
เมื่อศิลปะเป็นตัวกำหนดเส้นทางของชีวิต
หากนึกถึงศิลปินวาดภาพชั้นนำของไทย เราจะนึกถึงอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หากนึกถึงศิลปินวาดภาพชั้นนำของไทย เราจะนึกถึงอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต หรืออาจารย์ถวัลย์ ดัชนี แต่ศิลปินชั้นครูเหล่านี้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ศิลปินวาดภาพรุ่นใหม่อย่าง ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ศิลปินวาดภาพหนุ่ม ที่มีผลงานภาพวาดพระสุพรรณกัลยาอันโด่งดังในอดีต นอกจากนี้ยังมีภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์และบุคคลสำคัญอีกมากมาย
ชูศิษฐ์ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเป็นศิลปินให้ฟังว่า “ผมอยากจะเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งน่าจะมาจากความชอบภายในใจ เหมือนอย่างที่เรียกในภาษาศิลปะว่า ‘จิตวิญญาณ’ ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนการทำงานศิลปะต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ล้วนแต่เป็นความพากเพียรของแต่ละคน ซึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นแรงยึดเหนี่ยวให้ผมทำงานศิลปะต่อไปโดยไม่ย่อท้อ คือ กระแสพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับผม หลักคำสอนของพระองค์ท่านเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเป็นผมในทุกวันนี้ ในชีวิตการทำงานศิลปะของผมต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก
“โดยส่วนตัว ผมมีความถนัดที่จะวาดภาพแนวพอร์เทรต ในขณะเดียวกันก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก โพอิทรี พุทธปรัชญา เทพนิยายบทเพลง รวมทั้งธรรมชาติและสิ่งที่อยู่รอบตัว ดังนั้นภาพที่ถ่ายทอดออกมาจะเป็นแนวฝันๆ โรแมนติก เพราะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ที่น่าจดจำในฝีมือของศิลปินแต่ละคนให้มีความแตกต่างกัน” ชูศิษฐ์ กล่าว
ศิลปินชื่อดังที่เป็นต้นแบบให้แก่ชูศิษฐ์นั้น จะมีทั้งคนไทยและต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์จักรพันธ์ุ โปษยกฤต ลีโอนาร์โด ดาวินชี ไมเคิล แองเจโล เป็นต้น ซึ่งผลงานของบุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน แต่มีความพิเศษจนกลายเป็นที่จดจำของคนรุ่นต่อไปทั้งสิ้น
ชูศิษฐ์ เล่าเสริมว่า “เหตุผลที่เลือกวาดภาพแนวพอร์เทรตนั้น ส่วนหนึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของผม อีกทั้งอาจารย์จักรพันธ์ุถือเป็นหนึ่งในต้นแบบที่ผลักดันอยากสร้างสรรค์ผลงานแนวนี้ ซึ่งผลงานเกือบทุกชิ้นของอาจารย์จะมีความสวยงาม อ่อนช้อย และมีความพิเศษ จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ผมต้องพัฒนาฝีมือและฝึกฝนให้ดียิ่งขึ้น”
ชูศิษฐ์เพิ่งเรียนจบปริญญาโท สาขาจิตรกรรมที่ New York Academy of Art สหรัฐอเมริกา ซึ่งการเรียนที่นี่จะหนักมาก ในหลักสูตรจะมีการสอนเนื้อหาด้านลึก โดยอ้างอิงหลักในประวัติศาสตร์ศิลป์ เวิร์กช็อปอนาโตมี รวมทั้งรีเสิร์ชงานเข้าพิพิธภัณฑ์ การเรียนและการใช้ชีวิตที่นี่สอนให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง มองเห็นชีวิต ความฝัน และอุดมการณ์ของศิลปินผู้ทำงานศิลปะ การต่อสู้ ทุกคนที่นี่ทำงานหนัก สัจธรรมพื้นฐานที่แท้จริงของคนที่นี่ คือ คุณต้องเก่งจริง ถึงจะอยู่ที่นิวยอร์กได้
“มีครั้งหนึ่งผมเคยได้พบอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมาแสดงผลงานที่อเมริกา และได้นำผลงานของผมไปให้ท่านดู อาจารย์กล่าวให้กำลังใจและสอนเพิ่มเติมว่า อยากให้ศึกษาผลงานของแรมบรังด์ (Rembrandt) รวมทั้งศึกษาการวาดรูปให้ถึงแก่น คือมีพลังและความฉ่ำลึก เมื่อมีวิชาเลือกที่สามารถเข้าไปคัดลอกผลงานในพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan Museum of Art ได้ ผมจึงตัดสินใจเลือกที่จะคัดลอกผลงานของศิลปินท่านนี้ จากนั้นทางพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดนิทรรศการพิเศษเพื่อแสดงผลงาน พร้อมทั้งเดมอนสเตรชั่น สาธิตการวาดรูปรีโปรดักชั่นจากงานโอลด์มาสเตอร์ ผมก็ได้รับโอกาสให้เป็น 1 ใน 7 ของศิลปินที่ได้รับเชิญครั้งนั้นด้วยครับ” ชูศิษฐ์ กล่าว
ด้วยความที่เป็นคนละเอียดในการวาดภาพ ทำให้ระยะเวลาในการวาดผลงานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาเฉลี่ย 3-6 เดือน เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ยกตัวอย่างภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ชูศิษฐ์ยอมรับว่าใช้เวลาในการทำงานมากที่สุด เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด
“ผมใช้เวลาวาดภาพนี้ประมาณครึ่งปีครับ แต่หลังจากเข้าไปปรึกษาอาจารย์จักรพันธ์ุเกี่ยวกับผลงานชิ้นนี้ว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานออกมาดีที่สุด อาจารย์แนะนำให้ผมตัดชุดเสื้อผ้าให้ใกล้เคียงกับฉลองพระองค์ในภาพขึ้นมา เพื่อเป็นตัวอย่างทางคุณลักษณะของสิ่งที่กำลังวาด เพื่อให้ภาพของสมเด็จทั้งสองพระองค์สวยงามและสมจริงที่สุด อีกทั้งต้องแสดงเอกลักษณ์การวาดของผมเข้าไปในภาพให้มากที่สุด เพื่อสื่อให้คนที่พบเห็นเกิดความรู้สึกจดจำ ไม่ใช่เพียงแค่วาดภาพให้สำเร็จในแต่ละครั้ง ต้องใส่ใจในขั้นตอนการทำงานต่างๆ ด้วย ภาพนี้ผมจึงใช้เวลาทำงานถึง 9 เดือน” ชูศิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ศิลปินทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน เพราะนั่นคือหัวใจของการสร้างสรรค์ผลงาน สิ่งสำคัญของศิลปินที่ดี คือต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าแนวทางใดก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่ให้มีใจรัก มีจิตวิญญาณเพื่อการทำงานศิลปะอย่างแท้จริง และควรรู้จักแบ่งปันสิ่งดีๆ กลับคืนสู่แผ่นดินเกิดด้วย โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชูศิษฐ์ได้นำผลงานภาพมาทำประโยชน์ให้แก่สังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำภาพพระบรมสาทิสลักษณ์มาทำรีโปรดักชั่นเป็นบัตรอวยพรการกุศล เพื่อหารายได้พิเศษเข้ามูลนิธิเด็กโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังนำผลงานหลายชิ้นมาทำเป็นโปสการ์ด เพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิรักษ์เยาวชนโดยไม่หักค่าใช้จ่าย และหาเงินบริจาคไปช่วยองค์กรการกุศลต่างๆ เช่น มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ฯ เป็นต้น
“ผมมองว่าตัวผมเองเป็นคนหนึ่งที่โชคดี ได้รับโอกาสมากมายจากผู้ใหญ่หลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคม ความรู้ การทำงาน แม้กระทั่งชีวิตส่วนตัวมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ผมมีความพร้อมในการที่จะแบ่งปัน จึงเลือกที่จะส่งต่อโอกาสเหล่านี้ให้แก่เด็กรุ่นหลังต่อไป” ชูศิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ชูศิษฐ์ได้กล่าวให้กำลังใจคนที่ต้องการเป็นศิลปินว่า “ผมไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งหรือมีพรสวรรค์เลยครับ แต่ที่เป็นศิลปินแบบทุกวันนี้ได้ เกิดจากการหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ผมชอบที่จะดูภาพจิตรกรรมตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ผมเชื่อว่าหากเรามีความรักและตั้งใจที่จะทำงานอะไรก็แล้วแต่อย่างไม่ย่อท้อ ย่อมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน”







