
ไทยคม-จบข่าว
....ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ขึ้นต้นเป็นไปด้วยความคึกคักตื่นเต้น แต่ตอนจบอาจจะไม่เหมือนกับที่คิด สำหรับความพยายามซื้อกิจการดาวเทียมไทยคม คืนมาจากเทมาเซก ของสิงคโปร์
แรกเริ่มเดิมที รัฐบาลต้องการซื้อไทยคมคืนจริง อันเนื่องมาจากปัญหาในช่วงการปฏิบัติกระชับพื้นที่ ขณะเกิดสงครามแดง
ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์การฉุกเฉิน (ศอฉ.) ค่อนข้างจะมีปัญหา ไม่เข้าใจท่าทีของผู้บริหารไทยคม คราวที่ต้องการปิดสัญญาณพีทีวี และไม่เป็นผล
คำสั่งเรียกให้ผู้บริหารไทยคมมาพบ ก็ไม่ได้รับการสนองอย่างทันใจ การสั่งให้ปิดช่องสัญญาณพีทีวี สิ่งที่ได้รับคืนมาก็คือ คำตอบทำนองปิดไม่ได้เนื่องจากช่องสัญญาณถูกเช่าไปลูกค้าที่อิสราเอล
สุดท้าย ศอฉ. ต้องเข้ากระชับพื้นที่ที่ไทยคมเสียก่อน และปิดพีทีวีเป็นผลสำเร็จ
นี่แหละ เหตุแห่งทุกข์ที่มีความคิดจะซื้อไทยคมคืนมา ภายใต้เหตุผลว่า บางสถานการณ์ที่เกี่ยวพันกับความมั่นคง การปล่อยมืออย่างอิสระจากไทยคมจะสร้างผลเสีย
และแน่นอน มีการส่งทีมงานบินไปสิงคโปร์เมื่อเดือนก่อน เพื่อเจรจากับเทมาเซก
แต่สุดท้ายการซื้อไทยคม กลับกลายเป็นปมเกี่ยวเนื่องกับการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปเสียฉิบ
สาเหตุ เนื่องจากมีการเปิดข่าวออกมากับสื่อมวลชน พร้อมๆ กับราคาหุ้นไทยคมที่พุ่งพรวดพราด
ชื่อย่อ กอ บ้าง สอ บ้าง จึงถูกอ้างเข้ามาเกี่ยวพันกับราคาหุ้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่นำเรื่องดังกล่าวมาขยายอย่างเต็มที่
ถือว่า เป็นแรงฟาดหาง ถูกหวยเลขท้ายสองตัวแบบจังเบอร์ชนิดที่ไม่คาดคิดมาก่อน
แผนการซื้อไทยคม ยังถูกวิจารณ์มากยิ่งขึ้นด้วยว่า คุ้มค่าหรือไม่ กับการซื้อคืน
นอกจากนั้น ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องคิด อาทิ ราคาที่จะซื้อ เท่าใดกันแน่ รวมไปถึงมีทางอื่นอีกหรือไม่ ที่ไม่ใช่การซื้อคืน
การซื้อไทยคม สุดท้ายอาจลงเอยด้วยคำตอบที่ว่าไม่จำเป็นต้องซื้อคืนก็ได้
เพราะสิ่งที่กำลังเล็งเป้ากันในกลุ่มแกนนำรัฐบาลก็คือ การหาหนทางในการควบคุมรายการ หรือสิ่งที่ถ่ายทอดบนดาวเทียมไทยคมจะดีกว่า
ภาษาทางเทคนิค ได้แก่ การควบคุมสัญญาณอัพลิงก์ ดาวน์ลิงก์แทนที่ไม่ต้องใช้เงินทุนสักสลึง แต่ได้ผลเดียวกันนั่นคือรัฐบาลสามารถควบคุมเนื้อหาได้ในภาวะที่ต้องการ
การซื้อหุ้นไทยคม ว่าไปเริ่มต้นจึงเป็นลำไม้ไผ่
แต่สุดท้ายกลายเป็นแมงเม่าตลาดหุ้นบินชนดาวเทียมตายยกฝูง







