posttoday
ร่วมกันกู้วิกฤต สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘ความกลัว’

ร่วมกันกู้วิกฤต สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘ความกลัว’

20 มีนาคม 2558

โดย...มนตรี ศรไพศาล

โดย...มนตรี ศรไพศาล

หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 1997 ผมได้เขียนหนังสือ “ร่วมกันคิด กู้วิกฤตเศรษฐกิจไทย” มีบทเรียนหลายบทเรียนที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์กับสถานการณ์ในปัจจุบัน

...หลายครั้งที่คนไทยจะมองหาว่า อยากจะมี “อัศวินม้าขาว” มาทำให้เศรษฐกิจดี มันไม่มีใครทำได้หรอกครับ

...การฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เราคนไทยทั้ง 68 ล้านคน ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันเข้าใจ และร่วมกันทำครับ!

วิกฤตเศรษฐกิจหลายๆ ครั้ง เกิดจากสภาวะ กู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว เก็งกำไรเกินตัว หนี้สินล้นพ้นตัว

...วิกฤตต้มยำกุ้ง 1997 กิจการไทยจำนวนมาก นักเก็งกำไรที่ดินหรือหุ้น กู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว เก็งกำไรเกินตัว หนี้สินล้นพ้นตัว

...วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่สหรัฐอเมริกาก็กู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว เก็งกำไรเกินตัว หนี้สินล้นพ้นตัว

แต่ประเทศไทยไม่เป็นไร เพราะเราได้เรียนรู้เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นบทเรียนพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงศูนย์รวมดวงใจคนไทยทั้งชาติ

ในครั้งนี้ ผมก็เห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้เรียนรู้หลักการ “เศรษฐกิจพอเพียง” ก็ไม่มีปัญหา ไม่เหมือนสมัยวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ตอนนั้นมองไปข้างหน้าข้างหลังก็เห็นกลุ่ม NPL (Non-Performing Loan) คือ หนี้ที่ไม่สามารถชำระคืน มองทางซ้ายทางขวาก็เห็นกลุ่มล้มละลาย ครั้งนี้เรายังไม่เห็น

แต่ในครั้งนี้ เราได้เห็นสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวเกิดขึ้นกับภาคครัวเรือน สูงเป็นประวัติการณ์ถึงระดับ 80-90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

แต่ละครั้งหลังวิกฤต สิ่งที่เกิดขึ้นตามซ้ำ คือ “ความกลัว”

ผมเคยบอกว่า หากสังเกตวิกฤตเศรษฐกิจ จะถือว่าเป็นผลจากมารร้าย 2 ตัว

…ตัวแรก คือ “ความโลภ” ทำให้คนกู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว เก็งกำไรเกินตัว หนี้สินล้นพ้นตัว

…ตัวที่ 2 คือ “ความกลัว” ซึ่งน่ากลัวไม่น้อยกว่ามารร้ายตัวแรกด้วย

ตอนหลังวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ขั้นวิบัติเศรษฐกิจ คือ Great Depression ผู้คนหวาดหวั่น ไม่กล้าจับจ่าย ไม่กล้าลงทุน คนตกงานกว่า 20% ร่วม 10 ปี!

ประธานาธิบดีรูสเวลต์ จึงได้ให้บทเรียนสำคัญคือ Fear Factor ว่า

“The only thing that we have to fear is the fear itself”

“สิ่งที่น่ากลัว ก็คือ ความกลัว นั่นเอง”

เพราะความกลัวทำให้คนไม่จับจ่าย ไม่ลงทุน ถ้าเราแต่ละคนลดจับจ่ายกันคนละครึ่ง คนขายของก็จะขายได้เพียงคนละครึ่ง เศรษฐกิจจะเดินหน้าได้ดี เมื่อเราไม่กลัวครับ

คนไทยเราทุกคน จึงควรร่วมแรงร่วมใจต่อสู้ “ความกลัว”

เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรน่ากลัว

ด้านการบริโภคในประเทศ หนี้ครัวเรือนอาจจะทำให้ผู้มีหนี้มาก ใช้จ่ายช้าลงบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรชาวนา ซึ่งปีที่ผ่านมา เงินขาดมือหลายเดือนจากการรอการชำระเงินค่าใบประทวนที่จำนำข้าว แต่บัดนี้ก็น่าจะค่อยๆ กลับเข้าสู่วงจรการผลิตและการจับจ่ายเช่นเดิม ตลาดหุ้นยังแข็งแกร่ง (เว้นแต่มีสภาวะลูกโป่งบ้างในหุ้นที่พีอีสูงมาก หรือขาดทุน) ผู้คนจำนวนมากยังมีฐานะและกำลังซื้อดีอยู่

การท่องเที่ยวดีขึ้น เพราะปีที่แล้วฐานต่ำ ปีนี้นักท่องเที่ยวคึกคักมาก

การส่งออกยังชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก แต่จากรายงาน อย่างที่เกาหลีก็ประสบปัญหาคล้ายๆ กัน ส่งออกติดลบในปีนี้ด้วยซ้ำ!

การลงทุนภาคเอกชนก็ยังดูจะไปได้ และเมื่อไม่มีความกลัวเกินไป น่าจะยังดีอยู่หลังจากผ่านสภาวะไม่แน่นอนในช่วงปีที่ผ่านมา

การลงทุนภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญ “วิกฤต” ในปีที่แล้วคือ สภาพใกล้สุญญากาศ แต่ปีนี้มีรัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้ว ก็น่าจะผลักดันการลงทุนภาครัฐได้

จึงไม่มีอะไรน่ากลัว

อาจมีข่าวจริง ข่าวลือ เรื่องวางระเบิด ก็เป็นจุดทดสอบคนไทย ถ้าเรารู้รักสามัคคี ผู้ก่อการร้ายหรือประสงค์ร้ายก็จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของเขา

ตอนที่มีการก่อการร้ายเครื่องบินชนตึก 2 ตึก คือ ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ผู้คนก็หวั่นวิตก

ประธานาธิบดีบุช แจ้งว่า ชาวอเมริกันทราบดี เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายคือทำให้คนอเมริกันกลัว เขาบอกว่า “พวกผู้ก่อการร้ายอาจทำลายทรัพย์สินได้ อาจทำร้ายชีวิตพวกเราบางคนไปได้อย่างน่าเสียใจ แต่
สิ่งหนึ่งที่ผู้ก่อการร้ายจะทำไม่ได้ คือ เขาจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนในหัวใจคนอเมริกันให้กลัวไม่ได้”

ตอนที่มีการก่อการร้ายวางระเบิดรถไฟใต้ดินที่อังกฤษ 5 จุด

นายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ ก็บอกว่า

“เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายก็คือ ทำให้เรากลัว เราชาวอังกฤษจะไม่ยอมให้พวกผู้ก่อการร้ายมาทำอะไรเราได้ เราจะใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทำงานการเหมือนเดิม จับจ่ายเหมือนเดิม ให้เขารู้ว่าทำอะไรเราไม่ได้”

ตอนนี้ก็อาจจะมีข่าววางระเบิดบ้าง พูดถึงกว่า 100 จุด คนไทยยิ่งต้องตระหนักว่า ชาติมีศัตรูแล้ว เราต้องร่วมแรงร่วมใจ เป็นหูเป็นตา ป้องกันภัยร่วมกัน และรู้รักสามัคคี ทำงานการอย่างเข้มแข็ง จับจ่ายอย่างมีสันติสุขในใจ

ให้คนก่อการร้ายรู้ว่า “เขาจะทำให้คนไทยกลัวไม่ได้”

เพราะ “สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือความกลัวนั่นเอง” คนไทยจึงควรร่วมกันคิด ร่วมกันเข้าใจ ร่วมกันทำงานเข้มแข็ง ร่วมกันจับจ่ายเพื่อกันและกัน เช่นนั้น เราจะร่วมกันฟื้นเศรษฐกิจด้วยกันอย่างแข็งแกร่งยั่งยืนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท