
แฉเหลี่ยมแรงงานพม่า หลอกรัฐจ่ายค่าเดินทางกลับบ้าน
8...ปิยรัชต์ จงเจริญ
แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองแก้อย่างไรก็ไม่หาย จับอย่างไรก็ไม่หมด รูรั่วใช่มีแค่เพียงการแสร้งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยเพื่อแลกกับผลประโยชน์ แต่บทบัญญัติของกฎหมายเองกลายเป็นช่องโหว่ที่กลับกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้การลักลอบเข้าเมือง
นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชายแดนติดต่อกับด่านพญาต่องซูของพม่า ชี้ให้เห็นช่องโหว่กฎหมายนี้ว่าระเบียบการส่งกลับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายคือ เข้าเมืองมาทางช่องทางใดก็จะส่งกลับทางช่องทางนั้น กลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ลักลอบเข้าเมืองเหล่านี้
“
มีแรงงานพม่าที่มีภูมิลำเนาตรงข้าม จ.กาญจนบุรี จำนวนมาก เดินทางเข้าประเทศไทยทางด้านเกาะสอง ซึ่งอยู่ตรงข้าม จ.ระนอง เพื่อเข้ามารับจ้างทำสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อหมดฤดูกรีดยางหรือเข้าฤดูมรสุมไม่มีงานทำ หรือต้องการกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็จะไปแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่าหลบหนีเข้ามาทาง อ.สังขละบุรี ซึ่งจะทำให้ถูกส่งกลับทางด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี คนเหล่านี้จะขนของใช้จำนวนมากที่ซื้อจากไทยกลับบ้านในพม่าอย่างสะดวก ไม่ต้องเดินทางไกล”ระเบียบปฏิบัติตามกฎหมายไทยช่วยให้แรงงานพม่าเหล่านี้ประหยัดค่าใช้จ่ายเดินทางกลับภูมิลำเนาลงได้มาก เรียกได้ว่าจ่ายเงินเฉพาะขาเข้า ส่วนขาออกทางการไทยเป็นผู้อุปถัมภ์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเดินทางกลับบ้านให้แบบไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะถูกส่งกลับ แรงงานพม่าเหล่านี้ก็หาโอกาสเข้ามาอีกเมื่อไหร่ก็ได้
“
เมื่อถึงฤดูทำงานก็จะเดินทางไปเกาะสองและเข้า จ.ระนอง อีก ที่ทำได้สะดวกเพราะมีขบวนการนำพา ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและราษฎรในพื้นที่ทำกันเป็นขบวนการ มีการจ่ายเงินรายละประมาณ 1.3 หมื่นบาท นำไปส่งในจังหวัดชั้นใน มีนายทุนซื้อรถให้ขน เมื่อถูกจับได้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองจะมาแสดงตัวรับรถกลับคืนไป อ้างว่ามิได้นำรถไปกระทำผิดเอง” นายอำเภอสังขละบุรี เล่าให้เห็นถึงขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองที่ทำกันได้อย่างสะดวกง่ายดายเขาเสนอทางแก้ปัญหานี้ เพื่อมิให้ไทยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายการส่งกลับ ซึ่งนอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังเป็นการเอื้อประโยชน์แก่แรงงานพม่าเหล่านี้ว่า การส่งกลับผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ถูกดำเนินคดีถึงที่สุดแล้ว ควรมีการตรวจสอบถิ่นที่อยู่แล้วส่งกลับตามช่องทางที่ผู้หลบหนีเข้ามา
ส่วนการผ่านด่านของราษฎรพม่า ผ่านจุดตรวจด่านพระเจดีย์สามองค์ อนุญาตให้ผ่านเข้ามาได้ในเขตบ้านพระเจดีย์เท่านั้น หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้ามาใน อ.สังขละบุรี ฝ่ายพม่าจะต้องมีผู้รับรองที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยมั่นใจว่าราษฎรพม่าจะเข้ามาและกลับออกไปตามเวลาที่กำหนด โดยผ่านขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
กรณีผู้เจ็บป่วยให้เข้ามารักษาที่สถานีอนามัยบ้านพระเจดีย์ หากมีความประสงค์จะเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ขอให้ผ่านการวินิจฉัยขั้นตอนจากเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยบ้านพระเจดีย์ก่อน เพื่อประสานงานในการผ่านแดนต่อไป อันเป็นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ในระดับหนึ่ง
ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะปรับระเบียบปฏิบัติ เพื่อมิให้เสียงบประมาณไปเพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานพม่าแบบไม่รู้ตัวอีกหรือไม่







