posttoday
อนุกมธ.ปฏิรูปฯยกระดับ "ดะโต๊ะ" เท่าข้าราชการตุลาการ

อนุกมธ.ปฏิรูปฯยกระดับ "ดะโต๊ะ" เท่าข้าราชการตุลาการ

18 มีนาคม 2558

อนุกมธ.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมฯ ยกระดับ “ดะโต๊ะ” เท่าข้าราชการตุลาการ โยกผู้พิพากษาอาวุโสไปศาลชั้นต้น จ่อโอนกรมบังคับคดี-กรมคุมประพฤติ-กรมพินิจเยาวชนฯ สังกัดศาลยุติธรรม

อนุกมธ.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมฯ ยกระดับ “ดะโต๊ะ” เท่าข้าราชการตุลาการ โยกผู้พิพากษาอาวุโสไปศาลชั้นต้น จ่อโอนกรมบังคับคดี-กรมคุมประพฤติ-กรมพินิจเยาวชนฯ สังกัดศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ในคณะกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แถลงผลภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรกำหนดอายุการเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาที่ 25 ปี และเกษียณอายุที่ 70 ปี เนื่องจากระยะเวลาการฝึกอบรวมผู้ช่วยผู้พิพากษา และผู้พิพากษาใช้เวลาหลายปี ทำให้ผู้พิพากษาที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกมีอายุโดยเฉลี่ยมากกว่า 30 ปี ส่วนระยะเวลาการอบรมของผู้ช่วยผู้พิพากษาที่ประชุมเห็นว่าควรอยู่ที่ 1 ปี และการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลเป็นเวลา 3 ปี

นอกจากนั้นยังเห็นควรให้ตั้งคณะทำงานร่างกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลชำนาญพิเศษต่างๆ เพื่อให้ผู้พิพากษามีความชำนาญเฉพาะด้าน สามารถปฏิบัติหน้าที่ในศาลชำนาญพิเศษได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการศึกษาฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องด้วย

นายสิทธิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นควรให้มีการเปิดทำการศาลแขวงในพื้นที่ห่างไกลเพิ่มขึ้น และให้ทำหน้าที่เป็นสาขาของศาลจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลที่จำเป็นต้องขอหมายต่างๆจากศาล ให้สามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว

ทั้งนี้ยังมีการปรับปรุงสถานะของดะโต๊ะ ที่มีหน้าที่พิจารณาคดีของชาวมุสลิมใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในคดีที่เกี่ยวกับครอบครัวมรดก ให้ทัดเทียมกับข้าราชการตุลาการ เช่น ยกระดับในวุฒิการศึกษา ฝึกอบรมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนค่าตอบแทนที่ไม่แตกต่างจากข้าราชการตุลาการ อาจให้มีการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอิสลามได้ด้วย และขยายอายุงานออกไปจาก 60 ปี

โฆษกคณะอนุ กมธ. กล่าวอีกว่า ที่เห็นว่าควรให้โอนกรมบังคับคดี กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมาสังกัดในสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นการดำเนินการในกรอบของฝ่ายตุลาการ จะต้องมีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ไม่แตกต่างไปจากการพิจารณาพิพากษาคดี การให้หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่บังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของฝ่ายตุลาการไปสังกัดกับฝ่ายบริหาร มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะถูกแทรกแซง โดยอาศัยอำนาจบังคับบัญชาในการบริหารงานบุคคล หรือโดยการออกระเบียบของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ภารกิจบางอย่างของหน่วยงานเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อความเป็นอิสระ มิเช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท