
บิ๊กตู่สั่งจัดสรรที่ดินให้ประชาชนทำกินแต่ไม่ให้เป็นกรรมสิทธิ์
“นายกฯ”ประชุม คณะกรรมการนโยบายที่ดิน จัดสรรที่ให้ประชาชนไร้ที่ทำกิน แต่ไม่ให้เป็นกรรมสิทธิ์ หวั่นนำไปขายต่อ
“นายกฯ”ประชุม คณะกรรมการนโยบายที่ดิน จัดสรรที่ให้ประชาชนไร้ที่ทำกิน แต่ไม่ให้เป็นกรรมสิทธิ์ หวั่นนำไปขายต่อ
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติครั้งที่ 1/2558
ในเวลา 11.30น.พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า เราคาดหวัง เพื่อจัดสรรที่ดินทำกิน ให้แก่ประชาชน อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่เขียนว่าป่าไม้ต้องมั่นคง ประชาชน มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน โดยทุกกระทรวงต้องทำตามนโยบายหลัก และวิสัยทัศน์ ตั้งแต่นี้ถึงปีค.ศ. 2020 โดยที่ประชุม ได้มีการวางหลักการว่าจะทำอย่างไร ให้ป่าไม้ในประเทศสามารถอยู่ได้ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าเดิม ป้องกันการบุกรุก การใช้ประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องผิดกฎหมาย มีการดูแลป่าต้นน้ำ ป่าสมบูรณ์ โดยมีการกำหนดเป้าหมายไว้ด้วยกันหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่อยู่ในข่ายที่เป็นมติครม. กลุ่มที่มีสิทธิใช้ที่ดินของรัฐ ซึ่งมีมติเดิมอยู่แล้ว โดยรัฐจะเข้าไปดูแลในกรอบกติกา ส่วนกลุ่มที่ไม่มีที่ดินทำกินนั้นจะมีการจัดสรรที่ดิน แต่ไม่เป็นกรรมสิทธิ
“คราวนี้เมื่อไม่เป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ ทุกคนก็ไม่อยากได้ เพราะไปขายต่อไม่ได้ ดังนั้นเราจะให้เป็นที่ดินทำกินแบบรวมการห้ามขายต่อ ส่วนทายาทค่อยว่ากันอีกที ขณะนี้กำลังให้ไปหาดู ข้อกฎหมาย ว่าถ้าเขาอยู่ไป แล้วเขาเช่า ก็ให้สิทธิประโยชน์เขา เช่น สามารถเอาพืชผลการผลิต แต่ละฤดูกาล ไปค้ำประกันได้ ก็คิดว่าเขาน่าจะแฮปปี้ขึ้น ถ้าไม่ให้สิทธิประโยชน์ใดๆ เขาจะไม่รับ ต้องเดือดร้อนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นเหมือนการจัดระเบียบ ส่วนใครที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ก็ต้องแก้ไข ใครที่ไม่รู้ไม่ทราบก็ต้องหาวิธีการ วันนี้น่าจะเป็นระยะที่1 ได้ดีที่สุด”นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ดินที่ให้ไปแล้วนั้น ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถขายต่อได้ นำไปจำนำจำนองไม่ได้ทั้งสิ้น แต่รัฐบาล จะหาสิทธิประโยชน์อื่นๆให้ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ขออย่าได้มาเร่งรัดในเวลานี้ เดี๋ยวจะทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด และขอร้อง อย่าทำอะไรที่ผิด ซึ่งที่ดินที่เราให้ไปแล้วนั้น จะมีการจัด เราจัดทำการเกษตรโดยกรมพัฒนาที่ดินจะเข้าไปดูแลว่าจะทำอย่างไร โดยจะต้องเริ่มการทำโซนนิ่งพื้นที่ เป็นการนำร่อง พื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ยังใช้แนวทางพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ
“ป่าวันนี้มันมหาศาล แต่ถูกบุกรุก ซึ่งตรงที่บุกรุกต่อกับชุมชนหมู่บ้าน ซึ่งจะมีทั้งป่าเศรษฐกิจ จะปลูกต้นอะไรสามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งตรงที่บุกรุกต้องปลูกป่าเศรษฐกิจ สามารถนำมาใช้ปลูกบ้าน ปลูกไม้ที่โตเร็ว ซึ่งจะเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านเข้าไปหาของป่าได้ แต่ต้องดูแลป่า ไม่ใช่ของเขา แต่เรื่องของการดูแลรับผิดชอบ ท้ายที่สุดก็จะมีป่าต้นน้ำ ถ้าจัดระเบียบได้ก็จะเป็นระเบียบ ซึ่งทั้งหมดคือตามโครงการธนาคารอาหารชุมชน(FOOD BANK) ที่พระราชินีทรงรับสั่งไว้ ว่าชาวบ้านจะสามรถหาของป่าได้ แต่ต้องดูแลป่า ตรงนี้เป็นระยะที่1 นำร่อง โดยต่อไปต้องดูทั้งประเทศ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในภาพรวมทั้งประเทศ นอกจากมีปัญหาในพื้นที่ทำการเกษตรแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งตนเคยพูดเรื่องชุมชนเมืองว่า พื้นที่ใหม่ที่จะเอาคนลงไปอยู่นั้น สามารถจะกำหนดให้เขาอยู่ตรงกลางได้หรือไม่ โดยกำหนดเป็นบ้าน มีการนำระบบสาธารณูปโภคเข้าไปได้ มีน้ำไฟ เข้าไปยังจุดนั้น ซึ่งที่ผ่านมาสายส่งทั้งน้ำไฟ เข้าไปไม่ไหว หรือราคาแพง และเปลือง โดยต่อไปต้องปรับ ด้วยการเรียนรู้จากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งการเรียนรู้ หรือปราชญ์ชาวบ้าน
“เมื่อมีเงินเยอะไปทำเหมือนภาคเหนือ ที่เขาจบปริญญาตรีและไปทำนา จบปริญญาตรี โท เอก เดี๋ยวนี้เขาไปทำนาหมดแล้ว ทำภาคเกษตรมีเงินก็ทำอย่างนั้น ถ้าไม่มีก็มาทำแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ประโยชน์ดูแลพ่อแม่พี่น้องต่อไป ขอร้องให้ช่วยกัน รอเวลาบ้าง แล้วฟังเวลาที่ผมพูด จะได้เข้าใจ ถ้าทุกคนเรียกร้องทั้งหมด ผมให้ไม่ได้”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่า นายกฯได้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมลายสีเลือดหมูเข้มตัดสีดำ ซึ่งเป็นลวดลายที่สวยงาม โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมตนได้กล่าวอวยพร เนื่องในวันสงกรานต์ ในขณะเดียวกันทุกคนสามารถแต่งชุดแบบนี้ มาทำงานได้ทุกวัน ไม่ต้องใส่ชุดที่แพงให้มันเปลืองเงิน และที่แต่งมาวันนี้เพื่อเป็นแนวทางในวันสงกรานต์







