posttoday
๑๕ปุจฉาวิสัชนาที่ควรศึกษา(๑๗)

๑๕ปุจฉาวิสัชนาที่ควรศึกษา(๑๗)

21 มิถุนายน 2553

....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉาที่ ๑๓ หลายคนอยากทำตัวเป็นสัตบุรุษ แต่โอกาสที่เข้ามาในการเป็นสัตบุรุษในสภาแบบนี้มีความใกล้ชิดกับอำนาจ พระคุณเจ้าเองบอกว่า อำนาจนั้นเป็นอะไรที่ไม่เคยอิ่ม แล้วต่อไปความเป็นสัตบุรุษของตัวเองอาจลดน้อยลงไป ก่อนจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสัตบุรุษในสภานี้ น่าจะมีการอบรมธรรมให้เขาเกิดธรรมในจิตใจ ให้เขามีความเข้มแข็งมากขึ้นไหม

วิสัชนา พวกนี้พวกเดียวที่รับได้ คือสัตว์กลุ่มเดียวที่รับได้ คือเป็นผู้ที่ฟังภาษาธรรมะกันเข้าใจ พูดคุยกันเข้าใจ ฟังแล้ว อ้อ ใช่ ดีๆ ชั่วๆ บาปๆ เรียนรู้ตามได้ และมีศรัทธาเลื่อมใส มีความซื่อตรง มั่นคง พวกนี้รับธรรมได้ ซึ่งมีน้อย คำว่าพูดภาษากันเข้าใจ อย่าลืมนะเราจะพูดกันเข้าใจได้ ต้องคนในระดับที่จิตไปในทางเดียวกัน ไม่สามารถพูดภาษาธรรมะกับคนพาลได้ เป็นไปไม่ได้เลย ถามว่าแล้วปัญหาเกิดจากตรงไหน มันเป็นวิสัยของสัตว์ไง แต่พระพุทธศาสนา ยังคงดำรงอยู่ เพราะยังมีคนดีอยู่ ประเทศชาติยังอยู่ได้เพราะยังมีคนดีอยู่ ไม่ใช่เลว ในความไม่ดีเกิดขึ้น มันก็ยังมีความดีอยู่แน่นอน อย่างน้อยเรานั่นแหละต้องเป็นคนดีหนึ่งคนให้ได้

ไม่ใช่เรามองอะไรเลวร้ายไปหมดในโลกนี้ แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน ฆ่าตัวตายหรือ ไม่ใช่ ให้มองเห็นความจริง แต่ให้เราอยู่จัดความสัมพันธ์กับความจริงนั้นได้ มันจะดีจะชั่วแต่เราต้องยืนอยู่ในความสัมพันธ์กับธรรมชาตินี้ให้ได้ อย่าลืมว่าธรรมชาติมันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ แปรปรวน เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เราอยู่บนความไม่เที่ยง แปรปรวนก็จริง แต่เราต้องจัดความสัมพันธ์อยู่ให้ได้ว่า บนความสัมพันธ์ที่แปรปรวนแน่นอน แน่นอนอาตมาก็ต้องตาย ทุกคนก็ต้องตาย โรคภัยไข้เจ็บก็ต้องมี แต่ขณะที่จัดความสัมพันธ์นี้ เพื่อดำรงชีวิตเพื่อทำความดี ให้เป็นทุนให้มันหนุนขึ้นมา เพื่อออกมาจากวงจรของวัฏสงสารนี้ให้ได้ งั้นจะออกมาจากตรงนี้ให้ได้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ การเรียนรู้ บุคคลทั้งหลายต้องเป็นผู้ใคร่ที่จะเรียนรู้พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาจึงจะสั่งสอนโปรดคนเหล่านั้นได้ จะด้วยซ่อนจิตอยู่ จะด้วยเปิดเผยอยู่ ซ่อนจิตคือบางทีลืมไปแล้ว ถูกกระทุ้งนิดหน่อยขึ้นมา อ้อ จำได้ เหมือนพระองคุลิมาลเห็นไหม กระทุ้งนิดหน่อย อ้อ จำได้ เหมือนหลายๆ ท่าน อ้อ จำได้ พอจำได้ก็พลิกจิตมากลายเป็นคนดี กลายเป็นบัณฑิตได้ เรียกว่าซ่อนอยู่ข้างใน อาจจะกรรมข้างนอกปิดอยู่เล็กน้อย

แต่ที่อย่างหนักคือที่มันลึกเกินไปที่จะรับธรรม มันเกิดขึ้นในสมัยหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว สัตว์ฝ่ายต่ำจะเกิดมาก ฝ่ายต่ำคือจิตต่ำกว่าระดับจะรับศีลธรรมสูงได้ เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนา เดินไปถึงจุดหนึ่งจึงต้องสิ้นสุดพระพุทธศาสนา เรียกนิพพานพระศาสนา พยากรณ์ว่าเป็นเช่นนั้น ใครไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่นี่กล่าวตามในพระไตรปิฎกเป็นเช่นนี้ แล้วเราก็ไม่ต้องไปอ้างอิงอะไรกันมาก พุทธพยากรณ์ว่าอย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ไป แต่อย่างน้อยๆ กว่าจะถึงสิ้นสุดพระพุทธศาสนานี่ ขอให้เราเป็นคนหนึ่งที่รับธรรมนี้ได้เถิด ขอให้เราเป็นคนหนึ่งที่เกิดมาเพื่อสืบพระพุทธศาสนาเถิด อาตมาตั้งใจตรงนี้ต่างหาก จึงคิดว่าอย่างน้อยๆ เรานั่นแหละต้องทำความดี

ปุจฉาที่ ๑๔ ตัวเองพยายามที่จะเข้าถึงธรรมะแล้ว แต่เข้าไปแล้วมีความรู้สึกว่ายังประพฤติปฏิบัติไม่ได้ ก็ไปอ้างว่าศาสนาเสื่อมอย่างนี้ก็มีนะครับ

วิสัชนา ศาสนาเป็นกลางๆ สรรพสิ่งทั้งปวงเป็นกลางๆ จะดีจะชั่วอยู่ที่จิตเราตกแต่งธรรมะเป็นของดีบริสุทธิ์ แต่ที่ไม่บริสุทธิ์เพราะเราตกแต่ง การเข้ามาบวชเป็นพระสงฆ์นี่ พระสงฆ์มีค่าความหมาย คือ สมณะสงบ เป็นผู้สะอาดสะอ้าน แต่อย่าลืมว่า การที่จะสะอาดหรือไม่อยู่ที่เราจะเข้าไป ถ้าเราดำรงอยู่ในฐานะนำธรรมะอันเป็นกลางๆ เป็นสมบัติอันเป็นประโยชน์มาสู่จิตมันก็เป็นประโยชน์ จะเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ก็อยู่ที่เรานั่นแหละ เพราะเราเองจะเข้าสู่ความหมายธรรม คำว่าธรรม อมตะธรรมดังกล่าวนั้น มันไม่ได้มีจิตวิญญาณ มันเป็นสภาวธาตุสภาวธรรมอันหนึ่งที่หากว่ายกเข้าสู่จิตเราแล้ว หรือเราเอามาสวมใส่เราแล้วนั้น เราจะเยือกเย็นหรือไม่เยือกเย็นก็อยู่ที่อำนาจธรรมนั้น ก็คืออยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราเข้าสู่ธรรมะที่ถูกต้อง มันก็ต้องมีผลตามธรรมะนั้น

แต่ถ้ามันผิดเพี้ยนเพราะว่าอำนาจค่าธรรมะที่เป็นอมตะ นั่นน่ะ มันไม่ถึงจิตต่างหาก ไม่ใช่เสื่อม ไม่เสื่อม แต่อยู่ที่ว่าเราถึงประโยชน์หรือไม่ถึงประโยชน์ต่างหาก เมื่อเราไม่ถึงประโยชน์ มันก็เสื่อม เสื่อมเพราะตัวเราเสื่อม เราไม่ถึงประโยชน์โดยธรรม แต่ถ้าเราถึงประโยชน์โดยธรรม ความเป็นประโยชน์ก็เกิดขึ้น ประโยชน์หรือไม่ประโยชน์จะเกิดขึ้นอยู่ที่ตัวเราเข้าถึง ไม่ใช่อยู่ที่ศาสนาเสื่อม ไม่เสื่อม มันเป็นอมตะธรรมที่มีอยู่ในทุกกาลสมัย ผู้ค้นพบองค์แรกก็คือ พระพุทธเจ้า ผู้สืบเนื่องต่อในคำสั่งสอน ก็คือ พระสาวก ธรรมนั้นยังคงดำรงอยู่ แม้ตถาคตจะอุบัติขึ้นหรือไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธรรมนี้ปรากฏอยู่แล้ว ธรรมะอริยสัจที่ปรากฏอยู่ในพระพุทธศาสนา คำสั่งสอนนั้นเป็นอมตะธรรมที่ยังคงดำรงอยู่ทุกกาลสมัย ส่วนเรา เมื่อไรที่เราเข้าไม่ถึงก็อันตรธานไป ถ้าเราเข้าถึงก็ยังปรากฏดำรงอยู่ เมื่อเราใช้ประโยชน์ได้มันก็เป็นประโยชน์ เมื่อเราไม่เข้าถึงก็ไม่มีประโยชน์แก่ตัวเรา

ไม่ใช่อยู่ที่ธรรมะ ธรรมะนั้นเป็นของไม่ตาย เป็นอมตะดำรงอยู่ เช่นบอกว่า เราทำดีไม่ทำชั่ว ดีชั่วอยู่ที่ตัวเราทำ ไม่ได้อยู่ที่คำสั่งสอนนั้น ธรรมะเป็นสัตถุศาสตร์ ไม่ใช่วัตถุจึงไม่มีคำว่าเสื่อม ผู้ที่พูดว่าธรรมะเสื่อมนั้นเป็นผู้ไม่เข้าใจความจริง โดยนัยของธรรมะ โดยนัยของความหมายแห่งธรรม ธรรมะเป็นอมตะเป็นคำสั่งสอน ไม่ได้เป็นวัตถุ วัตถุนี่เสื่อม สัตว์ บุคคล เรา เขานี่เสื่อม ธรรมะนั้นเป็นโลกุตตระ อยู่เหนือโลกจึงไม่เสื่อม เป็นของเที่ยงแท้แล้ว ส่วนสภาวธรรมทั้งหลาย พวกเรานี่ไม่เที่ยง ความไม่เที่ยงจึงไม่เข้าถึงความเที่ยง

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท