
อสส.ยื่นฟ้องฮั้วขายข้าว ปรับ บุญทรง-พวก 3.5 หมื่นล้าน
ปมปัญหานโยบายรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกคลี่คลายคดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค.
ปมปัญหานโยบายรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกคลี่คลายคดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. สำนักงานอัยการสูงสุดได้หอบสำนวนคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหลักฐานกว่า 205 ลัง ที่ผ่านมามีการตรวจสอบความสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งหมด 1,628 แฟ้ม จำนวนกว่า 7 หมื่นหน้ากระดาษ ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เอกสารทั้งหมดนี้อัยการสูงสุดใช้ประกอบหลักฐานยื่นฟ้อง บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกทั้งหมด 21 ราย กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เกิดเหตุระหว่างวันที่ 8 ก.ย. 2554 -22 ก.พ. 2556 ซึ่งมี ตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง
การดำเนินคดีนี้มีขึ้นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติการไต่สวนบุญทรง พร้อมพวก กรณีการทุจริตต่อหน้าที่ในการระบายข้าวแบบจีทูจีในโครงการรับจำนำข้าว โดยขณะนั้นที่ประชุม ป.ป.ช.
มีมติเอกฉันท์ ให้ชี้มูลความผิดบุญทรงและพวกรวมเข้าข่ายกระทำความผิด
สำหรับจำเลยทั้ง 21 ราย ประกอบด้วย กลุ่มนักการเมือง 3 ราย คือ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1 ฅบุญทรง ฅเตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ “หมอโด่ง” อดีตผู้ช่วยเลขานุการ และอดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3
ข้าราชการพลเรือน 3 ราย คือ มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4 ทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และอดีตรองอธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ จำเลยที่ 5 อัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ และอดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 6
บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล 15 ราย ประกอบด้วย สมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่ 7 รัฐนิธ โสจิระกุล จำเลยที่ 8 ลิตร พอใจ จำเลยที่ 9 บริษัท สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10 รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11 เรืองวัน เลิศศลารักษ์ จำเลยที่ 12 สุทธิดา หรือสุธิดา ผลดี หรือจันทะเอ จำเลยที่ 13 อภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ “เสี่ยเปี๋ยง” จำเลยที่ 14
นิมล รักดี หรือ “โจว” จำเลยที่ 15 สุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 สุนีย์ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 17 กฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่ 18 สมยศ คุณจักร จำเลยที่ 19 บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ หรือบริษัท สิราลัย จำเลยที่ 20 และ ธันยพร จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 21
ชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฟ้องคดีโครงการทุจริตระบายข้าว ระบุว่า การยื่นฟ้องร้องดังกล่าวเนื่องจากทั้ง 21 ราย เป็นจำเลยในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล พ.ศ. 2542
อีกทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต
นอกจากสำนักอัยการสูงสุดจะยื่่นเร่ื่องฟ้องร้องเพื่่อขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 21 รายแล้วนั้น ทางอัยการสูงสุดยังขอให้มีการสั่งปรับจำเลยทั้งหมดเป็นเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท โดยศาลอาญาได้รับคำฟ้องและนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 20 เม.ย.นี้
รอติดตามความคืบหน้า เพราะคดีนี้เกี่ยวเนื่องกับคดียิ่งลักษณ์ ซึ่งศาลนัดพิจารณาคดีในวันที่ 19 มี.ค.นี้







