
บันได 4 ขั้น ส่งเลือกตั้งพ้นเรือนจำ ปลุกแดงเขย่ารัฐรอบใหม่
8...ทีมข่าวการเมือง
คุ้มสำหรับกระสุนแดงนัดนี้... ยิงนัดเดียว ถ้าเข้าเป้าก็อาจได้นกหลายตัว
การจุดพลุของ
“จตุพร พรหมพันธุ์” ที่ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยอาจส่ง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.กทม. เขต 6 แทน ทิวา เงินยวง สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่เสียชีวิต ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดจัดวันเลือกตั้งที่ 25 ก.ค.นับเป็นหมากลึกซึ้งยิ่ง...
เขต 6 เป็นฐานที่มั่นของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำ กทม. พรรคเพื่อไทย ผู้สมัครตัวยืนจึงควรเป็น ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตผู้สมัคร สส.เขตนี้ พรรคพลังประชาชน และในฐานะเด็กในคอนโทรลของ
“หญิงหน่อย”แต่ในสถานการณ์ที่เสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยตกเป็นฝ่ายตั้งรับ นับแต่เหตุการณ์
“19 พฤษภามหาทมิฬ” รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้กลไกที่มีอยู่ควบคุมให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และบีบขบวนการเสื้อแดงทั้งการแช่แข็งแกนนำ นปช. ดำเนินคดีข้อหาผู้ก่อการร้าย ระงับการทำธุรกรรมการเงิน 83 เครือข่ายทักษิณ โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือ
แกนนำพรรคเพื่อไทยเห็นว่า
“กลไกกฎหมายอำนาจรัฐ” ที่รัฐบาลใช้อยู่ได้ล็อกจนคนของพรรคขยับไปไหนลำบาก หากพรรคยังยอมจำนน ไม่ถีบตัวโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือน้ำก็อาจถูกกดจมน้ำตายได้แนวทางหนึ่งจึงนำมาสู่การจัดสัมมนา สส.ของพรรคที่พัทยา ต้นเดือนหน้าระหว่างวันที่ 23 ก.ค. เพื่อ
“ปลุกปลอบ” ขวัญกำลังใจคนเสื้อแดงแต่จังหวะที่มีการเลือกตั้งซ่อม สส.กทม.เข้ามาพอดี ด้วยเหตุที่
“ทิวา เงินยวง” เสียชีวิต จึงเป็นโอกาสดีที่เพื่อไทยจะใช้ “การเลือกตั้งซ่อม” ในเมืองหลวงเพื่อโต้กลับรัฐบาลตัวยืนอย่าง
“ภักดีหาญส์” จึงอาจต้องหลีกทางเพื่อภารกิจที่ใหญ่กว่าของคนเสื้อแดงแม้ไม่ง่ายที่พรรคเพื่อไทยจะชนะพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่นี้เนื่องจาก
หนึ่ง หากดูคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยในกรุงเทพฯ เวลานี้ค่อนข้างย่ำแย่ ด้วยเหตุที่คนกรุงยังแหยงภาพเผาบ้านเผาเมือง สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (สข.) 14 เขตล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยพ่ายกระจุยให้พรรคประชาธิปัตย์ ทีม สส.เพื่อไทยได้ประเมินว่าเป็นผลจากเหตุชุมนุม และการใช้ยุทธศาสตร์สงครามสื่อของรัฐบาล
สอง เจ้าของที่นั่งเดิมคือ
“ทิวา เงินยวง” เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์พรรคเพื่อไทยรู้อยู่เต็มอกว่าในกระแสไม่เอาแดงของคนกรุง จึงหวังชนะยาก
แต่หากพรรคเสื้อแดงไม่ส่งใครเลยก็ไม่ได้ ในฐานะพรรคการเมืองอันดับหนึ่งในสภาจำเป็นต้องส่งผู้สมัครลง แพ้ชนะค่อยว่ากัน
ยิ่งในสนามเมืองหลวงประเทศไทยเป็นพื้นที่ศักดิ์ศรีสำคัญที่พรรคการเมืองใหญ่ต้องพิสูจน์ตัวเอง และพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ห้ำหั่นขับเคี่ยวกันตลอดในสนาม กทม.
การเสนอชื่อ ณัฐวุฒิ เลขาธิการองค์กรเสื้อแดง ไม่ได้อยู่ในโผตั้งแต่แรก เดิมทีพรรควางตัวให้แกนนำเสื้อแดงผู้นี้ที่มากด้วยแม่ยกให้เป็น
“หัวหน้าทีมภาคใต้” ในตำแหน่งผู้สมัครสัดส่วนลำดับ 1 ขณะเดียวกันมีข่าวว่าณัฐวุฒิอาจขอลง สส.เมืองนนท์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้ากระทั่งรายชื่อแคนดิเดตเลือกตั้งซ่อมของพรรคเพื่อไทยยังปรากฏคู่แข่งอย่าง
“เด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ที่ค่าย “สิงห์เหลิม” ส่งประกวดเพื่อวัดบารมีกับเด็กเจ๊ กทม.อีกกระแสหนึ่งพรรคอาจไม่ส่งใครลง โดย ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการพรรค อ้างว่า ถ้ารัฐบาลยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะเป็นการเลือกตั้งภายใต้บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าเป็นอย่างนั้นจะรณรงค์ให้เลือกหมาแทน
ทั้งหมดรอชี้ขาดจากที่ประชุมพรรคสัปดาห์นี้...
แต่หากวิเคราะห์แล้ว หากพรรคส่ง ณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายลงเลือกตั้งซ่อมหวังผลในหลายประการ
หนึ่ง กดดันกระบวนการยุติธรรม เพราะจะมีการขออนุญาตศาลเพื่อให้ณัฐวุฒิออกจากที่คุมขังมาสมัครรับเลือกตั้งที่ กกต.จะเปิดรับสมัครช่วงวันที่ 28 มิ.ย.2 ก.ค. โดยในวันที่ 27 มิ.ย. เป็นวันครบกำหนดฝากขัง ซึ่งทนายเสื้อแดงจะยื่นประกันตัวต่อศาล
สอง ใช้ณัฐวุฒิเป็นหัวขบวนปลุก
“พลังเสื้อแดง” ที่กำลังขวัญเสีย โดยใช้เวทีการปราศรัยหาเสียงของขุนพลเพื่อไทย ไม่ต่างจากการชุมนุม เป็นกระบอกเสียงชั่วคราวแทน “พีเพิลแชนแนล” ตอบโต้รัฐบาล ไม่ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา เน้นย้ำถึงข้อมูลอีกด้านของเหตุการณ์ 19 พฤษภามหาโหดสาม หากสามารถแหวกกระแสเผาเมืองในกรุงเทพฯ จนได้รับเลือกเป็น สส. ณัฐวุฒิก็จะได้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำในช่วงเปิดสมัยประชุม ซึ่งก็พอดีหลังวันเลือกตั้ง เพราะสภาจะเปิดสมัยประชุมต้นเดือน ส.ค. ณัฐวุฒิก็จะเดินคู่กับจตุพร สส.เพื่อไทย เป็นสองผู้นำเสื้อแดงในสภาที่จะต่อกรกับรัฐบาล
สี่ ณัฐวุฒิคือหัวใจของแกนนำเสื้อแดง และมีแฟนคลับมากที่สุด หากหลุดออกจากเรือนจำก็จะช่วยฟื้นกระชับองค์กรเสื้อแดงในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงสร้างกระแสให้พรรคเพื่อไทย
แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ที่สุดพรรคเพื่อไทยมีมติส่งเลขาธิการ นปช. ลงเลือกตั้งซ่อม เพราะเชื่อว่าฝั่งตรงข้ามจะต้องยื่นตีความว่าการที่ผู้สมัครอยู่ในเรือนจำถือว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากมาตรา 102 (4) ระบุคุณสมบัติต้องห้ามไว้ว่า ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล นอกจากนี้มาตรา 100 กำหนดข้อห้ามบุคคลที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ไว้ 4 ประการ หนึ่งในนั้นคือ ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
หากณัฐวุฒิลงสมัคร สส.ได้โดยอ้างว่าเป็นแค่ผู้ต้องหา ศาลยังไม่พิพากษา แต่การที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ก็อาจทำให้ขาดคุณสมบัติเช่นกัน
ไม่ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร แต่พลันที่พรรคเพื่อไทยมีมติส่งณัฐวุฒิ แกนนำเสื้อแดงในเงาเพื่อไทยชิงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม สส. งานนี้รัฐบาลและองค์กรยุติธรรมทั้งหลายมีอันต้องถูกท้าทายอย่างแรง m







