
เด้งบิ๊กตร.โคราชตั้งด่านรีดเงิน
เอกชนโคราชแห่ให้กำลังใจ ผบช.ภ.3 หลังสั่งย้ายบิ๊กตำรวจโคราชตั้งด่านรีดเงิน
เอกชนโคราชแห่ให้กำลังใจ ผบช.ภ.3 หลังสั่งย้ายบิ๊กตำรวจโคราชตั้งด่านรีดเงิน
นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแห่ให้กำลังใจ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) หลังมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และพ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3
ทั้งนี้ ขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางสังกัดเดิม โดยให้ พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และให้ พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตรวจพบว่าในพื้นที่มีการตั้งด่านตรวจไม่ถูกต้องตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
พล.ต.ท.พิสัณห์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่สั่งย้าย พล.ต.ต.ฐากูร และ พ.ต.อ.ปฏิยุทธ เนื่องจากตรวจพบว่ามีการตั้งด่านตรวจไม่ถูกต้องตามนโยบาย ตั้งด่านตรวจไม่ได้แสดงเห็นถึงความห่วงใยประชาชน แต่แสดงออกถึงการไล่ล่าส่วนแบ่งจากใบสั่งค่าปรับจราจรมากเกินไป ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บริเวณถนนสายราชสีมา-โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา พบว่ามีการตั้งด่านตรวจไม่มีชื่อนายตำรวจที่รับผิดชอบ และไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อให้เห็นเด่นชัด อีกทั้งด่านตรวจไม่ได้เน้นตรวจด้านความมั่นคง
นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปักธงชัย ให้ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยไม่มีกำหนดเช่นกัน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะไปตรวจเยี่ยมที่โรงพักแล้วไม่อยู่ โทรศัพท์สอบถามอ้างว่าอยู่ที่่กรุงเทพฯ แต่ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตรวจสอบพบเดินทางไปที่นั่นบ่อยและใช้เวลาราชการเดินทางไปที่นั่น ซึ่ง สภ.ปักธงชัย เป็นโรงพักใหญ่ แต่หัวหน้าไม่สนใจทำงานให้ประชาชนจึงมีคำสั่งย้ายดังกล่าว
พล.ต.ท.พิสัณห์ กล่าวอีกว่า ถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรร้ายแรงก็ให้จะมีคำสั่งให้กลับไปทำงานเดิมปกติ อย่างไรก็ตามถ้าโรงพักอื่นๆ ยังกล้าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามนโยบาย สตช.อยู่อีก ก็จะดำเนินการสั่งย้ายทันที ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ก็จะออกไปสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง แต่ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ไม่มีการไปรังแก ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้ว่าผู้กำกับ สภ.เมืองนครราชสีมา ก็เป็นคนสนิทกันก็ยังไม่ละเว้นเลย เพราะถ้าคนสนิทแล้วไม่ทำตามคำสั่ง คนอื่นก็ไม่ต้องไปหวังว่าเชื่อฟังคำสั่ง







