posttoday
ถอดบทเรียน สว.มั่นใจไม่ซ้ำรอย

ถอดบทเรียน สว.มั่นใจไม่ซ้ำรอย

22 มีนาคม 2558

การปฏิรูป “วุฒิสภา” นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คณะ กมธยกร่างฯ ถูกโจมตีจากหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก

การปฏิรูป “วุฒิสภา” นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คณะ กมธยกร่างฯ ถูกโจมตีจากหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก ว่าการให้สวมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 5 ช่องทางโดยไม่ให้มีการเลือกตั้งสวทางตรง ประกอบกับการให้อำนาจ สวมากขึ้นจากที่มีอยู่เดิมในรัฐธรรมนูญ พศ 2550 ซึ่งมองได้ว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจฝ่ายบริหาร เป็นแนวทางที่มีความเหมาะสมและถูกต้องหรือไม่

อาจารย์สุจิต ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จะต้องใช้เวลาพิจารณารายละเอียดในทางปฏิบัติ แต่จะให้กลับไปใช้ระบบเดิมที่มี สวมาจากการเลือกตั้ง ส่วนตัวก็ยอมรับว่ายังสองจิตสองใจ เพราะในอดีตรัฐธรรมนูญพศ 2540 ก็เคยบัญญัติให้ สวมาจากการเลือกตั้ง สุดท้ายก็ผิดหวัง เพราะถูกการเมืองครอบงำ

“สวชุดแรกทำตัวดี หรือจะเรียกว่าการเมืองยังไหวตัวไม่ทันก็ว่าได้ แต่ตอนหลังมันเริ่มมีการพูดกันในหมู่ สวเองเลยว่าเขาเป็นคนเอาพรรคนั้นพรรคนี้ เขาอยากจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น การเลือกแต่งตั้งคนในองค์กรอิสระ ถ้านายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่เซย์เยส สว ก็ไม่มีทางเซย์เยสได้อะไรแบบนั้น เป็นที่รู้กันนะครับ”

ไม่ต่างอะไรกับ สวตามรัฐธรรมนูญพศ 2550 ที่ในทัศนะของรองประธานกมธยกร่างฯ ก็คิดว่า แม้จะมีการแบ่ง สวออกเป็นจากการสรรหาและเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการครอบงำจากการเมือง แต่ที่สุดแล้วก็ยังเกิดปัญหาอยู่ดี เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ จึงคิดว่าควรต้องปรับเปลี่ยนที่มาของ สวใหม่

“คณะ กมธยกร่างฯ เกิดความคิดให้มี สว จากการคัดเลือกของกลุ่มต่างๆซึ่งจะทำให้ได้ผู้ทรงคุณวุฒิในระดับแถวหน้าของแต่ละกลุ่มเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้คงไม่มีใครเลือกคนไม่มีคุณภาพเข้ามาเพราะเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจ แต่ กมธยกร่างฯ ได้คำนึงถึงความหลากหลายของแต่ละกลุ่มด้วย จึงต้องจำแนก สว ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมออกเป็นหลายกลุ่ม เพราะอยากให้กลุ่มคนสำคัญในสังคมได้มีตัวแทนที่แท้จริงเข้ามาในรัฐสภาเช่น เกษตรกรหรือคนในระดับล่าง เป็นต้น”

สัดส่วนของ สวจากกลุ่มต่างๆ เปิดช่องให้อดีตข้าราชการเข้ามาสู่ตำแหน่งนี้มากเกินไปหรือไม่? อาจารย์สุจิตยอมรับว่า “ก็มีบ้าง แต่ว่าจะเยอะเกินไปหรือเปล่าก็อยากให้พวกคุณเสนอมาว่ามันเยอะเกินไปไหม ตัวเลขพวกนี้มันปรับได้ แต่ขอให้ช่วยเสนอเข้ามาหน่อย”

ส่วนเรื่องข้อกังขาเรื่องการวางบทบาทให้ สวเข้ามาทำงานร่วมกับสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อร่วมกันสกัดการใช้อำนาจของพรรคการเมืองในสภานั้น อาจารย์สุจิตตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะความตั้งใจของ กมธยกร่างฯ ต้องการให้พรรคการเมืองสรรหาคนที่มีจริยธรรมจริง อย่าคิดว่าการเมืองมีข้อยกเว้นโดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม

“จริงๆ คนที่มีคุณธรรมจริยธรรมในพรรคการเมืองมีอยู่เยอะ แต่ขาดโอกาสที่เขาจะโตเป็นใหญ่ มันอาจจะถูกสกัดกั้นโดยระบบเงิน ระบบนายทุน ระบบนักเลงในแต่ละพรรค เราไม่อยากให้คนเหล่านี้เป็นตัวอย่าง ว่าถ้าเล่นการเมืองแล้วต้องเป็นคนแบบนี้ แต่คนที่มีคุณธรรมเล่นการเมืองไม่ได้ เราอยากให้ทุกอย่างมันดีขึ้น”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท