posttoday
ข่าวดีเศรษฐกิจ

ข่าวดีเศรษฐกิจ

13 มีนาคม 2558

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ในการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2% เหลือ 1.75% โดยให้มีผลทันทีในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ในการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2% เหลือ 1.75% โดยให้มีผลทันทีในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

คะแนนเสียงของคณะกรรมการ กนง.ที่ออกมาเห็นด้วยให้ลดดอกเบี้ย 4 เสียง ซึ่งเป็นคนนอกล้วนๆ ส่วนอีก 3 เสียงเป็นกรรมการในสัดส่วนของ ธปท. สะท้อนให้เห็นว่ากรรมการ กนง.มองภาพเศรษฐกิจที่ต่างกัน โดยส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยากให้การลดดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นทางด้านจิตวิทยาให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ดี กรรมการในส่วนของ ธปท. ยังคงมองว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะตัวเลขการบริโภคยังพอไปได้ และ ธปท.อาจจะเห็นว่าเก็บดอกเบี้ยไว้เป็นเซอร์ไพรส์ช็อกตลาด หากเศรษฐกิจแย่ลงไปเรื่อยๆ ลดดอกเบี้ยรวดเดียว 0.5% จะมีผลกระตุกเศรษฐกิจมากกว่า

แต่นั่นล้วนแต่เป็นการคิดตามสมมติฐานและความน่าจะเป็นทั้งสิ้น เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ ต้องยอมรับว่าตัวเลขการบริโภคดีขึ้นตามที่ ธปท.มอง แต่ก็ดูเหมือนจะฟื้นและพร้อมจะฟุบลงไปได้อีกทุกขณะ หากมีปัจจัยลบเพียงนิดเดียวเข้ามากระทบ

ดังนั้น การลดดอกเบี้ยของ กนง.ครั้งนี้ จึงโดนวิพากษ์วิจารณ์มากว่าไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ค่าเงินบาทก็ไม่ได้อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในภาพรวม

อย่างไรก็ดี การปฏิเสธไม่ได้ว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายและมีธนาคารพาณิชย์บางแห่งนำร่องลดดอกเบี้ยลงมา ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยเงินฝาก จะช่วยให้ภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกหนี้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้เอสเอ็มอี หรือลูกหนี้กู้เงินซื้อบ้าน การที่ดอกเบี้ยลดลงแม้จะนิดหน่อยก็เป็นกำลังใจกับคนทำธุรกิจ จะบอกว่าการลดดอกเบี้ยไม่เกิดประโยชน์ใดๆกับเศรษฐกิจเลยก็คงไม่ใช่

แต่สิ่งที่ ธปท.วิตกกังวลในการลดดอกเบี้ยลงก็เกรงว่าจะไล่เงินฝากออกไปลงทุนในภาคที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เช่น การนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น ส่วนการที่เกรงจะมีการนำเงินไปเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ ตอนนี้คงจะชะงักไปชั่วคราวจากนโยบายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐบาล

สิ่งที่ประชาชนควรจะใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงก็คือ การผ่อนชำระเท่าเดิมแต่สัดส่วนเงินต้นของหนี้จะลดลง เป็นการลดหนี้ครัวเรือนที่สูงให้ค่อยๆ ลดลง หากการที่เศรษฐกิจชะงักเนื่องจากการใช้จ่ายของประชาชนลดลง ไม่มีกำลังที่จะซื้อของเพราะมีหนี้สูง การที่มีหนี้ลดลงก็จะช่วยให้ครัวเรือนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

การลดดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยผลักดันเศรษฐกิจในภาพรวมให้ขับเคลื่อนมากมายนัก แต่ก็เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจในระดับจุลภาค ในระดับครัวเรือน อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการและประชาชนรู้สึกดีขึ้นว่ามีข่าวดีทางด้านเศรษฐกิจบ้าง ไม่ได้เสพแต่ข่าวร้ายจนหลอนทุกวัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง