
ตร.แถลงจับแก๊งหลอกร่วมทุนโปรโมทเว็บผู้ต้องหาปฏิเสธ
โฆษกตร.แถลงจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายให้ร่วมทุนโปรโมทเว็บไซต์ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 22 ล้านบาท ด้านผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
โฆษกตร.แถลงจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายให้ร่วมทุนโปรโมทเว็บไซต์ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 22 ล้านบาท ด้านผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.แถลงจับกุม นายชลิต ปฐมจารุกุล อายุ 61 ปี นายยศกร เสฎฐอุโฆษ อายุ 50 ปี น.ส.ขวัญอนงค์ แสงช้าง อายุ 44 ปี และนางเขมจิรา แหวนดวงเด่น อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 230 , 231 , 233 และ 234/2558 ลงวันที่ 16 มี.ค.2558 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไป โดยกู้ยืมเงินเกิน 10 คน มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปอันมิใช่การกู้ยืมจากสถาบันการเงินตามกฎหมาย โฆษณา ประกาศ แพร่ข่าว หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้กู้ยืมในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย 17 ราย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหา ร่วมกับพวกอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี หลอกลวงให้ร่วมลงทุนโปรโมทเว็บไซต์ของบริษัท ชิปทูริช จำกัด และบริษัท พอยท์ทูริช จำกัด ซึ่งผู้ต้องหาจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยนายชลิต อ้างตัวว่าเป็นกรรมการผู้จัดการ นายยศกร เป็นหุ้นส่วน นางเขมจิรา ภรรยานายชลิต ทำหน้าที่อธิบายแผนการลงทุน ส่วนน.ส.ขวัญอนงค์ เป็นผู้ชักชวนผู้เสียหายมาลงทุน
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการหลอกลวงนั้นทางผู้เสียหายจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอเปิดบัญชีผู้ใช้งาน หรือแอคเคาท์ (Account) กับทางเว็บไซต์บริษัทแห่งนี้โดยจะต้องเสียเงินค่าสมัครเปิดแอคเคาท์ๆ ละ 20,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนที่จะได้รับจะเกิดจากการเข้าไปคลิกเข้าชมเว็บไซต์ โดยคลิก 1 ครั้งจะได้รับเงิน 2,500 บาท สามารถกดคลิ๊กได้ทุก10 วัน หรือ 3 ครั้งต่อเดือน ค่าตอบแทนจะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเปิดแอคเคาท์ โดยทางนายชลิต อ้างว่าการมียอดการเข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก หรือช่วยโปรโมทเว็บไซต์ก็จะเป็นที่มาของรายได้จากโฆษณาที่จะเข้ามาลงในเว็บไซต์ของบริษัท หากมีรายได้มากก็จะสามารถจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายได้มาก
สำหรับการหลอกลวงดังกล่าวนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้างโดยระยะแรกทางผู้ต้องหาก็จ่ายเงินค่าตอบแทนให้จริง แต่หลังจากมีผู้มาลงทุนเปิดแอทเคาท์มากขึ้นแล้ว ก็จะไม่จ่ายเงินให้และเชิดเงินที่ได้จากค่าสมัครเปิดแอทเคาท์ หลบหนีไป โดยเบื้องต้นพบว่าเกิดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 22 ล้านบาท โดยยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 2 ราย คือ น.ส.สุพรรณี ทองคำ ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายบัญชีมีเอกสารที่ได้รับการโอนเงินจากกลุ่มผู้เสียหาย และนายกวีวัฒน์ โพธิ์ธาเจริญ ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ คอยดูแลจัดการเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทดังกล่าวโดยทั้งสองยังอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมอยู่ แต่ขณะนี้ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้เร่งขยายผลติดตามจับกุมตัวแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายชลิต พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์มาก่อนหน้านี้ ในท้องที่ สภ.เมืองสมุทรสาครโดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดลักษณะคล้ายกัน โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล แต่นายชลิต ได้รับการประกันตัวออกมา ก่อนจะลงมือก่อเหตุซ้ำอีก
อย่างไรก็ดีตนอยากจะฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะลงทุนในลักษณะดังกล่าวขอให้อย่าหลงเชื่อและขอให้ตั้งสติว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงแบบนี้ไม่มีจริง และหากไม่มั่นใจขอให้ประสานตรวจสอบข้อมูลกับทางตำรวจ บก.ป.ก่อนตัดสินใจเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยนายชลิต ระบุว่าจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น
ทั้งนี้ ในระหว่างการแถลงข่าวทางชุดสืบสวนกก.1 บก.ป.นำโดย พ.ต.อ.จิรภพได้นำแผนผังการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหามาอธิบายขั้นตอนการหลอกลวงและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอย่างละเอียดด้วยโดยมีผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ขณะที่ นางอุไรวรรณ เหล็กดี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางปี 2557 ได้รับการชักชวนผ่านเพื่อนซึ่งรู้จักกับนายชลิต ซึ่งเคยทำธุรกิจด้วยกัน แนะนำให้ลงทุนโปรโมทเว็บไซต์ดังกล่าว จึงลองเปิดหน้าเว็บเข้าไปดูจากนั้นก็รับฟังแผนการลงทุน จึงทดลองสมัครเปิดแอคเคาท์ครั้งแรกตอนนั้นจำได้ว่ามีค่าสมัครเพียง 2,500 บาทเมื่อเข้าไปคลิก็จะได้รับค่าตอบแทน 300 บาท คลิกได้เพียง 3 ครั้งต่อเดือนจึงได้รับเงินค่าตอบแทนรวม 900 บาทต่อเดือน
นางอุไรวรรณ เปิดเผยอีกว่า เมื่อเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริงและไม่ต้องทำอะไรมากแค่มีเงินไปลงทุนเปิดแอคเคาท์จึงตัดสินใจสมัครเปิดแอคเคาท์ไป 216 แอคเคาท์ จ่ายเงินไป 540,000 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะต้องได้รับเงินค่าตอบแทน 194,400 บาท แต่กลับไม่มีการโอนเงินจำนวนนี้มาให้กระทั่งเดือนธ.ค. 2557 ได้ทวงถามนายชลิต ก็อ้างว่าบริษัทกำลังมีปัญหา ขอเลื่อนการจ่ายเงินค่าตอบแทนออกไปเป็นวันที่ 10 ม.ค. 2558 แต่หลังจากครบกำหนดก็มีการขอเลื่อนกำหนดจ่ายออกไปเป็นวันที่ 1 เมษายนนี้ ซึ่งตนเริ่มรู้สึกมีพิรุธจึงโทรศัพท์ไปสอบถามแต่ก็ไม่สามารถติดต่อนายชลิต ได้อีก เมื่อเดินทางไปที่บริษัทดังกล่าวก็พบว่ามีการขนย้ายข้าวของปิดบริษัทหลบหนีไปแล้วจึงแน่ใจว่าถูกหลอกลวงแล้ว
ผู้เสียหายรายนี้ เปิดเผยด้วยว่า ต่อมาจึงได้พบว่ามีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกหลอกเช่นเดียวกับตนจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ป.ก่อนจะมีการติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว ซึ่งพวกตนได้นัดกันมาชี้ตัวเพื่อดำเนินคดีและอยากฝากเตือนผู้ที่คิดจะลงทุนแบบนี้อย่าได้หลงเชื่อเพราะอาจตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกับตน







