posttoday
ภาษีบ้านและที่ดินแท้ง รัฐล้มเหลวแก้เหลื่อมล้ำ

ภาษีบ้านและที่ดินแท้ง รัฐล้มเหลวแก้เหลื่อมล้ำ

16 มีนาคม 2558

สุดท้ายก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถจะยืนหยัดการออกกฎหมาย เพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แม้จะเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม

สุดท้ายก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถจะยืนหยัดการออกกฎหมาย เพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แม้จะเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม

การสั่งชะลอการออกกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยไม่มีกำหนดยังทำให้ความหวังในการปฏิรูปประเทศ ที่มีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นต้นตอของความขัดแย้งของคนในชาติ ยิ่งเลือนหายห่างไกลออกไปอีก

รวมทั้งยังเป็นการช่วยให้บรรดาเศรษฐีเจ้าของที่ดิน โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เจ้าของกิจการพาณิชย์ที่ต้องเสียภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้โอกาสโหนกระแสคนจน เกษตรกร ได้ประโยชน์จากการสั่งชะลอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในครั้งนี้ไปพร้อมกันด้วย

ทั้งที่กฎหมายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องสั่งชะลอทั้งฉบับ เพียงแต่ให้กระทรวงการคลังแก้ไขในจุดที่มีปัญหาและส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย เช่น ผู้มีบ้านอยู่อาศัย เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา

แต่ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งจะสั่งกระทรวงการคลังไปแก้ไขในจุดที่เป็นปัญหา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องการประชาสัมพันธ์ จนทำให้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง วิ่งวุ่นทั้งออกวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อชี้แจงหลักการที่ถูกต้องของการเก็บภาษีที่ดิน ขณะเดียวกันก็รีบเร่งปรับปรุงการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ตามคำบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ และคำแนะนำของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งการเพิ่มมูลค่าบ้านที่จะได้รับการยกเว้นภาษี การยกเว้นภาษีให้เจ้าของบ้านที่เกษียณอายุ การยกเว้นภาษีที่ดินให้เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ที่ยากจน

จู่ๆ หลังจากนั้นเพียง 2 วัน คือวันที่ 12 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ก็สั่งให้ชะลอการออกกฎหมายแบบพับเก็บใส่ลิ้นชัก

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีเจตนารมณ์สำคัญคือ การแก้ไขการครอบครองที่ดินของประเทศที่กระจุกตัวอยู่กับเศรษฐีเจ้าของที่ดินไม่กี่ตระกูล ส่งผลให้ที่ดินถูกทิ้งร้างไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังส่งผลให้เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ ที่ยากจนไร้ที่ดินทำกิน ก็ยังคงไร้ที่ดินทำกินต่อไป เพราะไม่สามารถทำให้ที่ดินมีการเปลี่ยนมือ หรือถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

การเก็บภาษีที่ดิน จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐีที่ดินที่มีกี่ตระกูลนั้น ต้องเร่งนำที่ดินออกมาพัฒนา ทั้งการพัฒนา หรือแม้กระทั่งการออกมาให้เกษตรกรได้เช่าที่ดิน เพื่อทำกินมากขึ้น เนื่องจากการคิดภาษีที่ดินนั้นจะมีการคิดในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างบ้านที่อยู่อาศัย ที่ดินที่มีการพัฒนา และที่ดินเปล่า โดยเฉพาะที่ดินเปล่านั้นตามกฎหมายที่กระทรวงการคลังร่างไว้จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงที่สุด

ขณะที่ภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ใช้ฐานราคาที่ดินที่ไม่เป็นปัจจุบัน เพราะกฎหมายกำหนดให้ใช้ราคาปานกลางของที่ดินในการจัดเก็บภาษี จึงจัดเก็บได้ในอัตราต่ำส่งผลให้เศรษฐีเจ้าของที่ดินเสียภาษีต่ำสามารถสะสมที่ดินเพื่อทำกำไรได้

แนวทางการออกกฎหมาย เพื่อปฏิรูปการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงเป็นการปูทางในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน โดยเฉพาะคนจนที่ไม่มีที่ดินทำกินที่เห็นผลได้ดีที่สุด

ที่สำคัญคือ ในการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้จะให้อำนาจแก่ท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้มากเพียงพอที่จะใช้พัฒนาท้องถิ่นของตัวเองได้ โดยกระทรวงการคลังและ สปช.ก็มีการศึกษาการออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เพื่อตรวจสอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการใช้งบประมาณที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ควบคู่ไปด้วย

ขั้นตอนนี้จึงสำคัญมาก เพราะเป็นการยกระดับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นขึ้นไปอีกขั้นตอนหนึ่ง

กระทรวงการคลังประมาณการว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 2 แสนล้านบาท และทำให้รัฐบาลกลางลดการจัดเงินอุดหนุนงบประมาณให้แก่ท้องถิ่นได้ในจำนวนเดียวกัน

วิธีนี้จะทำให้ท้องถิ่นรู้จักทั้งด้านการหารายได้ และการจัดสรรงบประมาณใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้ที่ได้มา โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลกลางจัดสรรงบให้เหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มีกระบวนการตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายของท้องถิ่นควบคู่กันไปด้วย

แต่ทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำได้ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะการจัดเก็บภาษีนั้นกระทบต่อฐานคะแนนเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งยังกระทบต่อนายทุนพรรคการเมืองเจ้าของที่ดินอีกด้วย แนวคิดการจัดเก็บภาษีที่ดินที่กระทรวงการคลังศึกษามานับ 10 ปี จึงถูกซุกไว้หลายยุคหลายสมัย

จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ที่มีการพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวย คนจน การปฏิรูปประเทศ การกระจายอำนาจ เรื่องที่ถูกพรรคการเมืองเก็บงำไว้ ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเสนอใหม่ เพราะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ตั้งใจจะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง

แต่แล้วทุกอย่างก็ล้มครืนลงอย่างไม่เป็นท่า เมื่อมีการสั่งชะลอการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ผลที่ตามมา นอกจากการปฏิรูปประเทศไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้แล้ว ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะกล้าเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยในด้านอื่นๆ หรือไม่ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบภาษี

พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทราบและให้สัมภาษณ์เองว่า จะต้องมีการทบทวนทั้งระบบ ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีสรรพสามิต รวมถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดไว้ก่อนหน้านี้ ถึงสาเหตุที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะประเทศต้องการลงทุน รู้ดีว่าประชาชนเดือดร้อน แต่หากไม่เก็บภาษีนี้จะให้รัฐบาลก็ต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ชะลอไว้

แต่เมื่อไม่มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะทำอย่างไรกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และถ้าไม่ขึ้นภาษีจะทำอย่างไรกับการลงทุนที่รออยู่ข้างหน้า

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ขณะนี้ คือ แทนที่จะชะลอกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด

รัฐบาลควรจะทบทวนเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด แก้ไขเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรคนยากคนจน และผู้ที่มีบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยหลังเดียวจริงๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้มีรายได้น้อย

เพื่อให้การปฏิรูปของประเทศเดินหน้าได้อย่างที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท