posttoday
ไทยจ่อเสี่ยงขาดแคลนแรงงาน

ไทยจ่อเสี่ยงขาดแคลนแรงงาน

20 มีนาคม 2558

ประเด็นหนึ่งซึ่งแม้จะยังไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องที่หลายๆ คนวิตกกังวลว่าอาจส่งผลร้ายแรงในระยะยาวได้ คือ การที่ไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สถานะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนประชากรวัยชราสูงกว่าวัยแรงงาน ดังที่บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ซึ่งการเข้าสู่สถานะดังกล่าวโดยปราศจากการเตรียมความพร้อม อาจก่อให้เกิดผลในทางลบหลายประการ

ประเด็นหนึ่งซึ่งแม้จะยังไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องที่หลายๆ คนวิตกกังวลว่าอาจส่งผลร้ายแรงในระยะยาวได้ คือ การที่ไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สถานะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนประชากรวัยชราสูงกว่าวัยแรงงาน ดังที่บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ซึ่งการเข้าสู่สถานะดังกล่าวโดยปราศจากการเตรียมความพร้อม อาจก่อให้เกิดผลในทางลบหลายประการ

ปัญหาหนึ่งที่มาพร้อมกับสถานะสังคมผู้สูงอายุ ก็คือการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ไทยเผชิญหน้ากับปัญหาดังกล่าวในช่วงเวลาที่ค่าจ้างแรงงานในประเทศจีนกำลังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

รายงานจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า สถานการณ์ที่ค่าแรงจีนแพงขึ้น ทำให้บรรดาผู้ผลิตเริ่มมองหาประเทศที่มีแรงงานราคาถูก ซึ่งรวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่ประเทศในแถบนี้

อย่างไรก็ตาม ไทยกลับไม่อาจฉกฉวยโอกาสนี้ไว้ได้อย่างเต็มที่ หรืออาจจะคว้าผลประโยชน์ได้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปริมาณแรงงานในวัยทำงานกำลังลดน้อยลง สวนทางกับสถานการณ์ในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

บลูมเบิร์กรายงานอ้างกรณีตัวอย่างของ นุชนาถ ศักดิ์วิเศษชัยกุล เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของบริษัทประกันภัยในกรุงเทพฯ ที่แต่งงานในวัย 33 ปี และมีลูกเพียงคนเดียวโดยไม่คิดมีเพิ่ม พร้อมระบุว่า ความนิยมของหญิงไทยจำนวนมากที่แต่งงานช้า และมีบุตรน้อยลง เนื่องจากได้รับการศึกษาและทำงานมากขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาดังกล่าว

ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ภายในปี 2050 ประชากรจำนวน 33.33% ของไทยจะมีอายุเกิน 60 ปี ขณะที่ในฟิลิปปินส์มีประชากรวัยดังกล่าวน้อยกว่า 16.66% และในมาเลเซียมีเพียง 20% เท่านั้น ขณะเดียวกัน ธนาคารอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ เปิดเผยว่า ไทยจะมีจำนวนประชากรวัยแรงงานสูงสุดในปี 2017 อินโดนีเซียในปี 2058 และฟิลิปปินส์ในปี 2085

นอกจากนี้ ยอดขายในต่างประเทศปี 2014 ของไทยยังตกลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สวนทางกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยจะมีอัตราการเติบโตต่ำสุดรองจากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวของภูมิภาค

แม้รัฐบาลไทยจะออกมาตรการต่างๆ กระตุ้นให้ประชาชนมีบุตร แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากขนาดของครอบครัวเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ซึ่งบางคู่แต่งงานก็เลือกไม่มีบุตรแล้วเก็บเงินสำหรับเกษียณอายุเร็วขึ้นแทน

“เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่การเติบโตในอัตราของตลาดที่พัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่ตลาดของเรายังไม่พัฒนาเลย” สันติธาร สาธิราชัย นักเศรษฐศาสตร์ของเครดิตสวิสประจำสิงคโปร์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์