
หนุนอาเซียน ขี่กระแสมังกรผงาด
นับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนจับตาความเคลื่อนไหวของจีนอย่างต่อเนื่อง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
นับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนจับตาความเคลื่อนไหวของจีนอย่างต่อเนื่อง เพราะสีจิ้นผิงได้วางนโยบายการต่างประเทศที่โดดเด่น และกำลังสร้างบทบาทอย่างมากในเวทีโลก โดยเฉพาะในเวทีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) บอกเล่าในงานสัมมนา “จีนในปี 2015 : เศรษฐกิจการเมืองและสังคม” จัดโดยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มธ.ว่า ความไม่เท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำทางสังคมในจีนแผ่ขยายมาจนกระทบไต้หวัน ฮ่องกง ตลอดจนอาเซียน เพราะจีนมองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จีนยังติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) จึงเลือกแก้ปัญหาแบบประเทศที่หลุดพ้นจาก Middle Income Trap แล้ว คือทำเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง แล้วนำอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากไปทำในประเทศอื่น
“ตอนนี้จีนทำแล้ว และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากของจีนก็อยู่แถวๆ นี้นี่แหละ”
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนของจีนยังมองเรื่องการดำเนินการอย่างครบวงจร สังเกตว่าวงจรการท่องเที่ยวของไทยอยู่ภายใต้ทุนจีนหมดแล้ว คนจีนเดินทางมาด้วยสายการบินจีน รับประทานอาหารร้านที่คนจีนเข้ามาลงทุนหรือซื้อภัตตาคารอาหารจีนในไทยมาทำต่อ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมลำไย ปัจจุบันโรงอบลำไยใน จ.ลำพูน ราว 70% กลายเป็นของชาวจีนไปแล้ว บางรายยังซื้อสวนมะม่วงในจันทบุรีด้วย ทำให้จีนผลิต แปรรูป บรรจุ และส่งออกสินค้าผลไม้แปรรูปครบวงจร
นอกจากนี้ ชาวจีนยังเข้าไปอยู่อาศัยในอาเซียนจำนวนมาก โดยในลาวมีประมาณ 7 แสนคน ไทยคาดว่าจะมีถึง 8 แสนคน และยังดำเนินธุรกิจอยู่ทั้งในเวียงจันทน์ของลาว พนมเปญของกัมพูชา พม่า และอินโดนีเซีย บางพื้นที่ถึงขั้นมีอุตสาหกรรมที่มีคนงานจีนจำนวนมากด้วย
“ตอนนี้เราพูดแค่เรื่องประชาคมอาเซียน ฝึกให้คนเรียนภาษาในอาเซียนอย่างเดียวไม่ทันการณ์แล้ว เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็จะเจอคนจีนเข้ามาปักหลักหมดแล้ว เราต้องเรียนภาษาจีนด้วย”
ทั้งนี้ อาเซียนต้องลุ้นให้จีนไม่ “หายใจติดขัด” เพราะถ้าเศรษฐกิจจีนสะดุดเมื่อไหร่จะกระทบอาเซียนซึ่งพึ่งพาจีนด้วย
ขณะที่ อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มองว่า จีนมีความสำคัญกับไทยและอาเซียนอย่างมาก โดยสัดส่วนการค้ากับจีนของไทยอยู่ที่ประมาณ 14% หากจีนส่งออกน้อยลงก็อาจกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยด้วย
“จีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่และหลากหลาย อาจมีบางด้านที่มากระทบกับไทยบ้าง สิ่งที่เราต้องทำคือการสร้างความสมดุลระหว่างด้านบวกและด้านลบที่กระทบกับภูมิภาค แล้วเติบโตภายใต้กลยุทธ์ Rise with the Dragon”
ปัจจุบันจีนกำลังกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างชัดเจน ล่าสุดทั้งอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และนิวซีแลนด์ ต่างแสดงความต้องการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้าง
พื้นฐานเอเชีย (AIIB) ทำให้มีประเทศที่สนใจเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแล้วเกือบ 30 ประเทศ สะท้อนว่าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับจีน แม้จะได้รับการทักท้วงจากสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ธนาคารดังกล่าวจะเป็นทางเลือกสำคัญของทั้งไทย อาเซียน และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เนื่องจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เคยประเมินว่าทั้งภูมิภาคต้องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกราว 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารดั้งเดิมเองก็อาจมีเงินทุนไม่เพียงพอสนับสนุนการมี AIIB อาจช่วยให้ไทยมีทางเลือกและเงินสนับสนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรถไฟกึ่งความเร็วสูง
ด้าน จุลชีพ ชินวรรโณ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. ระบุว่า จีนจะไม่ใช่ผู้ปฏิบัติตามกฎ (Rule Follower) ของโลกอีกต่อไป แต่จีนกำลังกลายเป็นผู้สร้างกฎระเบียบ (Rule Maker) ของโลก
ทั้งนี้ จีนในยุคของสีจิ้นผิงถือเป็นยุคที่มีนโยบายเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ใช้การผสมผสานระหว่างอำนาจอ่อน (Soft Power) และอำนาจแบบแข็ง (Hard Power) กลายเป็นอำนาจที่ชาญฉลาด (Smart Power) ในการผูกสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน







