
ธรรมกายคืนเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ684ล้าน
วัดพระธรรมกายคืนเงินให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวน 684 ล้านบาท แลกไม่ดำเนินคดีอาญา
วัดพระธรรมกายคืนเงินให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวน 684 ล้านบาท แลกไม่ดำเนินคดีอาญา
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เวลา 9.00 น. ศาลธัญบุรีนัดไกล่เกลี่ยคู่ความในคดีแพ่ง คดีหมายเลขดำ 736/2557 กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 1 2 3 ตามลำดับ เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. นางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล เลขานุการคณะกรรมการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น พร้อมทนายความ และ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย ได้ออกมาจากห้องพิจารณาคดี ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จากนั้นได้เข้าไปภายในห้องศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันไกล่เกลี่ย เรื่องการเรียกเงินบริจาคจำนวน 814 ล้านบาท คืนจากวัดพระธรรมกาย
ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จำเลยที่ 2 คือวัดพระธรรมกาย และจำเลยที่ 3 คือพระธรรมชโย ยอมที่จะคือเงินจำนวนเงินกว่า 684 ล้านบาท โดยจะระดมเงินทุนในรูปแบบกองทุนพิเศษ เพื่อหาเงินมาชำระให้กับสหกรณ์ฯ โดยสั่งจ่ายด้วยเช็คธนาคารล่วงหน้า และแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 100 ล้านบาท
โดยทางวัดธรรมกาย ต้องการแลกกับการที่สหกรณ์ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้ทราบถึงการชำระเงินคืน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีอาญากับทางวัดและพวก
สำหรับในส่วนคดีของนายศุภชัย ศรีสุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำนวน 130 ล้านนั้น มีความทับซ้อนกับคดีของศาลแพ่ง จึงได้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ขอโอนย้ายไปที่ศาลแพ่ง เพื่อรวมเป็นคดีเดียวกัน
นายสัมพันธ์ ระบุว่า ทางวัดมีหลักฐานที่ นายศุภชัย โอนเงินให้กับวัดเพียง 684 ล้านบาทเท่านั้น โดยต้องรอดูว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร
ด้าน นางประภัสสร เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะนำผลไปแจ้งให้ผู้บริหารสหกรณ์ฯ และผู้เกี่ยวข้องทราบ และคาดว่าในช่วงบ่ายจะมีการแถลงชี้แจงการดำเนินการต่อไปของทางสหกรณ์







