.ค. 2557 และกำลังร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดสาขาที่ 3 ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
พูมเพิ่งลาออกจากงานเมื่อต้นปีนี้เอง ทั้งที่เงินเดือนประจำที่ได้ก่อนลาออกนั้นสูงถึง 1.4 แสนบาท แต่สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือเวลาหาความสุขในสิ่งที่ชอบ หลังจากโรงแรมมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ โดยมีแม่ดูแลร้านอาหารและโรงแรมให้ นอกเหนือไปจากมืออาชีพที่จ้างมาดำเนินกิจการที่เชียงใหม่ ส่วนตัวเขาเองออกหนังสือเล่าเรื่องชีวิตและธุรกิจของตัวเอง พร้อมกลายมาเป็นวิทยากรพูดสร้างแรงบันดาลใจตามที่ต่างๆ
หลักที่ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ประสบความสำเร็จได้มาจากคติที่ว่าสุดยอดของการทำงานคือการไม่ทำงาน ทำให้ต้องใช้สมองคิดมากกว่าคนทั่วไปเพื่อหาทางลัดให้ชีวิต
แต่อยู่ๆ ใช่ว่าคติชีวิตที่ค้นพบนั้นจะได้มาโดยง่าย เพราะเขามาจากครอบครัวธรรมดาที่มีชีวิตธรรมดา
แรงผลักดันที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนเป็นเจ้าของโรงแรมเกิดขึ้นระหว่างที่บริษัท จอห์นสัน คอนโทรลส์ แอนด์ ซัมมิท อินทีเรียส์ ส่งเขาซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพไปดูงานที่สหรัฐ ในระหว่างที่ขอทำวีซ่าเขาได้เจอกับเจ้าของธุรกิจที่มาทำวีซ่าเช่นเดียวกัน ได้แนะนำว่าไม่มีใครรวยจากงานประจำ ทำให้คิดได้ว่าต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
“ตอนนั้นผมก็เงินเดือนหลักแสนแล้วและมาถึงทางตันของวิชาชีพ ก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตงานประจำมั่นคง เมื่อคิดดังนั้นแล้วจึงย้ายงานไปเป็นพนักงานแผนกจัดซื้อที่บริษัท โฟเรอเซีย อีมิสชัน คอนโทรล เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย ในเงินเดือนใกล้เคียงที่เดิมคือเกือบ 1 แสนบาท แต่บทบาทนั้นสำคัญต่อองค์กร พร้อมๆ กับลองผิดลองถูก”
ทำงานที่นี่ได้ 1 ปี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อลาออกด้วยผลงานและการนำเสนอตัวเองทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทใหม่ดังกล่าวด้วยวัย 32 ปี น้บว่าเป็นผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุด พร้อมทำผลงานประหยัดต้นทุนให้บริษัทเกินคาดหมาย ด้วยลักษณะนิสัยส่วนตัวที่มักตั้งเป้าหมายไว้เกินความคาดหมายไว้เสมอเผื่อความผิดพลาด
“ยกตัวอย่างเช่น หากเป้าหมายของบริษัทต้องการประหยัดงบจัดซื้อ 10 ล้านบาท ผมสามารถทำให้เขาได้มากกว่านั้น เพราะผมมีแผนงานประหยัด 20 ข้อ ข้อละล้านบาท เทียบคนอื่นตั้งไว้ตามที่บริษัทกำหนดมา”
ระหว่างที่ทำงานประจำนั้น พูมก็ยังคิดและลองทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่กันไปด้วย ทดลองทำเรื่อยมา ส่วนใหญ่จะลองผิดไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ตัดหญ้าที่สุดท้ายต้องขายกิจการไป ต่อมาทำธุรกิจผลิตอาหารเสริมขาย โดยซื้อสูตรจ้างบริษัทผลิตและวางขายตามร้านขายยาที่เพิ่งคืนทุนได้ไม่นานนี้แต่ก็ยังขายอยู่ หรือขายเสื้อโปโลโดยรับมาจากโรงงานของน้องชาย
“ผมประสบความสำเร็จได้เพราะไม่ท้อ ทั้งที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็ประสบความสำเร็จเงินเดือนหลักแสน ตอนหลังค่อยๆ คิดว่าตัวเองชอบอะไร รู้ว่าชอบเที่ยว ต้องหาธุรกิจที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวที่ทำยาก คิดว่าอสังหาริมทรัพย์น่าสนใจ เสี่ยงต่ำ มูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ใช้เงินก้อนใหญ่ทำยาก แต่ถ้าทำอะไรง่ายๆ คู่แข่งก็เยอะ”
เมื่อมุ่งมั่นจะทำธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว พูมเริ่มมองหาทำเลทั้งพัทยา หัวหิน กรุงเทพฯ เขาใหญ่ และเชียงใหม่ สุดท้ายมาจบที่เชียงใหม่ที่พ่อแม่ไปตั้งรกรากที่นั่นเพราะราคารับได้และเป็นเมืองท่องเที่ยว จากนั้นหาที่ดินเพื่อสร้างโรงแรมในเชียงใหม่กว่า 100 ที่
“สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคนทำงานประจำที่ไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจโรงแรมคือธนาคารไม่ปล่อยกู้ ดังนั้นผมจึงเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ที่พอทำได้ ทั้งขายเสื้อ ขายกางเกงส่งออก ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ประจวบเหมาะกับมีที่ดินพร้อมตึกที่สร้างไม่เสร็จที่ถนนช้างคลานเชียงใหม่พื้นที่ 70 ตร.ว. ประกาศขาย เพราะเจ้าของพื้นที่ขาดสภาพคล่องผมจึงนำที่และตึกซึ่งเจ้าของเดิมตั้งใจสร้างโรงแรมอยู่แล้วและบ้านที่กรุงเทพฯ ไปจำนองเพื่อกู้เงินมา 7-8 ล้านบาท จากราคาขาย 20 ล้านบาท พร้อมเงินที่ได้จากการทำธุรกิจ 4 ปี มาลงทุนสร้างโรงแรม”
โมนา เชียงใหม่ บูติก โฮเต็ล เป็นโรงแรมสไตล์อิตาเลียนระดับ 3 ดาว สำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นใช้โรงแรมเป็นเพียงที่พัก เน้นกลุ่มครอบครัว ช่วงเปิดตัวครั้งแรกเดือน มี.ค. 2557 ที่พักเต็มทั้งหมด โดยสามารถจองผ่านเอเยนซีออนไลน์ต่างๆ ทั้งอะโกด้า บุ๊กกิ้ง ดอท คอม รวมถึงเอเยนซีดังๆ และเว็บไซต์ของโรงแรม
พูมเป็นลูกของพ่อแม่ที่รับจ้างทำงานทั่วไปและได้รับความอุปการะจากคุณลุงที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยเงินกู้เพื่อการศึกษาจนจบปริญญาตรี จากนั้นเริ่มงานแรกที่ บริษัท เอ็นเอชเค สปริง (ประเทศไทย) แผนกออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทญี่ปุ่นที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ด้วยเงินเดือน 1.15 หมื่นบาท ระหว่างนั้นเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนจบพร้อมกับการใช้ทุนทุกปี
ก่อนที่จะย้ายงานไปอยู่แผนกวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนั้นเขามองว่าโลกทัศน์แคบไม่ได้เห็นโลกกว้าง เงินเดือนน้อย ต้องทำโอทีเยอะ เพื่อให้มีรถ มีบ้าน มีครอบครัว เงินไม่พอใช้จ่ายต้องผ่อนโน่น นี่ นั่น จากที่ทำงานบริษัทต่างประเทศมาตลอดจึงต้องการพัฒนาภาษา จึงขอวีซ่าเวิร์กกิ้งแอนด์ฮอลิเดย์ของนิวซีแลนด์ไปใช้ชีวิตที่นั่น 1 ปี ทำงานตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร พนักงานทำความสะอาดและพนักงานต้อนรับโรงแรม
คติชีวิตที่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนชีวิตในเวลาต่อมา จนปัจจุบันมีเวลาพาลูกและครอบครัวท่องเที่ยวทุกปี มีเวลาเขียนหนังสือและบรรยายตามที่ต่างๆ ให้สมกับความฝันที่ว่าสุดยอดของการทำงานคือการไม่ทำงาน นั่นหมายความว่า เขาได้ใช้สมองทำงานมากกว่าคนอื่นมาก่อน.....







