
ชี้ รธน.ใหม่ทำรัฐบาลง่อยเปลี้ย
เมื่อการปฏิรูปประเทศก้าวสู่โรดแมป ระยะที่ 2 ตอนปลาย การร่างรัฐธรรมนูญใกล้สำเร็จรูปเป็นร่างแล้ว สิ่งที่ตามมา คือ การสร้างความชอบธรรมให้กับ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เมื่อการปฏิรูปประเทศก้าวสู่โรดแมป ระยะที่ 2 ตอนปลาย การร่างรัฐธรรมนูญใกล้สำเร็จรูปเป็นร่างแล้ว สิ่งที่ตามมา คือ การสร้างความชอบธรรมให้กับ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ด้วยการทำประชามติ แต่กลับยังไม่ท่าทีชัดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งที่ทุกพรรคทุกกลุ่มการเมืองหรือนักเคลื่อนไหวการเมืองต่างเห็นพ้องกับประชามติหมด
ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมพูดคุยกับกองบรรณาธิการบางกอกโพสต์และโพสต์ทูเดย์ ถึงแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสนับสนุนให้มีการทำประชามติ
“ถ้าเป็นการทำประชามติที่ตรงไปตรงมา ตามแบบแผนที่ถูกต้อง เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่ากติกาที่เขียนขึ้นจะรับได้หรือไม่ แต่คำถามเราคือว่าถ้าประชาชนไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขามีทางเลือกอะไรที่ดีและเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่งเราสนับสนุนรัฐธรรมนูญปี 2540 เพราะเป็นฉบับประชาชน ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ผ่านประชามติมาจริง แต่เป็นประชามติที่บีบคอมา และเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากยุคของการยึดอำนาจ และสุดท้ายก็ล้มเหลว” พงศ์เทพ กล่าว
ภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคไม่กลัวการลงประชามติ เราคิดว่าประชามติเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ตัดสินใจ และพรรคยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เพราะมีกระบวนการได้มาที่ชัดเจนเป็นการขับเคลื่อนของประชาชนทั้งประเทศ แต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ควรเขียนระบุไปให้ชัดว่าสามารถปรับใช้ได้ตามกระบวนการที่เหมาะสม อย่างนี้ ถือเป็นทางออกที่ดี
จุดยืนพรรคจะปฏิเสธรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 หรือไม่นั้น ภูมิธรรม บอกว่า ต้องดูเนื้อหาขั้นสุดท้ายว่ามันดีพอที่จะไปได้หรือไม่ แต่วันนี้เห็นแต่วิญญาณ จึงยังไม่สามารถปฏิเสธของเขาทั้งหมด
“เราต้องเขียนกติกาว่า ทำอย่างไรให้กลไกของระบบประชาธิปไตยเกิดความต่อเนื่อง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง สามารถร่วมกันกำหนดทิศทางและสร้างกติกาที่เกิดการยอมรับร่วมกันได้ และผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องคนดี เพราะไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อถึงจุดหนึ่งคนแต่ละคนจะมีประโยชน์ของตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ควรมีคือระบบที่จะต้องอิงกับประชาชนเป็นหลัก ระบบที่ดีจะช่วยให้คนดีเกิดขึ้น ที่ผ่านมาคนดีเสียคนมาเยอะแล้ว”
ขณะที่ พงศ์เทพ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูป คือ “ประชาชน” ที่เป็นกลไกประสานประโยชน์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้อย่างพอใจ การปฏิรูปหรือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องให้ประชาชนกำหนดนโยบาย ชะตาชีวิตของประเทศได้ แต่กลไกที่กำลังถูกสร้างขณะนี้ อำนาจกลับไม่อยู่ในมือประชาชน แต่ไปกระจุกอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น
“การเมืองคือเรื่องของการรักษาผลประโยชน์คนในชาติ ต่อให้เขียนหรือวางกติกาไว้ดีมาก แต่ถ้าคนในสังคมส่วนใหญ่รับไม่ได้ ทุกอย่างก็จะเป็นไปไม่ได้หรืออยู่ร่วมกันไม่ได้ การคิดตามหลักทฤษฎีจะไม่สามารถบอกได้ว่าความคิดนั้นถูกหรือผิด”
ชูศักดิ์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนสัดส่วน สส. โดยอนุญาตให้กลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครได้ ชัดเจนว่าผู้ร่างต้องการรัฐบาลผสม ซึ่งจะส่งผลให้พรรคการเมืองอ่อนแอไม่สามารถเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงมากพอที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ เมื่อพรรคใหญ่ถูกลดทอนอำนาจลง ก็จะเกิดปัญหาการปั่นป่วน การกดดันในพรรคนั้น ขณะที่น้ำหนักความสำคัญไปอยู่ที่พรรคเล็ก มีอิทธิพล บทบาทสำคัญ ในการตั้งรัฐบาล และมีพลังในการต่อรอง การเมืองจะล้าหลังกลับไปก่อนปี 2540 ขณะเดียวกันการกำหนดให้ สว.มีอำนาจ มีบทบาทถอดถอนรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้มากเกินไป จะทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ ท้ายที่สุดจะกลายเป็นรัฐบาลที่ล้มลุกคลุกคลาน เป็นรัฐบาลที่ไม่สามารถบริหารประเทศ ง่อยเปลี้ยเสียขา







