
แบนเซลฟี่ครึ่งเต้า สวนทางความจริงสังคมไทย
ได้รับความสนใจและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ รวมถึงบรรดาเนติเซ็นต่างชาติอย่างล้นหลาม สำหรับกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมของไทยออกคำสั่งห้ามไม่ให้หญิงไทยกระทำพฤติกรรมเลียนแบบ “อันเดอร์บู๊บ เซลฟี่” ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกระแสยอดนิยมบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ โดยส่วนใหญ่มองไปในเชิงที่เห็นว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ได้รับความสนใจและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ รวมถึงบรรดาเนติเซ็นต่างชาติอย่างล้นหลาม สำหรับกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมของไทยออกคำสั่งห้ามไม่ให้หญิงไทยกระทำพฤติกรรมเลียนแบบ “อันเดอร์บู๊บ เซลฟี่” ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกระแสยอดนิยมบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ โดยส่วนใหญ่มองไปในเชิงที่เห็นว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
สำหรับ “อันเดอร์บู๊บ เซลฟี่” นี้ คือการที่หญิงสาวทั้งหลายโพสต์รูปถ่ายโชว์ฐานล่างของหน้าอกไปจนถึงบริเวณส่วนกลางลำตัว โดยกระทรวงวัฒนธรรมของไทยระบุชัดว่า การกระทำนี้ไม่เหมาะสมกับสังคมไทยและผิด พ.ร.บ.
คอมพิวเตอร์ ในประเด็นการโพสต์สิ่งที่บั่นทอนความมั่นคงของประเทศ สร้างความตื่นตระหนกในสังคม หรือลามกอนาจารต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถได้รับโทษสูงสุดเป็นการจำคุกถึง 5 ปี
สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มานานแล้วเรื่องการเซ็นเซอร์สิ่งต่างๆ อย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง รายการโทรทัศน์ หรือวัฒนธรรมตะวันตกบางประการ โดยเป็นความพยายามที่จะรักษาค่านิยมโบราณของประเทศเอาไว้ แม้ไทยจะมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแหล่งเที่ยวกลางคืนก็ตาม
ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ สตัฟฟ์ เว็บไซต์ข่าวของนิวซีแลนด์ ซึ่งรายงานว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเซ็นเซอร์ หรือจำกัดสิทธิเสรีภาพด้านต่างๆ ของประชาชนในประเทศไทยของหน่วยงานภาครัฐ
ขณะเดียวกัน เอ็มไอนายน์ สื่อออนไลน์ของออสเตรเลีย ยังบ่งชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของไทยโดยระบุว่า “ทั้งที่มีชื่อเสียงในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการท่องเที่ยวเชิงกามราคะ แต่รัฐบาลไทยกลับออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2007 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวบังคับให้ไม่มีสื่อลามกใดในประเทศสามารถแสดงภาพเปลือยกายได้”
ด้านสำนักข่าวเอ็นพีอาร์แห่งกรุงวอชิงตัน สหรัฐ รายงานว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศไทยมีปัญหากับการถ่ายภาพเซลฟี่ พร้อมกับยกตัวอย่างกรณีเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.พ. ที่กรมสุขภาพจิตของไทยพยายามบอกให้บรรดาคนรุ่นใหม่ของประเทศถ่ายรูปเซลฟี่ให้น้อยลง ด้วยการให้เหตุผลว่าอาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง อีกทั้งการเสพติดดังกล่าวยังอาจส่งผลลบต่อชีวิตและการทำงานได้
อย่างไรก็ตาม ชีโนว์ส สื่อออนไลน์ที่เจาะกลุ่มผู้อ่านหญิง ระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศเดียวในโลกเท่านั้นที่มีการออกประกาศคำสั่งเพื่อควบคุมการถ่ายภาพเซลฟี่ในอิริยาบถต่างๆ โดยนอกจากการแบนภาพถ่ายอันเดอร์บู๊บ เซลฟี่ ของไทยแล้ว ยังมีการแบนเซลฟี่รูปแบบอื่นๆ อีกมากในต่างประเทศ เช่น อิสลามสั่งห้ามเซลฟี่ในการประกอบพิธีฮัจญ์ หรือสหรัฐสั่งห้ามเซลฟี่กับสัตว์ดุร้าย เช่น เสือ หมี และจระเข้







