
ดีเอสไอจับแก๊งปลอมเอกสารอ้างล็อคหวยได้
ดีเอสไอแถลงจับหนุ่มใหญ่ปลอมแปลงเอกสารอ้างสามารถล็อคเลขรางวัลสลากได้ เรียกเก็บเงินค่าสมาชิก
ดีเอสไอแถลงจับหนุ่มใหญ่ปลอมแปลงเอกสารอ้างสามารถล็อคเลขรางวัลสลากได้ เรียกเก็บเงินค่าสมาชิก
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผบ.สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ(สทส.) ดีเอสไอ พ.ต.ท .ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 สทส.ดีเอสไอ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รองผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมแถลงผลการจับกุม นายพรหมชัย หรือสัมฤทธิ์ ภูทะวัง อายุ 58 ปี ผู้ต้องหารายใหญ่ในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยการแอบอ้างผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำจดหมายหลอกลวงประชาชนว่าสามารถล๊อคเลขรางวัลได้
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้องทุกข์มายังดีเอสไอขอให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้างทำจดหมายหลอกลวงปลอมแปลงสัญลักษณ์และลายมือชื่อของผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน โดยแอบอ้างว่าสามารถล็อคเลขรางวัลได้ หากสนใจให้สมัครเป็นสมาชิก ซึ่งผู้ต้องหาจะทิ้งเบอร์โทรติดต่อในจดหมายนั้น และส่งจดหมายไปตามที่อยู่ที่สามารถหาได้
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเมื่อปี 2555 ต่อมาเมื่อปี 2556 ดีเอสไอสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้5ราย ประกอบด้วย นายธนวัฒน์ พุกทอง ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี นางธัญพร พุกทอง อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญา ความเสียหายประมาณ3,035,395บาท นายชัยอนันต์ คำมา ความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการคดีพิเศษ น.ส.ศิริมาศ สุขสมาน 28 ปีนายสานิต ศรีสุวงศ์อายุ 34 ปี โดยทั้ง 2 รายนี้ให้การรับสารภาพและอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาศาลอาญา ส่วนนายศุภชัย ภูทะวัง (น้องเขยของนายพรหมชัย) ศาลอาญาตัดสินจำคุก 20 ปี
ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันใช้เครื่องหมายครุฑพาห์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพาห์ มาตรา 13 และเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีอื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญา
สำหรับนายพรหมชัย เป็นผู้ต้องหารายใหญ่ในขบวนการนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
ด้าน พ.ต.ท .ปกรณ์ กล่าวว่า ขบวนการนี้มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนมานานกว่า 20 ปี โดยจะมีการส่งจดหมายประมาณ 5,000 ฉบับ ต่อเดือน และหากมีผู้สนใจก็จะเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิกตั้งแต่4,000-หลักหมื่นบาท หรือการโทรไปบอกเลขซึ่งเป็นเลขที่ได้จากการสุ่ม ทั้งนี้ เมื่อโทรไปบอกเลขแก่เหยื่อแล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็จะบอกให้ซื้อหวยเผื่อ และจะจดบันทึกไว้ว่าให้เลขอะไร กับเบอร์โทรใด จากนั้นเมื่อเลขที่บอกถูกรางวัล ผู้ต้องหาก็จะโทรไปทวงเงินที่ฝากซื้อ ซึ่งบางรายก็ให้ บางรายก็ไม่ให้ ส่วนที่เคยได้รับมาสุดต่องวดประมาณ 50,000บาท
ทั้งนี้ในงวดต่อไปผู้ต้องหาจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อที่เคยถูกรางวัลว่าจะใช้บริการอีกหรือไม่ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่หลงเชื่อก็จะใช้บริการอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาจะมีการเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์ทุกงวด







