posttoday
สำรวจปิโตรเลียม–ความจริงจากคนทำงาน (2)

สำรวจปิโตรเลียม–ความจริงจากคนทำงาน (2)

18 มีนาคม 2558

หลังจากสำรวจปิโตรเลียม ด้วยคลื่นความไหวสะเทือน 2 มิติ และ 3 มิติ แล้ว “คนทำงาน” ทำอะไรกันต่อไป ...

โดย...ศุภจิตรา ทองฉวี

หลังจากสำรวจปิโตรเลียม ด้วยคลื่นความไหวสะเทือน 2 มิติ และ 3 มิติ แล้ว “คนทำงาน” ทำอะไรกันต่อไป ...

เมื่อสำรวจและประมวลผลข้อมูลคลื่นความไหวสะเทือน 3 มิติ (ใช้เวลาอย่างน้อย 1-3  ปี  ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่สำรวจ)  แล้วพบว่า “มีลุ้น”  แต่จะรู้ว่า “มีจริง” หรือไม่ ก็ต้องขุดเจาะหลุมสำรวจเท่านั้น   ขั้นตอนนี้นักธรณีฟิสิกส์จะวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่คาดว่า “มีลุ้น” และกำหนดพื้นที่ที่จะขุดเจาะหลุมสำรวจ (Exploration Well)  โดยต้องวางแผน “เผื่อ” ในกรณีที่ “อาจจะ” พบปิโตรเลียม (น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือก๊าซธรรมชาติเหลว) แล้วต้องเจาะหลุมประเมินผล (Appraisal Well) เพิ่มเติม เพื่อหาขนาด ขอบเขต และประเมินความคุ้มค่าในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมนั้นๆ และ “ถ้า” ผลจากหลุมประเมินผลพบว่ามีปริมาณสำรองปิโตรเลียมมากพอที่จะพัฒนาได้ ก็จะขุดเจาะหลุมพัฒนา (Development Well) เพื่อผลิตปิโตรเลียม–ไม่ใช่เจาะเจอปุ๊บ ผลิตปั๊บค่ะ

การขุดเจาะแต่ละหลุมใช้เงินลงทุนมากน้อยต่างกัน จากข้อมูลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พบว่าการขุดเจาะหลุมในพื้นที่เป็นหินหรือภูเขาจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200-450 ล้านบาท/หลุม สถิติสูงสุดคือประมาณ 1,300 ล้านบาท เพราะเป็นหินแข็งเจาะยาก บางหลุมใช้เวลาเป็นปี การขุดเจาะในที่ราบลุ่มมีค่าใช้จ่ายประมาณ 60-90 ล้านบาท/หลุม ในบริเวณอ่าวไทยค่าใช้จ่ายประมาณ 120-240 ล้านบาท/หลุม ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ความลึกของแต่ละหลุม

ความท้าทายในการกำหนดพื้นที่ตั้งฐานขุดเจาะบนบก พื้นที่ที่  “มีลุ้น” นั้น  ต้องไม่เป็นแหล่งน้ำ/ถนน และอยู่ห่างจากชุมชน จึงต้องสำรวจการใช้ที่ดิน และเส้นทาง เพื่อรองรับงานก่อสร้างฐานและการขนย้ายแท่นขุดเจาะก่อน และเพื่อให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนให้น้อยที่สุด–ที่ตั้งฐานขุดเจาะเลยมักจะไปอยู่กลางไร่กลางนาเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

เมื่อวางแผนครบถ้วนแล้ว “คนทำงาน” ต้องเสนอแผนการขุดเจาะให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอนุมัติก่อน แล้วจึงจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA  ตามกติกาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต่อไป

ในการจัดทำรายงาน EIA  “คนทำงาน” จะต้องประชุมกับชุมชนรวม 2 ครั้ง  ครั้งแรกเพื่อประชาสัมพันธ์-ชี้แจงขอบเขตการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ รับฟังข้อห่วงกังวลต่างๆ ส่วนราชการและชุมชนที่จะเป็นพื้นที่ตั้งฐานและชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร พร้อมทำแบบสอบถามทั้งในที่ประชุมและในชุมชน รวบรวมข้อมูลด้านสาธารณสุข ประมง การบริการพื้นฐาน และการใช้ที่ดินจากส่วนราชการในพื้นที่ เก็บตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ อากาศ)  เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบตามมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดี  แล้วจึง
นัดหมายประชุมกับชุมชนอีกครั้ง  เพื่อแจ้งความคืบหน้า แผนปฏิบัติงาน  มาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน  (รายงานต่อ สผ.เป็นประจำทุกปี)  เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานจะส่งผลกระทบกับชุมชนน้อยที่สุด 

เมื่อเตรียมรายงาน EIA เรียบร้อยแล้ว ก็จะเสนอต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อขอความเห็นชอบ (ใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี) จากนั้นจึงเริ่มจัดหาที่ดินเพื่อสร้างฐานขุดเจาะและทางเข้า

ในการจัดหาที่ดิน “คนทำงาน” จะสอบถามความสมัครใจของเจ้าของที่ดิน และตกลงราคาที่เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย แล้วจึงเข้าเริ่มงานก่อสร้างทางเข้าและฐานขุดเจาะต่อไป

ด้วยระยะเวลาตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 2 จนถึงระยะเวลาที่ “คนทำงาน” เข้าพื้นที่ ห่างกัน 1-2 ปี  ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ อุ่นใจของชุมชน ก่อนเริ่มงานก่อสร้างซึ่งเป็นงานภาคสนามชิ้นแรก  “คนทำงาน” จะประชุมกับชุมชนที่เป็นพื้นที่ตั้งฐานขุดเจาะอีกครั้งหนึ่ง

ทุกครั้งที่ประชุม เป็นโอกาสที่ “คนทำงาน” ได้สร้างความเข้าใจในกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ว่าการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมไม่ได้ทำให้แผ่นดินทรุด ไม่รบกวนชั้นน้ำบาดาลได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อห่วงกังวล พร้อมแจ้งมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ รวมถึงการติดต่อกับ “คนทำงาน” ในกรณีที่ชุมชนอาจมีข้อซักถาม/ข้อวิตกกังวล/ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการด้วย

เมื่อสร้างฐานขุดเจาะเสร็จ ก็จะทำการขุดเจาะหลุมสำรวจ (Exploration Well)  เมื่อขุดเจาะหลุมสำรวจแล้วพบว่า “มี” ปิโตรเลียม ก็ใช่ว่าจะผลิตได้เลยนะคะ  เพราะเพิ่งพบปิโตรเลียมเพียงหลุมเดียว!!!

เพื่อให้รู้ว่า “มีแค่ไหน” ก็ต้องลงทุนขุดเจาะหลุมประเมิน (Appraisal well)  เพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง-หมายถึงต้องจัดหาที่ดินเพิ่มค่ะ

ด้วยโครงสร้างทางธรณีวิทยาของชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมในประเทศไทย มีลักษณะเป็นกระเปาะเล็กๆและเป็นชั้นบางๆ แทรกกระจัดกระจายอยู่ในโครงสร้างชั้นหิน  ที่แม้ขุดเจาะหลุมสำรวจ และหลุมประเมินแล้ว  ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพบปิโตรเลียมทุกหลุม และแม้พบปิโตรเลียม ก็ต้องตั้งคำถามต่อว่า “คุ้มค่าไหม” ที่จะลงทุนเจาะหลุมพัฒนา (Development Well) เพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องนำมาคิดอีกมากมายเช่น ค่าติดตั้งอุปกรณ์การผลิต ค่าวางท่อ ค่าขนส่ง และค่าบริหารจัดการอื่นๆ

ถ้าพบแหล่งขนาดเล็ก มีศักยภาพน้อย (อายุไม่ยืน) และต้องลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งเยอะ  ก็อาจจบลงที่การปิดหลุมเพื่อประเมินศักยภาพ และรอผสานแผนการพัฒนาปิโตรเลียมอื่นที่อาจมีในอนาคต

แต่ถ้าไม่เจอเลย–ก็ปิดหลุมถาวร สละหลุม และมอบที่ดินให้ชุมชนผ่าน อบต. เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ต่อไปค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท