
กลุ่มเยาวชนบุกคลังค้านหวยตู้ร้านสะดวกซื้อ
กลุ่มเยาวชนยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อกระทรวงการคลัง ค้านหวยตู้ร้านสะดวกซื้อ จี้รัฐจริงใจอย่ามีวาระซ่อนเร้น วอนตั้งกองทุนลดพนันในสังคมไทย
กลุ่มเยาวชนยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อกระทรวงการคลัง ค้านหวยตู้ร้านสะดวกซื้อ จี้รัฐจริงใจอย่ามีวาระซ่อนเร้น วอนตั้งกองทุนลดพนันในสังคมไทย
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. เวลา10.00น.ที่กระทรวงการคลัง นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นำกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้า มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา กว่า30คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อคัดค้านการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เคาท์เตอร์เซอร์วิส ตามร้านสะดวกซื้อ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตั้งกองทุนลดปัญหาพนันในสังคมปกป้องเด็กและเยาวชน ทั้งนี้นายศิขรินทร์ ลิ่มนิจสรกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กระทรวงการคลัง เป็นผู้แทนมารับเรื่อง
นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยแก้ไขด้วยการกระจายสัดส่วนของลอตเตอรี่ใหม่ และเตรียมเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ในการออกรางวัล อาทิ หวยออนไลน์ หรือแม้แต่นำสลากฯไปจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ-เคาน์เตอร์เซอร์วิส เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส บิ๊กซี เป็นต้น เครือข่ายฯจึงมีข้อห่วงใย และขอแสดงจุดยืนต่อกระทรวงคลัง ดังนี้
1.เครือข่ายฯ ขอสนับสนุนการปฏิรูปกิจการสลากแก้ปัญหาสลากแพง แต่ขอคัดค้านการเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ อาทิ สลากออนไลน์ หรือแม้แต่นำสลากฯไปจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ-เคาน์เตอร์เซอร์วิส เนื่องจากเป็นการมอมเมาและประชาชนเข้าถึงง่ายเกินไป เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน
2.ขอเรียกร้องให้การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ฉบับใหม่ คำนึงถึงผลดี ผลเสียที่จะเกิดกับสังคมโดยรวม ทั้งนี้ควรมีเจตนารมณ์ที่สำคัญปกป้องเด็กและเยาวชน โดยกำหนดให้มีกลไกที่ชัดเจน ในลักษณะตั้งเป็นกองทุนลดพนันในสังคมไทย เพื่อป้องกันนักพนันหน้าใหม่ รวมถึงการเยียวยาฟื้นฟูผู้ติดพนัน
3.เครือข่ายฯขอสนับสนุนให้จำกัดการเข้าถึงสลากกินแบ่งรัฐบาลของเด็กและเยาวชน โดยกำหนดห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า20ปี และห้ามเป็นผู้ขาย รวมถึงห้ามขายในสถานศึกษาใกล้สถานศึกษารวมถึงศาสนสถาน
“การแก้กฎหมายครั้งนี้ รัฐและกระทรวงการคลังจะต้องจริงใจ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น เนื่องจากพ.ร.บ.สลากฯฉบับใหม่ ระบุอำนาจให้บอร์ดกองสลากมาก ซึ่งน่าจับตามมองและเชื่อว่าสังคมรู้ทัน หากมองให้สอดคล้องกับเหตุผล รัฐจะต้องมีหลักประกันว่าจะไม่สร้างผลกระทบ หรือสร้างนักพนันหน้าใหม่ที่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากการเพิ่มพื้นที่สลากเท่ากับเพิ่มปัญหาสังคม เพิ่มความยากจน เพิ่มการยั่วยุในการเล่นพนันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความสุขและผลประโยชน์คงไปตกอยู่กับนายทุนเจ้าของตู้มากกว่า ทั้งนี้สิ่งที่รัฐควรทำคือตั้งกองทุนลดพนันในสังคมไทยปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัญหาการพนัน โดยเครือข่ายฯขอสนับสนุนการปฏิรูปกิจการสลากนำเงินมาพัฒนาสังคม ลดปัญหาพนัน”นายณัฐพงศ์ กล่าว







