หอสมุดแห่งชาติแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต
หนังสือตรากรมศิลปากร เป็นหนังสือดีมีคุณค่า หายาก คนอ่านน้อย ส่วนมากไม่ได้พิมพ์จำหน่าย แต่จะพิมพ์แจก
โดย...ส.สต
หนังสือตรากรมศิลปากร เป็นหนังสือดีมีคุณค่า หายาก คนอ่านน้อย ส่วนมากไม่ได้พิมพ์จำหน่าย แต่จะพิมพ์แจก เมื่อมีเจ้าภาพมาขออนุญาตพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานศพ เป็นหนังสือที่มีคุณค่าน่าอ่าน
พีรพน พิสณุพงศ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวเปิดงานเสวนาทางวิชาการเรื่องคุณค่าหนังสือกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2558 ที่สำนักหอสมุดแห่งชาติในนามอธิบดีกรมศิลปากร และได้ปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวว่าเพราะหนังสือกรมศิลปากรที่เขาหาซื้อจากร้านหนังสือเก่าแถวสนามหลวง (ในอดีต) ในราคาไม่กี่บาท มีส่วนให้สอบเข้าศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้สมประสงค์
ในฐานะนักสะสมทั้งแสตมป์ พระเครื่อง (ใหม่) และหนังสือ ว่าเมื่อเห็นหนังสือเก่าจะต้องเปิดดูก่อน วันหนึ่งพลิกดูหนังสือเล่มหนึ่ง พบพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปกเล้าเจ้าอยู่หัวในปกด้านใน รีบซื้อทันที รู้สึกว่าคุ้มค่ายิ่ง
เมื่อมีงานสัปดาห์หนังสือครั้งหนึ่ง พบหนังสือกรมศิลปากร ชื่อถนิมพิมพาภรณ์ วางขายในราคาเล่มละ 700 บาท แต่ไม่ได้ซื้อ เมื่อไปที่่พิพิธภัณฑ์ จ.ปราจีนบุรี ถามว่ามีหนังสือที่ว่านี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ว่าเหลืออยู่ 2 ห่อ ขายปลีกเล่มละ 140 บาท แต่ไม่มีใครซื้อ จึงซื้อมา 10 เล่ม
ในกรณีนี้ท่านจึงแนะนำว่าอยากได้หนังสือดี ราคาไม่แพงของกรมศิลปากรให้ไปพิพิธภัณฑ์แห่งใดก็ได้ โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่มีคนเข้าน้อย ที่นั่นจะมีหนังสือกรมศิลปากรจำหน่าย หาที่ไหนไม่ได้ แวะไปเถิดไม่ผิดหวัง
ในฐานะนักสะสมหนังสือคนหนึ่ง ท่านบอกว่าหนังสือที่พิมพ์โดยกรมศิลปากร เป็นหนังสือที่มีคุณภาพสูง แต่มักจะเป็นหนังสือเล่มหนาและหนัก ควรแก่การอนุรักษ์เป็นมรดกของชาติ
กนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีว่า กิจกรรมเสวนานี้จัดเป็นครั้งที่ 2 ตามโครงการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตประจำปี 2558
ทั้งนี้ สำนักหอสมุดแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร ในฐานะที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญชองชาติ ต้องการเห็นคนไทยรักการอ่าน จึงจัดกิจกรรมต่างๆ ตามโครงการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจึงขอให้เข้ามาที่หอสมุดแห่งชาติ จะพบข้อมูลหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณต่างๆ ที่ดีมีคุณภาพครบถ้วน รวมทั้งให้ความสะดวกในการติดต่อขอใช้บริการและค้นคว้า
ในงานเสวนา สำนักหอสมุด แห่งชาติ ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาบรรยายทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย
รัชนี ทรัพย์วิจิตร บรรณารักษ์ชำนาญการ เขียนบทความเล่าเรื่องคุณค่าหนังสือกรมศิลปากร โดยเล่าความตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงตั้งหอพระสมุดวชิรญาณ สำหรับพระนครเมื่อ พ.ศ. 2448 จนกระทั่งมีการจัดพิมพ์หนังสือในหอพระสมุดวชิรญาณในโอกาสต่างๆ ก่อนที่จะตั้งกรมศิลปากรหลายปี เรื่องที่พิมพ์นั้นแบ่งเป็น 8 หมวด เช่น หมวดศาสนาและความเชื่อ หมวดประวัติศาสตร์ หมวดโบราณคดี หมวดภาษาและวรรณกรรม หมวดวิทยาศาสตร์ หมวดวัฒนธรรม และจารีตประเพณี หมวดการศึกษา และหมวดทั่วไป
พร้อมกันนั้นได้เล่าถึงวิวัฒนาการดวงตราประจำหนังสือที่จัดพิมพ์โดยหน่วยงานในกรมศิลปากร ว่า
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้มี “ประกาศหอพระสมุดวชิรญาณว่าด้วยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอกเรื่องต่างๆ จากหนังสือพิมพ์วชิรญาณไปลงพิมพ์ รัตนโกสินทร์ศก 111” (พ.ศ. 2436) แล้วนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการคุ้มครองลิขสิทธิ์หนังสือของหอพระสมุดวชิรญาณแต่นั้นมา ภายหลังเมื่อมีการจัดพิมพ์หนังสือหอพระสมุดฯ จึงได้พิมพ์ตราประจำตำแหน่งสภานายกหอพระสมุดวชิรญาณ ที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ใช้มาพิมพ์ไว้ที่ปกหนังสือทุกครั้ง ซึ่งมีการใช้และเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ ดังนี้
ตราแบบที่ 1 ตราหอพระสมุดวชิรญาณ เป็นรูปพระมหามงกุฎ มีรัศมี
ตราแบบที่ 2 ตราหอพุทธ สาสนสังคหะ
เป็นรูปกลม มีรูปจุลมงกุฎอยู่บนเลข 5 กลางล้อธรรมจักร มักใช้พิมพ์บนปกหนังสือที่นำเนื้อหาเรื่องราวมาจากหอพุทธสาสนสังคหะ เลิกใช้เมื่อ พ.ศ. 2448
ตราแบบที่ 3 ตราหอพระสมุดวชิรญาณที่ไม่มีอักษรพระนามเป็นรูปกลมล้อมรูปพระมหามงกุฎและพาน
มี 2 รูปแบบ เริ่มใช้ครั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2458 จนถึง พ.ศ. 2459
ตราแบบที่ 4 พระราชลัญจกรมังกรคาบแก้ว
เป็นพระราชลัญจกรโบราณองค์หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นตราประจำโบราณคดีสโมสร ที่โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พ.ศ. 2450
ตราแบบที่ 5 ตราพระราชลัญจกรรูปพระคเณศ
ตราประจำวรรณคดีสโมสร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2457
ตราแบบที่ 6 ตราหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร
เป็นรูปวงกลมล้อมรอบพระมหามงกุฎที่อยู่ตรงกลาง โดยมีพานสองชั้นรองสมุดและแว่นฟ้าอยู่ด้านซ้ายขวา ด้านบนซ้ายมีเครื่องหมายฟองมัน และอักษรความว่า “หอพระสมุด” ด้านบนขวามีอักษรความว่า “วชิรญาณ” และเครื่องหมายอังคั่นวิสรรชนีย์ ด้านล่างตรงกลาง มีอักษรอริยกะความว่า “วชิรญาณ” ด้านบนตรงกลางเหนือพระมหามงกุฎมีรัศมีส่องลงมาทั้งสองข้าง ตราแบบนี้ใช้มาจนถึง พ.ศ. 2468
ตราแบบที่ 7 ตราหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร
เป็นรูปวงกลมไม่มีอักษรไทยและอักษรอริยกะ แต่มีฉัตร 5 ชั้น ประกอบพระมหามงกุฎแทน
ตราแบบที่ 8 ตราพระราชลัญจกรมังกรคาบแก้ว
มีวงกลมล้อมรอบ ตรานี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ใช้เป็นตราประจำตำแหน่งสภานายกราชบัณฑิตยสภา เมื่อ พ.ศ. 2469 ใช้ถึง พ.ศ. 2475 เมื่อยกเลิกราชบัณฑิตยสภา
ตราแบบที่ 9 ตราพระคเณศ
เป็นตราประจำกรมศิลปากร ลักษณะเป็นดวงตรากลม ศูนย์กลางกว้าง 5 เซนติเมตร ลายกลางเป็นรูปพระคเณศ รอบวงกลมมีลวดลายเป็นดวงแก้ว 7 ดวง เริ่มใช้เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2480 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
กล่าวโดยสรุป หนังสือตามลิขสิทธิ์ที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร สามารถจำแนกเป็นกลุ่มตามพัฒนาการของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1.หนังสือที่มีตราหอพระสมุดวชิรญาณ ตั้งแต่ พ.ศ. 2454-2475
2.หนังสือที่มีตราพระราชลัญจกรมังกรคาบแก้วของราชบัณฑิตยสภา ตั้งแต่ พ.ศ. 2469-2475
3.หนังสือที่มีตราพระคเณศ ประกอบด้วย ดวงแก้ว 7 ดวง ตั้งแต่ พ.ศ. 2480 เป็นต้นมา


