
สธ.เดินหน้าแยกวงพ้นระบบราชการ
8...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
นพ.เสรี หงษ์หยก รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาข้อดีข้อเสีย
“การแยกข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขออกจาก ก.พ.” จากการผลักดันของแพทยสภา เปิดเผยว่า ปัญหานี้เกิดมานานจากสถิติตั้งแต่มี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 30% ผู้ป่วยใน 2829% สภาพการขาดแคลนบุคลากรที่มีอยู่เดิมก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ด้วยภารกิจที่มากขึ้น เป็นเหตุให้ระบบการจัดกำลังไม่สอดคล้องกับงานและค่าตอบแทนภายหลังได้รับเสียงสะท้อนจากวงประชุมในเรื่องนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 3 ชุด 1.สายอาชีพในกระทรวงสาธารณสุข อาทิ ผู้แทนกรมที่เกี่ยวข้อง ชมรมต่างๆ สาธารณสุขอำเภอ 2.ผู้มีประสบการณ์ซึ่งออกจากราชการไปแล้ว 3.ตัวแทนจากคณะกรรมการ อาทิ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
วิธีการดำเนินงานจะพิจารณาปัญหาเรื่องตำแหน่งข้าราชการและนักเรียนทุนทางการแพทย์ ปัญหาการเกษียณ ปัญหาค่าตอบแทน โดยจะนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาตั้งแล้วให้ผู้มีประสบการณ์อธิบายถึงปัญหาและผลกระทบ จากนั้นจะแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ปัญหาในรูปแบบของคณะกรรมการ
“
เราจะเอานำกรอบมติ ครม. เรื่องการจำกัดบุคลากรมาพิจารณา แล้วหาทางออกร่วมกัน คาดว่าจะเริ่มประชุมนัดแรกในเดือน ก.ค.นี้” นพ.เสรี ระบุอย่างไรก็ตาม ประเด็นจากการสัมมนา
“การแยกข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขออกจาก ก.พ.” มีข้อเสนอให้ยุบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากใช้งบฟุ่มเฟือย และเป็นต้นเหตุสร้างความเหลื่อมล้ำให้ผู้ใช้บริการด้านสาธารณสุข โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. อธิบายว่า กระแสข่าวนี้มาจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สธ. ที่ไม่เห็นด้วยกับบทบาท สปสช. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจากนั้นเมื่อมีการพัฒนาให้เป็นระบบหลักประกันสุขภาพได้ตั้ง สปสช. ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อบริการจาก สธ. เป็นเหตุให้กระทบต่อการบริหารและงบประมาณ ก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สธ. มีเงินบำรุงโรงพยาบาล 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2552 เพิ่มเป็น 4 หมื่นล้านบาท แสดงว่ารายได้โรงพยาบาลไม่ได้ลดลง แต่หลังปี 2552 สธ.มีการเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรในระบบสาธารณสุขทั้งหมด จึงเกิดปัญหางบประมาณมากขึ้น
“
การที่ สปสช. กลับไปสังกัดกระทรวงหรือไม่นั้น นอกจากถาม สปสช. และ สธ. แล้วต้องถามประชาชนเจ้าของภาษีก่อน และต้องดูว่าหลังมี สปสช. ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้นหรือไม่ด้วย” นพ.ประทีป กล่าวขณะที่ นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ที่ประชุมปฏิรูปประเทศไทยด้านสาธารณสุขมีข้อสรุปตรงกันให้ข้าราชการด้านสาธารณสุขแยกออกจาก ก.พ. เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการจัดสรรกำลังคนเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ขาดแคลนบุคลากรทุกแขนง สืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้จำกัดและลดจำนวนข้าราชการลง
“
ตอนนี้มีลูกจ้างกว่า 3 หมื่นตำแหน่ง และในอีก 5 ปีจะมีแพทย์ใช้ทุนจบอีกกว่า 1 หมื่นคน แต่ ก.พ. รับบรรจุได้เพียง 1,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้จะเสนอให้แยกเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ออกจากค่าเหมาจ่ายรายหัวที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจากขนาดของโรงพยาบาลและประชากรผู้ใช้บริการแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำขั้นตอนจากนี้จะเสนอข้อสรุปให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สธ. และสำนักปลัด สธ. พร้อมรวบรวมรายชื่อ 1 หมื่นชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุขและบุคลากรสาธารณสุข







