
มองเห็นอีกครั้ง
คำพูดของแม่ปลุกจิตสำนึก เตือนว่าผมจะต้องหายเพื่อจะได้มีโอกาสทำงานเลี้ยงดูและตอบแทน
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
คำพูดของแม่ปลุกจิตสำนึก เตือนว่าผมจะต้องหายเพื่อจะได้มีโอกาสทำงานเลี้ยงดูและตอบแทนพระคุณแม่บ้าง ผมคิดเสมอว่า แม่ทำอะไรเพื่อผมมามากแล้ว ผมจะต้องไม่ทำให้แม่ผิดหวัง
การรักษาดวงตาของผมไม่ได้เป็นไปตามที่หมอระบุเวลาไว้ ซึ่งความล่าช้าที่เกิดขึ้นเพราะความจนของเรา ช่วง 3 เดือนหลังผมต้องปันส่วนยาที่ใช้ต้มดื่ม จากวันละ 2 ห่อเหลือวันละ 1 ห่อในบางวัน แต่ก็นำยาที่ต้มไปแล้วมาต้มซ้ำให้ดื่มเพิ่ม เนื่องจากเงินที่ขายนามาได้หมดลง เหลือที่ดินอีกครึ่งไร่สุดท้ายที่ยังหาคนซื้อไม่ได้ ครอบครัวผมไม่มีเงินไปซื้อยามาเพิ่มเติม แม่เที่ยววิ่งไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาซื้อยาให้ผมกินให้ครบตามที่หมอกำหนด เพื่อให้การรักษาเสร็จสมบูรณ์
ในที่สุด ยาของหมอกับการใช้ลิ้นของแม่กรีดเยื่อในตาให้ผมก็ประสบผลสำเร็จ แม้ว่ามันจะล่าช้ากว่าที่หมอบอกอยู่เกือบเดือน แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของหมอ
เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 7 ของการรักษา ทั้งการกินยาและใช้ลิ้นสลายเยื่อตา แม่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในดวงตาของผม จากที่เคยเป็นฝ้าสีขาวเต็มดวงตา เริ่มมีเงาในตาดำ แม่สังเกตเห็นก่อนใคร และวันแรกที่แม่เห็น แม่ถึงกับเลียดวงตาให้ผมไปหัวเราะไปจนน้ำตาร่วง พูดกับผมว่า “โอ...ซิวซี ตาลูกดีขึ้นแล้ว”
เป็นจริงตามนั้น หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมเริ่มมองเห็นภาพรอบๆ ตัวได้รางๆ ยังจำวันที่มีโอกาสเห็นโลกอีกครั้งได้ดี แม้จะยังมองเห็นไม่ชัดนัก แต่ผมก็ตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ไชโย...ผมเห็นแล้ว ผมเห็นแล้ว!” ผมตะโกนบอกทุกคนด้วยความดีใจ ในวินาทีนั้นแม่กับพ่อเข้ามากอดผม เรากอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ
หลังจากวันนั้น ผมก็เริ่มมองเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม สามารถมองเห็นรูปร่างปลาเป็นเงารางๆ ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ที่บ้านได้ และเมื่อมองไปที่ถั่วในจานผมก็เริ่มเห็นสีสันและรูปร่างของมันได้ เรื่องนี้ทำให้ผมมีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะสามารถมองเห็นได้ชัดเป็นปกติ
พอย่างเข้าเดือนที่ 8 ผมก็กลับมามองเห็นได้ชัดเจนเป็นปกติ ผมดีใจมาก วันเวลาที่ลำบาก สู้อดทนกินยา ความยากลำบากของแม่ที่ต้องเลียดวงตาให้ผม ทำให้ผมหายจากอาการตาบอดแล้ว
ผมมองเห็น ไม่ได้ตาบอดแล้ว ตอนที่ผมกำลังดีใจนั้น พ่อกับแม่กลับมาจากนอกบ้าน ผมเดินเข้าไปกอดแม่ไว้ พูดขึ้นว่า “แม่ครับ ผมมองเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้ว”
เรื่องที่ผมกลับมามองเห็นได้ชัดเจนเป็นปกติอีกครั้ง เป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนในบ้านดีใจกันอย่างมาก แต่คนที่ดีใจที่สุดคงเป็นแม่ของผมนั่นเอง เพราะท่านคือคนที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจมากกว่าคนอื่น เป็นคนเดียวที่ใช้ลิ้นเลียความสกปรกและทนกับกลิ่นเหม็นจากดวงตาอันฝ้าฟางของผมโดยไม่รังเกียจ
ผมเองก็ดีใจอย่างสุดซึ้ง ไม่ต้องบอกรักแม่โดยมองไม่เห็นหน้าแม่อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ผมสามารถบอกรักแม่พร้อมกับมองหน้าแม่ไปด้วย
“แม่ครับ ผมรักแม่ ขอบคุณแม่มากๆ ที่ทำให้ผมมีวันนี้!”
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







