posttoday
แค่ช้าลงชีวิตก็เปลี่ยน

แค่ช้าลงชีวิตก็เปลี่ยน

15 มีนาคม 2558

ท่ามกลางอากาศร้อนระอุบนท้องถนนของเมืองกรุง รถของชายหนุ่มจอดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางรถยนต์จำนวนมาก

โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร

ท่ามกลางอากาศร้อนระอุบนท้องถนนของเมืองกรุง รถของชายหนุ่มจอดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางรถยนต์จำนวนมาก

แม้ไฟแดงจะเปลี่ยนเป็นไฟเขียวรอบแล้วรอบเล่า แต่การจราจรบนถนนก็ดูเหมือนจะถูกหยุดให้อยู่กับที่โดยไม่มีการเคลื่อนไหว

เขามองผ่านไอความร้อนที่พุ่งขึ้นมาเป็นสายจากท่อไอเสียรถคันหน้าไปยังสัญญาณไฟจราจรข้างหน้าด้วยสายตาสุดเซ็ง เพราะอีกเพียงไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดหมายแล้ว หลังนั่งหลังพวงมาลัยฝ่ารถติดมากว่าชั่วโมง

เหมือนโชคจะเข้าข้าง รถยนต์ในเลนของชายหนุ่มเริ่มทยอยเคลื่อนตัวหลังจากสัญญาณไฟเขียวสว่างขึ้นอีกครั้ง กระบะคันโตด้านข้างเปิดไฟเลี้ยวพร้อมหักหัวรถเข้ามาในเลนของเขา ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งทันทีที่เห็น หวังจะไม่ให้ถูกแทรก ขณะที่รถกระบะก็เบียดเข้ามาเพื่อหวังจะเปลี่ยนเลน

ต่างคนต่างเร่ง ต่างคนต่างเบียด...

แม้จุดหมายจะอยู่ข้างหน้าแค่เพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ไปไม่ถึง รถสองคันเบียดจนชนกันในที่สุด แม้รถของเขาจะมีเพียงรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะตกลงกับคู่กรณีได้ ขณะที่นัดหมายงานต่างๆ ที่ต้องทำในวันนั้นเป็นอันต้องระส่ำไปหมด

ระหว่างที่จำนวนรถยนต์บนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อารมณ์คุกรุ่นของคนขับรถก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

กล้องติดรถยนต์กลายเป็นสินค้าขายดีสำหรับคนขับรถในยุคนี้ บางคนบอกว่าแม้จะไม่ได้ไปชนใคร แต่อย่างน้อยกล้องติดรถก็เปรียบเสมือนพยานคนสำคัญที่คอยเก็บหลักฐานหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่สำหรับเจ้าของรถอีกจำนวนหนึ่ง กล้องติดรถกลับให้ความรู้สึกเหมือนการสักยันต์คงกระพันชาตรี ที่พร้อมจะเดินหน้า “ชน” กับทุกเหตุการณ์บนท้องถนน

เมื่อมั่นใจว่ามีหลักฐานจากกล้อง อารมณ์อยากเอาชนะขณะขับรถก็ดูจะพลุ่งพล่านมากขึ้น

คลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกโดยกล้องติดรถถูกโพสต์ขึ้นไปบนเครือข่ายสังคมออนไลน์จำนวนมาก นัยหนึ่งอาจเป็นการแชร์เหตุการณ์ที่ประสบให้กับผู้อื่นได้เห็น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคลิปที่ถูกโพสต์เป็นเรื่องของอารมณ์อยากเอาชนะ หรือต้องการให้คนอื่นร่วมประณามคนขับรถที่ถูกบันทึกอยู่ในกล้อง

ใช่หรือไม่ว่าผู้คนที่ขับรถอยู่บนท้องถนนจำนวนไม่น้อยมองคนขับรถคันอื่นๆ เป็นศัตรูมากกว่าที่จะเป็นเพื่อนร่วมถนน และมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขับรถเป็นเรื่องการแพ้ชนะที่มิอาจยอมได้ ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายและเสียเวลาทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพียงแค่ “ยอม” ช้าลงอีกสักนิด

ขณะที่รถคันข้างๆ กำลังจะเปลี่ยนเลนเข้ามาในเลนเรา หากเรายอมช้าลงแค่ไม่กี่วินาทีแตะเบรกเพื่อให้รถคันนั้นเปลี่ยนเลนเข้ามา การเบียดกันหรือเฉี่ยวชนก็คงยากที่จะเกิดขึ้น ที่สำคัญการยอมเสียเวลาแตะเบรกเพื่อเลี่ยงการปะทะบนท้องถนนนั้นถือเป็นจำนวนเวลาอันน้อยนิด หากเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไปหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ระหว่างการสนทนาบนโต๊ะอาหาร หนุ่มใหญ่เล่าประสบการณ์บนถนนที่เพิ่งพบมาว่า ระหว่างที่ขับรถอยู่เลนซ้าย เขาก็ถูกรถเก๋งคันหนึ่งที่อยู่ในเลนกลางปาดหน้าเพื่อเข้าซอย

“สมัยเป็นวัยรุ่น ผมแซงขึ้นไปปาดคืนแล้วจอดขวางเลยนะ เดี๋ยวนี้แก่แล้ว ช่างแ...ง รถมันติด อากาศมันร้อน มีแต่คนหงุดหงิด แลกไปก็ไม่คุ้ม” หนุ่มใหญ่บอกพร้อมรอยยิ้ม

“ชนไป ผมคงไม่ได้มานั่งกินข้าวกับพวกคุณอย่างนี้ เมียด่าตาย เอารถไปทำพัง” ชายหนุ่มปิดท้ายพร้อมเสียงฮาจากเพื่อนร่วมวง

เมื่ออยู่บนท้องถนน บางครั้งการยอมช้าลงสักนิดก็ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง